posttoday
ส่งออกยางไทยส่อแวววิกฤต

ส่งออกยางไทยส่อแวววิกฤต

29 กรกฎาคม 2560

สศก.เตือนประเทศเพื่อนบ้านปลูกแข่ง เล็งบริหารจัดการทั้งระบบลดผลกระทบ

สศก.เตือนประเทศเพื่อนบ้านปลูกแข่ง เล็งบริหารจัดการทั้งระบบลดผลกระทบ

โพสต์ทูเดย์ - สศก.หวั่นอนาคตส่งออกยางไทยกระทบหลังยางเพื่อนบ้านเริ่มออกสู่ตลาด เตรียมวางทิศทางช่วยเกษตรกร

น.ส.จริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก.ได้ติดตามปริมาณผลผลิตยางพาราต่อเนื่อง เพื่อใช้วางแผนในการบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบในประเทศ เนื่องจากยางพาราไทย 4.4 ล้านตัน ส่งออกกว่า 90% หากเศรษฐกิจประเทศผู้นำเข้ามีปัญหาจะกระทบกับไทยโดยตรง ขณะที่ปัจจุบันพบว่า ประเทศผู้นำเข้าสำคัญมีการหาพื้นที่ปลูกในประเทศเพื่อนบ้านของไทยเพื่อเป็นวัตถุดิบส่งกลับไปประเทศผู้นำเข้า

“การส่งออกยางมีตลาดสำคัญคือจีนกว่า 80% ของไทย ปัจจุบันจีนเริ่มไปหาพื้นที่ในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อปลูกและในปี 2559-2560 พบว่าเริ่มมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 1 แสนตัน คาดว่าจะมีปริมาณออกมาเพิ่มต่อเนื่องและจะส่งผลต่อปริมาณการส่งออกของไทยได้ ซึ่ง สศก.ต้องนำมาเป็นข้อมูลพิจารณาว่า หากในแต่ละปีการส่งออกของไทยไปจีนลดลงทุกปีๆ จะต้องเตรียมตัวอย่างไร เพื่อชี้แจงเกษตรกรให้เข้าใจ ซึ่งในอนาคตพื้นที่ยางต้องลดแน่นอน โดยจะส่งเสริมปลูกพืชอื่นแทน” น.ส.จริยา กล่าว

ทั้งนี้ สศก.คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีปริมาณผลผลิตผลิตยางพาราออกมาประมาณ 2.8-2.9 ล้านตัน จากครึ่งปีที่ผ่านมาออกมามีแล้วประมาณ 2.7 ล้านตัน โดยทิศทางราคายางพารามีแนวโน้มขยายตัวขึ้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบโลกที่จะสูงกว่า 50 ดอลลาร์สหรัฐ

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า สถานการณ์ราคายางในประเทศ มีทิศทางปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน รัฐบาลได้มีการสนับสนุนการนำยางพาราไปใช้ในประเทศทั้งด้านงบประมาณ และการบริหารจัดการนำยางไปใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยปริมาณความต้องการนำยางไปใช้งานในหน่วยงานภาครัฐ ทั้งน้ำยางข้น ประมาณ 2.2 หมื่นตัน และยางแห้ง 3,300 ตัน สามารถดำเนินการใช้ยางพาราภายใต้งบปกติและงบเหลือจ่าย ประจำปี 2560 ตลอดจนงบกลางที่ ครม.ได้อนุมัติวงเงินประมาณ 1,851 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในระยะยาวได้มอบหมายให้ กยท.ศึกษาและวิจัย เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในปีงบประมาณ 2561 ซึ่งจะช่วยผลักดันให้มีการนำยางไปใช้ในปริมาณมากขึ้น โดยจะสามารถสรุปปริมาณความต้องการใช้ยางของหน่วยงานราชการต่างๆ ปีงบประมาณ 2561 ได้ประมาณต้นเดือน ส.ค.นี้ พร้อมทั้งจัดทำแผนบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดไว้

ล่าสุดสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง โดยชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางสตูล ได้คว้าใบอนุญาต มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) จากผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแผ่นยางปูพื้น มอก.2377-2559 และภาคเอกชน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท เนเชอรัล เลเท็กซ์ แมทเทรส อินดัสตรี (ไทยแลนด์) และบริษัท ลาเท็กซ์ ซิสเท็มส์ ได้รับใบอนุญาตอุตสาหกรรมฟองน้ำ ลาเท็กซ์สำหรับที่นอน มอก.2747-2559 และฟองน้ำลาเท็กซ์สำหรับทำหมอน มอก.2741-2559

ทั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลแก้ปัญหาราคายางพาราอย่างยั่งยืน และจะสร้างโอกาสทางธุรกิจในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบกิจการยาง

นายสุธา อินทร์ยอด รองประธานชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยาง จ.สตูล กล่าวว่า ได้รับเงินสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูป 30 ล้านบาท เพื่อนำมาก่อตั้งโรงงานแปรรูปยางจากยางแผ่นรมควันเป็นผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่แปรรูปได้คือ แผ่นพื้นปูสนามกีฬา ปัจจุบันมีกำลังการผลิตสินค้าได้ประมาณ 300 แผ่น/วัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท