
ค้าชายแดนหาดเล็กพุ่ง 1.8 หมื่นล.
ประธานหอการค้าจังหวัดตราดคาดค้าขายชายแดนบ้านหาดเล็กไตรมาส 4 พุ่งทะลุ 1.8 หมื่นล้านบาทเหตุค่าเงินบาทแข็งยังไม่ส่งผลกระทบ
ประธานหอการค้าจังหวัดตราดคาดค้าขายชายแดนบ้านหาดเล็กไตรมาส 4 พุ่งทะลุ 1.8 หมื่นล้านบาทเหตุค่าเงินบาทแข็งยังไม่ส่งผลกระทบ
นายประเสริฐ ศิริ ประธานหอการค้าจังหวัดตราด กล่าวว่า สถานการณ์การค้าขาย ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2554 ระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย. 2553 พบว่าตัวเลขการส่งออกไม่ลดลง แม้ว่าค่าเงินบาทแข็งตัว แต่ปริมาณการขนส่งสินค้ายังมีจำนวนเพิ่มขึ้น คาดว่าจะมีมูลค่าการค้าจะพุ่งสูงถึง 1.8 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีการขนส่งทางเรือสามารถลำเลียงได้ครั้งละ 400-500 ตัน ต่อเรือ 1 ลำ
นาวาเอกภูมิภัณฑ์ นิลกำแหง หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย – กัมพูชาประจำพื้นที่จังหวัดตราด กล่าวว่า สำหรับการเปิดทำใบผ่านแดนรายวันที่บ้านหาดเล็ก ทางหน่วยประสานงานชายแดน ฯ ดำเนินการผลักดันตั้งแต่ต้นปีมาแล้ว แต่เกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองของทั้ง 2 ประเทศจึงต้องหยุดชะงัก อยากให้ จ. ตราด มีรูปแบบเหมือนเช่น ที่แม่สาย จ. เชียงราย นักท่องเที่ยวใช้เงินจำนวน 30 บาท ก็สามารถเดินทางไปยังต่างประเทศได้ซึ่งมีความสะดวก
นาวาเอกภูมิภัณฑ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีปัญหาอุปสรรค การใช้บอเดอร์พาส และวีซ่าซึ่งมีความยุ่งยาก หากดำเนินการได้จะมีกัมพูชา30% ที่มีกำลังซื้อเดินทางเข้ามายังไทยโดย20%พอมีกำลังซื้อบ้าง ส่วนอีก 10% มีกำลังซื้อที่มากเป็นกลุ่มน่าสนใจ เป็นคนระดับสูงและมีความต้องการเดินทางมาเที่ยวที่เกาะช้าง
ทั้งนี้ปัญหาการติดขัดที่การทำวีซ่าต้องทำที่กรุงพนมเปญ และกลไกการเข้าเมืองของกัมพูชายังไม่ดี แต่มีข้อดีตรงที่การผ่านแดนที่หน้าด่านสามารถทำซ่าที่หน้าด่านได้เลยโดยไม่ต่องย้อนกลับไปที่สถานฑูตพนมเปญซึ่งของไทยยังไม่เปิดให้บริการ ชาวกัมพูชาที่จะเข้ามาต้องย้อนกลับไปทำวีซ่าที่สถานฑูตพนมเปญและย้อนกลับมาผ่านแดนของไทยได้







