
แก้น้ำท่วมระยะยาว
ช่วงนี้ฝนกลับมาตกหนักในหลายพื้นที่ และค่อนข้างตรงกับที่หน่วยงานซึ่งกำกับดูแลเรื่องนี้ และนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศที่ออกมาบอกก่อนหน้านี้ว่า ปีนี้จะมีฝนตกยาวตลอดฤดูฝน แต่จะทิ้งช่วงหยุดตกช่วงเดือน ก.ค. และเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ก็จะเข้าสู่ช่วงมรสุมที่ส่งผลให้ ตั้งแต่พื้นที่ภาคเหนือลงมาถึงภาคกลางเสี่ยง มีพายุจากทางฝั่งเวียดนามพัดเข้ามาในฝั่งประเทศไทย ช่วงเวลานี้หลายพื้นจึงต้องเฝ้าระวังและรับมือกับเรื่องนี้
ช่วงนี้ฝนกลับมาตกหนักในหลายพื้นที่ และค่อนข้างตรงกับที่หน่วยงานซึ่งกำกับดูแลเรื่องนี้ และนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศที่ออกมาบอกก่อนหน้านี้ว่า ปีนี้จะมีฝนตกยาวตลอดฤดูฝน แต่จะทิ้งช่วงหยุดตกช่วงเดือน ก.ค. และเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ก็จะเข้าสู่ช่วงมรสุมที่ส่งผลให้ ตั้งแต่พื้นที่ภาคเหนือลงมาถึงภาคกลางเสี่ยง มีพายุจากทางฝั่งเวียดนามพัดเข้ามาในฝั่งประเทศไทย ช่วงเวลานี้หลายพื้นจึงต้องเฝ้าระวังและรับมือกับเรื่องนี้
แต่สิ่งที่น่าวิตก คือ เรื่องของพายุและร่องความกดอากาศที่จะพัดเข้ามาในประเทศไทยนั้น จะรู้ได้ว่ามีพายุก่อตัวหรือไม่อย่างไรนั้น ข้อมูลที่แต่ละหน่วยงานได้รับและนำไปประเมิน จนสามารถบอกล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำนั้นต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนเกิดเหตุ และหลายครั้งก็คลาดเคลื่อนเพราะสภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลให้เกิดบางปัจจัยจนกลายเป็นตัวแปรที่ทำให้การพยากรณ์คลาดเคลื่อนได้อยู่เสมอๆ
ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักและมีรายงานข่าวด้วยว่า อิทธิพลพายุ "เซินกา" ที่แผ่เข้าปกคลุมประเทศไทยทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลกระทบให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับสภาวะน้ำท่วม
รายงานข่าวบอกด้วยว่า ที่ จ.สกลนคร มีฝนตกลงมาต่อเนื่องติดต่อกันหลายวันจนเกิดภาวะน้ำท่วมถนนหลายสายในเขตเทศบาล น้ำได้เริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในเกือบทุกชุมชน ท่าอากาศยานสกลนครก็ถูกเข้าท่วมจนต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาพบว่าปัญหาน้ำท่วมโดยเฉพาะในตัวจังหวัดใหญ่ๆ นั้นนอกจากเกิดจากดินฟ้าอากาศปรากฏการณ์ธรรมชาติแล้ว ยังเกิดจากการจัดการพื้นที่หรือการจัดการผังเมืองให้รองรับกับปัญหา หรือมองการณ์ไกลในการจัดการเรื่องนี้อีกด้วย
หลายจังหวัดเติบโตอย่างรวดเร็ว ผุดสิ่งก่อสร้างที่ไม่ได้มีการกำกับดูแล จนเข้าไปเปลี่ยนสภาพภูมิศาสตร์ตามธรรมชาติในพื้นที่ กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอุทกภัยที่สร้างผลกระทบรุนแรงขึ้น
หลายจังหวัดเมื่อประสบภัย น้ำที่ไหลเข้าท่วมระบายช้า เนื่องจากพื้นที่แก้มลิงรับน้ำตามธรรมชาติเดิมที่เคยรองรับน้ำไม่ให้เข้าท่วมเขตชุมชนถูกถมทิ้ง กลายเป็นเขตเมือง สร้างหมู่บ้านจัดสรร ถูกตัดเป็นถนนกั้น หรือกลายเป็นพื้นที่เกษตร
บางพื้นที่ถึงกับถมทางน้ำเดิมสร้างเป็นหมู่บ้านจัดสรร เปลี่ยนแปลงเส้นทางน้ำไหลระบายออกไปแหล่งระบายน้ำตามธรรมชาติ จนมีปริมาณน้ำฝนสะสมระบายไม่ทัน
จึงกล่าวได้ว่าการพัฒนาเมืองใหญ่ที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติ กำลังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลกระทบจากภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้น หลายจังหวัดใหญ่ไม่มีการจัดการน้ำอย่างมีแบบแผน พื้นที่เมืองเติบโตขึ้น หลายจังหวัด มีแต่ผังก่อสร้าง แต่ไม่มีแผนผังทางเดินน้ำที่สอดรับไปกับการเจริญเติบโต จุดไหนต้องมีความจำเป็นต้องเตรียมพร้อมไว้สำหรับกรณีที่ปริมาณฝนมาก มีน้ำหลากหรือจำเป็นต้องมีการระบายน้ำออกจากเขตเมือง และที่ร้ายกว่านั้นคือ บางพื้นที่ถึงกับมีการอนุญาตให้มีการก่อสร้างรุกเข้าไปในทางน้ำหรือถมให้เส้นทางน้ำตื้นเขิน
ดังนั้น ถึงเวลาแล้ว รัฐบาลต้องมีการดำเนินการเร่งสำรวจแต่ละจังหวัดและออกระเบียบเพื่อแก้ปัญหา หรือบูรณาการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมทำงานสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน จึงจะถือเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ไม่ใช่รอให้น้ำท่วมแล้วค่อยเยียวยาหาคะแนน หรือทำเพียงแค่โครงการขุดลอกคลองเพื่อหาประโยชน์กัน







