posttoday
ชูไทยฮับบริการท่องเที่ยว ลุยเจาะตลาดซีแอลเอ็มวี

ชูไทยฮับบริการท่องเที่ยว ลุยเจาะตลาดซีแอลเอ็มวี

27 กรกฎาคม 2560

พีรดา ปราศรีวงค์ เทรนด์การดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง คงความอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงยังคงได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

พีรดา ปราศรีวงค์

เทรนด์การดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง คงความอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงยังคงได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

โดยช่วงที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ พ่วงกับการตรวจเช็กสุขภาพ บำรุงรักษา ซ่อมแซม หรือศัลยกรรมตบแต่งให้สวยงาม สอดรับกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของวงการแพทย์ไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเมดิคอลแอนด์เวลเนส เติบโตอย่างรวดเร็ว

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เล่าว่า ศูนย์วิจัยกสิกรระบุว่าปี 2559 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีชาวต่างชาติเดินทางมารักษาพยาบาลในประเทศไทย ประมาณ 3.2 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 4 หมื่นล้านบาท ไม่รวมรายได้ที่เกี่ยวเนื่องจากด้านการท่องเที่ยว เช่น โรงแรมที่พัก ตั๋วเครื่องบิน สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น

"ปัจจุบันกลุ่มเมดิคอลมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 8-12% ของรายได้ท่องเที่ยวทั้งหมด โดยเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเติบโตอย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันหลายสถาบันและนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างให้การยอมรับฝีมือแพทย์ไทย และไทยติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลกด้านฝีมือ" ยุทธศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ เมดิคอล ทัวร์ริซึ่ม อินเด็กซ์ หรือ เอ็มทีไอ ประเทศไทย จัดอันดับภาพรวมการเป็นเมดิคอล ทัวร์ ริซึ่มของไทยอยู่ในอันดับที่ 18 ของโลก ขณะที่คุณภาพและการบริการด้านการรักษาพยาบาล อยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก ซึ่งเชื่อว่านโยบายการส่งเสริมของรัฐบาลรวมถึงแผนกลยุทธ์ที่ ททท.เตรียมดำเนินการ เชื่อว่าจะทำให้ประเทศไทยติดอันดับที่ดีขึ้น

สำหรับแผนกลยุทธ์การส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มเมดิคอลแอนด์เวลเนส ททท.เตรียมจัดงาน อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เฮล แอนด์ เวลเนส โชว์เคส 2017 ในวันที่ 11 ส.ค.นี้ ที่เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อนำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศไทย พร้อมประกาศศักยภาพความพร้อมรองรับการให้บริการที่หลากหลายทางการแพทย์ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) บริการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพระดับโลก

การจัดงานดังกล่าวภายใต้แนวคิดการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี โดยนำผู้ประกอบการไทยในวงการแพทย์ เช่น โรงพยาบาล คลินิก ศูนย์เซลล์บำบัด ศูนย์ศัลยกรรมความงาม กว่า 44 ราย ร่วมออกบูธ พบผู้ซื้อจากต่างประเทศ ประมาณ 123 ราย จาก 30 ประเทศทั่วโลก เช่น จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ลัตเวีย บังกลาเทศ ฯลฯ เข้าร่วมงานแลกเปลี่ยนเจรจาซื้อขาย ซึ่งภายในงานคาดว่าจะมีรายได้สะพัดกว่า 500 ล้านบาท เทียบจากการจัดงานครั้งที่ผ่านมา 300 ล้านบาท

"การจัดงานอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เฮลท์ ฯลฯ ครั้งนี้ ช่วยสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยว ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทย รวมถึงขยายฐานตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะตลาดจีน และกลุ่มซีแอลเอ็มวี มีแนวโน้มการเติบโตสูง" ยุทธศักดิ์ กล่าว

ททท.เตรียมนำจุดเด่นทางการแพทย์ของประเทศไทย เช่น การมีโรงพยาบาลเฉพาะด้านมากที่สุดในเอเชีย การเป็นศูนย์กลางการบริการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย มีแพทย์กลุ่มนี้กว่า 500 คน มากที่สุดในเอเชีย โรงพยาบาลไทยได้รับมาตรฐาน JCI ระดับโลก ถึง 58 แห่งทั่วประเทศ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม นโยบายวีซ่าด้านการรักษาพยาบาล โดยขยายวันพำนักให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถึง 90 วัน พร้อมผู้ติดตามอีก 3 คน กับกลุ่มซีแอลเอ็มวี และจีน เชื่อว่าจะเป็นจุดขายที่แข็งแกร่งกับประเทศไทย

ล่าสุด ททท.ได้ร่วมมือกับบริษัททัวร์ จัดทำแพ็กเกจการเดินทางท่องเที่ยวพร้อมการรักษาพยาบาล กระตุ้นการเดินทางของกลุ่มซีแอลเอ็มวี และจีน เดินทางมาไทย หากตลาดอินเดียได้วีซ่ากลุ่มรักษาพยาบาลเช่นเดียวกับจีน เชื่อว่าจะเป็นอีกตลาดที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูงอีกตลาดที่มีความน่าสนใจในการขยายฐาน

ทั้งนี้ มองว่าประเทศสิงคโปร์เป็นคู่แข่งที่สูสี แต่ไทยมีความได้เปรียบเรื่องความหลากหลายทางการแพทย์ รวมถึงสินค้าและบริการการท่องเที่ยวภายหลังตรวจเช็กสุขภาพ วัดจากปัจจุบันชาวต่างชาติที่อาศัยในสิงคโปร์ เช่น ญี่ปุ่น เริ่มเข้ามาใช้บริการทางการแพทย์ของไทยมากขึ้น ยุทธศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท