posttoday
เทคนิคค้าอี-คอมเมิร์ซ

เทคนิคค้าอี-คอมเมิร์ซ

28 กรกฎาคม 2560

ธุรกิจการค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-คอมเมิร์ซ นับเป็นเทรนด์การค้าที่มาแรงจริงๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เห็นได้จากธุรกิจคนรุ่นใหม่

โดย...DJ [email protected]

ธุรกิจการค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-คอมเมิร์ซ นับเป็นเทรนด์การค้าที่มาแรงจริงๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เห็นได้จากธุรกิจคนรุ่นใหม่หลายรายหันมาสร้างธุรกิจของตัวเองพร้อมใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่เติบโตและมีไลฟ์สไตล์ คลุกคลีกับหน้าจอเทคโนโลยีแทบตลอดทั้งวัน

แต่ทั้งนี้การจะเริ่มธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ก็ไม่ใช่ทั้งเรื่องง่ายและเรื่องยากเสียทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงปัจจุบันนี้ที่มีเจ้าของธุรกิจหลายรายเข้าสู่วงการค้าอี-คอมเมิร์ซ เป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์กันเป็นจำนวนมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ตลาดการค้าอิเล็กทรอนิกส์นี้เริ่มมีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามมาด้วยเช่นกัน

โดย Bangkok Bank SME ให้ข้อมูลน่าสนใจการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ พร้อมเผยข้อห้าม 3 ประการที่อี-คอมเมิร์ซทั้งหลายอย่าไปทำตามเด็ดขาด การทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซถึงแม้จะดูง่ายและเสียค่าใช้จ่ายน้อย แต่ก็ยังมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อีกมากมายที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม

1.สินค้าหลากหลายเกินไป

หลายคนชอบคิดว่าถ้าเรามีของให้เลือกมากจะทำให้โอกาสขายได้นั้นสูงขึ้น จึงได้กว้านซื้อของแทบทุกอย่างมาวางขายบนเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซของตัวเองเต็มไปหมด ทั้งเสื้อผ้า นาฬิกา กระเป๋า รองเท้า คอมพิวเตอร์ ยารักษาโรค ยานพาหนะ โทรศัพท์มือถือ ต้นไม้ ดอกไม้ สารพัดจะขนมาใส่ลงไป ซึ่งการที่เราขายสินค้าจับฉ่ายแบบนี้นอกจากจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการฆ่าตัวเองทางอ้อม เพราะลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่เขาจะคิดว่าเราไม่ใช่มืออาชีพด้านนี้จริงๆ

การเป็นเจ้าแรก เจ้าเดียวในตลาดต่างหากที่สำคัญ เช่น จะขายชุดว่ายน้ำก็เอาแต่ชุดว่ายน้ำไปเลย หรือถ้าจะขายโทรศัพท์มือสอง ก็ขายแต่โทรศัพท์มือสองไปเลย เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เมื่อลูกค้าเขามาก็จะเกิดความรู้สึกว่าเขาเข้ามาถูกที่ ทำให้อยากไล่ดูว่ามีสินค้าไหนที่ตรงความต้องการของเขาบ้าง

อีกอย่างยิ่งเรารับสินค้าแบบเดียวกันมาขายเยอะเท่าไร ต้นทุนของเราก็ยิ่งถูกลงเท่านั้น ทำให้กำไรของการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซมันเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

2.เว็บไซต์ดูไม่ทันสมัยเอาซะเลย

สำหรับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซแล้ว เว็บไซต์ก็เป็นเหมือนกับหน้าร้าน ซึ่งปกติแล้วเวลาเราเข้าร้านค้าสักร้าน เราก็จะดูที่หน้าร้านก่อนถูกมั้ย ดูว่าร้านนี้เป็นยังไง อยากเข้ามั้ย ทันสมัยรึเปล่า ถ้าร้านค้าดูห่วยแตก เราก็จะคิดกันไปเองแล้วว่าสินค้าข้างในคงไม่ไหวเหมือนกัน

เว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซทั้งหลายเป็นเหมือนกัน ถ้าเราปล่อยให้เว็บไซต์ของเราตกยุคใช้การออกแบบดีไซน์และตกแต่งเหมือนเมื่อสมัย 10 ปีก่อน ต่อให้สินค้าของเราจะทันสมัยขนาดไหน ลูกค้าเขาก็จะฝังใจและไม่กล้าซื้ออยู่ดี เราต้องปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้ดูดี เรียบหรู สะดุดตา เพราะอย่าลืมว่าเทรนด์ต่างๆ มันผ่านไปทุกวัน และต่อให้เราอัพเดทหน้าตาเว็บไซต์ให้ใหม่ในวันนี้อีก 5-10 ปีข้างหน้าก็ต้องเปลี่ยนตามกาลเวลาอยู่ดี

3.จ่ายเงินได้แค่ไม่กี่ช่องทาง

เรื่องสุดท้าย ภัยร้ายใกล้ตัวที่แทบจะไม่มีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์คนไหนนึกถึงเลย แต่รู้มั้ยว่าปัจจัยนี้เป็นอะไรที่ทำให้ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซหลายเจ้าเสียลูกค้าไปอย่างน่าเสียดาย เพียงเพราะแค่มีช่องทางการจ่ายเงินน้อยนี่แหละครับ ซึ่งเรื่องการจ่ายเงินนี่เป็นเรื่องใหญ่มากนะสำหรับลูกค้าทั้งหลาย เพราะการซื้อสินค้าผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซเนี่ย เขาต้องเสียทั้งค่าสินค้า ทั้งจัดส่ง แล้วถ้าช่องทางการจ่ายเงินของเรามันไม่เอื้ออำนวย ทำให้เขาต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนต่างธนาคารอีกเนี่ย ยิ่งทำให้เขารู้สึกถูกเอาเปรียบ และไม่อยากใช้บริการของเราอีกต่อไป

ดังนั้น ทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซควรหาเวลาว่างไปจัดการเปิดบัญชีธนาคารไว้ให้หลากหลาย หรือมีตัวเลือกในการชำระเงินได้หลายช่องทาง เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าให้แก่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ

โดยเฉพาะธนาคารกรุงเทพมีบริการเปิดบัญชี และอำนวยความสะดวกด้าน บัวหลวงไอแบงก์กิ้ง ซึ่งเป็นตัวช่วยในการทำธุรกรรมด้านอี-คอมเมิร์ซได้เป็นอย่างดี พร้อมอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม

สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม หรือหัวข้ออื่นๆ สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokbanksme.com

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท