
ทไวไลท์ สกาย & ซี บาร์ พลัส ดื่มด่ำบรรยากาศชิลๆ ชมวิวทะเล
เรื่อง อีตติง อาร์ตใครที่มีโอกาสได้มาเยือนภูเก็ต และกำลังมองหาสถานที่แฮงเอาต์สักแห่งซึ่งมองเห็นวิวทะเลสวยๆ เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศและรสชาติของอาหาร ในจุดชมวิวสุดโรแมนติกที่เห็นพระอาทิตย์ตกทะเลอยู่ละก็ ขอแนะนำ "ทไวไลท์ สกาย & ซี บาร์ พลัส"
เรื่อง อีตติง อาร์ต
ใครที่มีโอกาสได้มาเยือนภูเก็ต และกำลังมองหาสถานที่แฮงเอาต์สักแห่งซึ่งมองเห็นวิวทะเลสวยๆ เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศและรสชาติของอาหาร ในจุดชมวิวสุดโรแมนติกที่เห็นพระอาทิตย์ตกทะเลอยู่ละก็ ขอแนะนำ "ทไวไลท์ สกาย & ซี บาร์ พลัส"
เมื่อมาดินเนอร์ที่ "ทไวไลท์ สกาย" คุณจะ รู้สึกชิลๆ ผ่อนคลาย และประทับใจไปกับวิว สวยๆ ของท้องทะเลยามเย็นจรดยามค่ำคืนใน แบบพาโนรามา แล้วยังมีส่วนของ "ซี บาร์ พลัส" ที่พร้อมจะเสิร์ฟเครื่องดื่มเย็นๆ หลากหลายเมนูให้กับคุณอีกด้วย
การออกแบบตกแต่งในส่วนของ ทไวไลท์ สกาย & ซี บาร์ พลัส นั้นเกิดขึ้นมาพร้อมกับโรงแรมเดอะ ซิส กะตะ ภูเก็ต รีสอร์ท ซึ่งต่อยอดมาจากแนวความคิดและไลฟ์สไตล์ ของสามสาวพี่น้องชาวภูเก็ต ตระกูลภัทรวรณี สู่การออกแบบอย่างพิถีพิถันให้เป็นสถานที่ที่มี เอกลักษณ์โดดเด่นแห่งหนึ่งในหาดกะตะ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการในส่วนของโรงแรม ได้สัมผัสกับประสบการณ์ในการรับประทานอาหารอย่างมีสไตล์ พร้อมเมนูอาหารที่แปลกใหม่ซึ่งผสมผสานวัตถุดิบพื้นเมืองกับวัตถุดิบนานาชาติเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
เมนูของที่นี่จะเสิร์ฟในรูปแบบของอาหารภูเก็ต ที่นำเสนอในสไตล์ฟิวชั่นฟู้ด แต่ยังคง รักษาคุณภาพของอาหารและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารภูเก็ตไว้เช่นเดิม
เมนูแนะนำ "แกงกะทิปูหมี่หุ้น" แกงกะทิ รสชาติจัดจ้านใส่เนื้อปูก้อนโต รับประทานพร้อมกับเส้นหมี่หุ้นลวกเหนียวนุ่ม อร่อย อย่าบอกใคร "หอยเชลล์ญี่ปุ่นซาซิมิ" ที่เสิร์ฟ มาบนก้อนเกลือหิมาลายัน เพื่อเพิ่มรสสัมผัส โดยจะรับประทานพร้อมกับน้ำช้อของภูเก็ต ซึ่งน้ำช้อนี้ทำมาจากพริกแห้งนำไปแช่น้ำ โขลกให้ละเอียด ใส่เกลือ ปรุงรสด้วย น้ำมะขามเปียก และน้ำตาล เคี่ยวให้ข้น ซึ่งคนภูเก็ตในสมัยก่อนจะใช้น้ำช้อแทนน้ำจิ้ม อยู่แล้ว
"ข้าวพองหมูฮ้องภูเก็ต" ข้าวพองชิ้นพอดีคำ ท็อปปิ้งด้วยหมูฮ้อง ซึ่งทำจาก หมูสามชั้นหมักกำลังดี นำไปคลุกกับไฟ ที่อ่อนๆ ไปเรื่อยๆ จนสุกและเปื่อยกำลังดี โดยเพิ่มหมูกรอบท็อปปิ้งด้านบนสุดอีกที เป็นการเพิ่มรสสัมผัสและความอร่อยให้มากยิ่งขึ้น
มาที่ "ปลาเต้าอิ๋ว" (ปลานึ่งซีอิ๊ว) ปลากะพงขาวเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวภูเก็ต ที่ทำรับประทานกันแทบทุกบ้าน โดยการ นำปลามาทอดด้วยน้ำมันในปริมาณที่น้อยให้สุกพอดี แล้วนำไปตุ๋นกับน้ำซอส เพื่อรักษาอุณหภูมิ และทำให้เนื้อปลาซึมซับน้ำซอสได้ดียิ่งขึ้น
ต่อมา "ยำมะเขือแขกล่าง" เป็นอาหารที่มีอิทธิพลมาจากเมืองจีน นำมะเขือมาเผา ราดด้วยน้ำช้อ เสิร์ฟมาพร้อมปลาฉิ้งฉ้าง และปลาแซลมอนซาซิมิ ที่วางไว้เป็นชิ้นพอดีคำ บอกเลยว่ารสชาติเข้ากันได้เป็นอย่างดี
อีกเมนูคือ "ปลาแซลมอนทอดเครื่อง" ปกติเมนูนี้จะเป็นการทอดปลา และราดด้วยน้ำซอสปกติ แต่ที่ภูเก็ตจะนิยมนำปลามาคลุกกับเครื่องแกงใต้และทอดในไฟอ่อน ทำให้ได้รสสัมผัสของปลามากยิ่งขึ้น
ปิดท้ายด้วย "ขนมอาโป้ง" ขนมพื้นเมืองของ จ.ภูเก็ต เป็นแป้งที่สอดไส้ด้วยวานิลลาครีม เสิร์ฟมาพร้อมสตรอเบอร์รี่สด และ "กล้วยทอด" (ข้าวเม่า) ความแตกต่างของเมนูนี้คือ จะใช้มะพร้าวอบแห้งมาประกบหน้าเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยมากยิ่งขึ้น กินคู่กับซอสลูกตาล สุก และไอศกรีมมะพร้าวก็ยิ่งอร่อย
มาที่เครื่องดื่มบ้าง ที่นี่มีทั้งค็อกเทล และม็อกเทล ที่ได้รับการคิดค้นและผสมผสานให้เข้ากันได้เป็นอย่างดีด้วยฝีมือของ มิกโซโลจิสต์ประจำร้าน ขอแนะนำซิกเนเจอร์แก้วเด่นๆ ตั้งแต่ "Twilight Zone" แก้ว สีฟ้าใสมีส่วนผสมของ จิน บลูคาราเซา วอดก้า น้ำสับปะรด และน้ำมะนาว ดีกรีไม่แรงมากนัก ต่อด้วย "Green Hopper" มีส่วนผสมของ รัม เหล้าหวาน น้ำมะนาว และน้ำสับปะรด
ตามด้วย "Perfect Storm" แก้วนี้ผสม รัม 2 ชนิด น้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี่ และน้ำมะนาว ดีกรีแรงขึ้นมาหน่อย ปิดท้ายด้วย "Remedy" มีส่วนผสมของวอดก้า น้ำผึ้ง น้ำมะนาว และ ซินนามอน
ทไวไลท์ สกาย & ซี บาร์ พลัส อยู่ชั้น 4 โรงแรม เดอะ ซิส กะตะ ภูเก็ต รีสอร์ท เปิดบริการ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00-01.00 น. โทร. 076- 609-555 หรือ FB/IG : thesiskata







