posttoday
จากเขาหัวโล้นเป็นป่าต้นน้ำ

จากเขาหัวโล้นเป็นป่าต้นน้ำ

25 กรกฎาคม 2560

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์อดีต รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ผมเข้าป่าที่แม่สอดไปเยี่ยมและเรียนรู้วัฒนธรรม "คนอยู่กับป่า" ของพี่น้องชาวไทยภูเขาเผ่าล่าหู่ กลุ่มที่อาศัยอยู่ที่พื้นที่อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช (นับเป็นอุทยานแห่งชาติเดียวของไทยที่ได้รับพระราชทานพระนามของพระมหากษัตริย์เป็นชื่ออุทยานแห่งชาติ) "ล่าหู่" แบ่งย่อยได้ 23 กลุ่มในไทย แต่กลุ่มที่ไปเยือนนี้มีภาษาของตนเอง และเรียกตัวเองว่า "มูเซอดำ"

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์อดีต รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา

ผมเข้าป่าที่แม่สอดไปเยี่ยมและเรียนรู้วัฒนธรรม "คนอยู่กับป่า" ของพี่น้องชาวไทยภูเขาเผ่าล่าหู่ กลุ่มที่อาศัยอยู่ที่พื้นที่อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช (นับเป็นอุทยานแห่งชาติเดียวของไทยที่ได้รับพระราชทานพระนามของพระมหากษัตริย์เป็นชื่ออุทยานแห่งชาติ) "ล่าหู่" แบ่งย่อยได้ 23 กลุ่มในไทย แต่กลุ่มที่ไปเยือนนี้มีภาษาของตนเอง และเรียกตัวเองว่า "มูเซอดำ"

รองแม่ทัพภาค 3 พล.ต.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข พร้อมด้วย ดร.รอยล และรอยบุญ จิตรดอน ได้กรุณาพาคณะของนักศึกษาหลักสูตร ROLD (นิติธรรมกับการพัฒนาที่ยั่งยืน) ไปบุกพบและรับฟังบรรยายของอดีตผู้ใหญ่บ้านชาวมูเซอดำ สี่ยุคสี่ท่าน ที่ผลัดมือกันมาช่วยเหลือทำหน้าที่นำชาวบ้านในเผ่า 900 คนเศษ ให้เนรมิตเขาหัวโล้นสู่ความเป็นผืนป่าต้นน้ำอันอุดมสมบูรณ์

ประทับใจกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นการได้เห็นผู้นำหมู่บ้านแต่ละยุค รับไม้-ส่งงานให้กันและกัน ทั้งในการเล่าเรื่องและบริหารภารกิจที่ส่งต่อกันในช่วงหลายๆ สิบปีที่ผ่านมา (ดร.กิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ตั้งข้อสังเกตว่าการเมืองไทยน่าจะเลียนแบบวัฒนธรรมนี้)

เพราะในขณะที่คนพื้นราบ คนการเมืองกำลังห้ำหั่นกันด้วยกติกาและมวลชนเพื่อแย่งอำนาจ แต่คนไทยพื้นที่สูงเหล่านี้กลับสามัคคีทำดีให้แผ่นดินกันอย่างขะมักเขม้น (อันนี้พวกเราในคณะซุบซิบกันเอง)

พลันที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เยี่ยมชาวพื้นที่สูงเหล่านี้ในปี 2517 เพราะทรงสังเกตเห็นจากภาพถ่ายทางอากาศว่า มีกลุ่มคนอาศัยอยู่กลางหุบเขาที่แม่สอด โดยไม่มีระบบถนน ไฟฟ้า สาธารณูปโภคอะไร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงสนพระทัยไปเยี่ยมเยียนเพื่อจะได้ทรงทราบว่า ราษฎรอยู่กันได้อย่างไรในพื้นที่กลางป่าแบบนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่มีน้ำพระทัยเมตตาห่วงใยโดยแท้

ผู้ใหญ่บ้านเล่าว่า สมัยนั้นบรรพบุรุษของเผ่า ก็คือคนที่ถูกทางการย้ายออกมาจากดอยช้าง จ.เชียงราย เพื่อมิให้ถูกชักจูงไปร่วมลัทธิคอมมิวนิสต์และเมื่อย้ายมาที่กลางป่า จ.ตาก ก็ลงมือทำอาชีพเดิม คือ ปลูกฝิ่น!

แต่เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จมาเยี่ยมและพระราชทานคำแนะนำให้เปลี่ยนจากปลูกฝิ่นไปเป็นพืชอื่น บรรพบุรุษของมูเซอดำกลุ่มนี้ก็เลิกปลูกฝิ่นแล้วขวนขวายหาพืชเศรษฐกิจแทน

ปรากฏว่าลองปลูกทั้งข้าวโพด ไม้เมืองหนาว พืชไร่ ผักกาด และสารพัดอย่าง ก็ยังไม่ค่อยพอกิน เพราะมิได้ใช้ระบบธรรมชาติ แต่ปลูกตามทุนนิยม ซึ่งต้นทุนสูงจากการใช้ปุ๋ยใช้ยาปราบศัตรูพืช ไถหน้าดินโค่นป่ามาขยายพื้นที่เพื่อให้ได้ปริมาณไปชดเชยราคาที่ถูกกด

ทั้งเผ่าเห็นพ้องกันว่าขืนทำต่อเนื่องก็คงไม่ยั่งยืนแน่ และเมื่อได้ศึกษาตามรอยพระราชดำริเรื่อง ดิน-น้ำ-ป่า จึงทดลองทำกิจกรรมปลูกป่า ทำฝายชะลอน้ำ แล้วลองปลูกพืชกินได้ใกล้ฝายใกล้ลำธารที่น้ำถูกชะลอ ปรากฏว่าได้ผลดีกว่าจึงเลิกทำข้าวโพด เลิกทำพืชแปลงเดียว

ทำไปทำมา เขาหัวโล้นเริ่มมีน้ำ มีความชื้นที่ชะลอไว้หลายจุดเข้า ไม้ป่าก็งดงาม จึงยิ่งทำฝายชนิดต่างๆ ขยายไปเรื่อยๆ ป่าก็ยิ่งงามดิน ก็ยิ่งดีขึ้น

ชาวบ้านได้เห็นความสัมพันธ์ของดิน-น้ำ-ป่า จนเป็นประจักษ์ สัตว์ป่าเริ่มทยอยกลับมาหากินปรากฏตัว ชีวิตและสำนึกของชาวบ้านจึงเห็นทางออกของชีวิต คือ ศาสตร์พระราชา อยู่อย่างพอเพียงไม่เบียดเบียนธรรมชาติและธรรมชาติจะให้เราเอง

เมื่อต้นทุนชีวิตถูกลง มีป่าล้อมตัวเหมือนมีซูเปอร์มาร์เก็ต รายได้แม้ไม่มากแต่รายจ่ายลดต่ำคุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำดี มีประปาหมู่บ้าน ประปาภูเขา ที่ไม่ต้องใช้เคมี สุขภาพดี มีความสุขมากขึ้น

พวกเราในคณะถูกเชิญให้วักน้ำที่ผ่านฝายมาเป็นลำดับชั้นจากตะกรันตะกรองของชั้นหินจากชั้นดิน จากคันกั้นต่างๆ ลงมานั้นสะอาดรสชาติดีครับ แต่ที่แน่กว่าคือ การมีวัฒนธรรมของชาวบ้านที่จำแนกกันได้เองว่า น้ำจากฝายชั้นไหนมีไว้ใช้ทำอะไร และมิให้มีการใช้น้ำ ใช้ป่า ผิดประเภทไปจากที่จำแนกไว้ถึง 9 ชนิด

ไม่ต้องมีตำรวจป่า ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีป้ายห้าม แต่ทุกคนอยู่ในกติกาที่ตกลงกัน ใครฝ่าฝืนจะไม่ได้รับการอนุญาตให้ร่วมกิจกรรมเผ่า อันนี้ชะงัดนัก ทั้งหมดนี้คือ กติกาชุมชน

ในหมู่บ้านจึงมีแม้แต่วินัยการทิ้งขยะ การจัดการขยะถ่านไฟฉาย การใช้น้ำในลำธารมาปั่นไฟฟ้ากลับมาใช้ ฯลฯ ต่อมามีชาวบ้านเอาเมล็ดกาแฟมาลองปลูกในป่า ลองไปลองมาพบว่า กาแฟป่านั้น ถ้าจะแข็งแรงต้องให้ปลูกใต้ร่มไม้ใหญ่ ถ้าปลูกกลางแจ้ง แม้โตเร็วแต่มักทนโรคไม่เท่าในร่ม

"กาแฟป่ามูเซอ" จึงมีชื่อเสียงโด่งดังจากที่เคยขายผลผลิตแบบถูกกดราคาก็กลายมาเป็นแบรนด์คุณภาพที่คนซื้อต้องบากบั่นไปขอชมขอชิม

เรื่องเล่าของคนจับเขาหัวโล้นมาไว้ทรงฮิปปี้ได้สำเร็จ ไม่ได้จบอยู่แค่นี้เพราะที่ท้าทายที่สุดคือ ทุกคนแม้จะทำดีสุดขั้ว แต่ในสายตาของกฎหมายก็คือ ผู้อาศัยในอุทยานแห่งชาติ ซึ่งกฎหมายอุทยานมีไว้สำหรับอนุรักษ์คุ้มครองไว้เป็นแหล่งเรียนรู้และนันทนาการของประชาชน

เด็ดกว่านั้นคือ พื้นที่นี้บังเอิญถูกประกาศรวมอยู่ในเขตอุทยานเมื่อปี 2524 โดยมิได้มีการกันเขตไว้ ความดีที่ทำมาทั้งหมดจึงขัดกับข้อความในกฎหมายอุทยาน

การบ้านของยุคปฏิรูปอย่างหนึ่ง จึงมีว่า ผู้ที่สามารถเปลี่ยนเขาหัวโล้นให้เป็นป่าและยังพัฒนาวัฒนธรรมการอยู่ร่วมแบบบำรุงป่ามากกว่ารักษาป่าไว้ดูเล่นนี้ ควรมีสถานะเช่นไรในกฎหมายบ้านเมือง n

(คราวหน้ามาต่อกันครับ)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท