
ฐิติกรลุยซีแอลเอ็มวี
TK รอดูกำลังซื้อหลังราคาสินค้าเกษตรเริ่มลงก่อนตัดสินใจเพิ่มเป้าเติบโตพอร์ตสินเชื่อลั่นลุยเปิดสาขาเพิ่มในซีแอลเอ็มวี
TK รอดูกำลังซื้อหลังราคาสินค้าเกษตรเริ่มลงก่อนตัดสินใจเพิ่มเป้าเติบโตพอร์ตสินเชื่อลั่นลุยเปิดสาขาเพิ่มในซีแอลเอ็มวี
นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร (TK) เปิดเผยว่า ตอนนี้ขอรอดูสถานการณ์เรื่องกำลังซื้อของประชาชนก่อน เพราะต้นปีดีต่อเนื่องมา แต่เดือน พ.ค.เริ่มเห็นกลุ่มราคาสินค้าเกษตรลดลงเป็นครั้งแรกหลังดีขึ้นมาตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามภาวะราคาน้ำมันที่ลดลงทั่วโลก อีกทั้งต้องรอดูกำลังซื้อจะฟื้นตัว หลังผ่านวันพระราชพิธีวันที่ 26 ต.ค. ไปแล้วจะเป็นอย่างไร และคอยดูแลว่า จะเกิดภาวะน้ำท่วมหรือไม่ จึงจะกลับมาประเมินว่าจะเพิ่มเป้าการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อที่เพิ่งปรับขึ้นเป็นเติบโต 10% หลังประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกออกมาจากเดิมมองเติบโตเพียง 5% ซึ่งพอร์ตสินเชื่อบริษัท ณ สิ้นไตรมาสแรกอยู่ที่ 8,051 ล้านบาท เมื่อเทียบสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 7,724 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี คาดว่ารายได้บริษัทจะดีต่อเนื่องติดต่อกัน 7 ไตรมาส ซึ่งปีนี้บริษัทกลับมาดีอีกครั้ง เพราะมีปัจจัยหนุนหลักอยู่ 3 อย่าง คือ ภาคการส่งออกที่ดี ยอดผลิตรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ยังดีต่อเนื่อง โดยสัดส่วนสินเชื่อรถยนต์เหลือเพียง 8% และจักรยานยนต์ที่ 92% ส่วนฤดูโลว์ซีซั่นของธุรกิจปกติคือ ไตรมาส 3 เพราะเป็นฤดูกาลเพาะปลูก
นายประพล กล่าวต่อว่า ปัจจุบันหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ในระดับ 4.6% เท่านั้นเทียบกับปีที่ผ่านมาอยู่ที่กว่า 5% และไม่ต้องห่วงสภาพคล่องของบริษัทเพราะปัจจุบันมีหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) อยู่ที่ 0.9 เท่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับฐานทุนที่มีอยู่กว่า 4,000 ล้านบาท
นอกจากนั้น ปีนี้บริษัทจะพยายามให้ได้ข้อสรุปเคาะว่าจะมีการขยายเปิดสาขาในต่างประเทศอีก 1 แห่ง หลังจากเปิดที่กัมพูชาและ สปป.ลาว ไปแล้วยังคงมองการขยายไปในกลุ่มอาเซียน หรือซีแอลเอ็มวีเป็นหลัก เพราะบริษัทยังมีเป้าหมายว่าอีก 3 ปี หรือปี 2563 จะต้องมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศให้ได้ 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.4% และในประเทศที่ 97.6%
"การขยายในประเทศเริ่มมีขอบเขตจำกัดมากขึ้น เพราะรายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนไทยมากกว่าในต่างประเทศ แต่มีความเสี่ยงหนี้ครัวเรือนที่สูงกว่า และเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ขณะที่ต่างประเทศกลุ่มอาเซียนเศรษฐกิจยังมีโอกาสเติบโตได้สูงว่าทั้งในเรื่องของการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมทำงาน" นายประพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม อนาคตบริษัทต้องขยายการเปิดสาขาในอัตราที่เร่งมากขึ้น โดยเป็นการเติบโตจากฐานที่ต่ำ อย่างน้อยคาดว่าจะได้ข้อสรุปสิ้นปีนี้หรือไป ต้นปีหน้าว่าสรุปจะเลือกประเทศใด ปีนี้มีเป้าหมายเปิดในประเทศอีก 4 แห่ง เป็น 88 แห่ง กัมพูชาเพิ่มอีก 3 แห่ง เป็น 6 แห่ง และที่ สปป.ลาว เบื้องต้นคาดว่าเพิ่มอีก 1 แห่ง เป็นทั้งหมด 2 แห่ง" นายประพล กล่าว
สำหรับมุมมองนาโนไฟแนนซ์มองว่าไม่คึกคัก ในสัดส่วนที่ TK ดำเนินการมีพอร์ตสินเชื่อเพียง 9 แสนบาท แม้จะให้อัตราดอกเบี้ย 36% แต่รวมๆ แล้วมองว่าไม่ครอบคลุมกับค่าใช้จ่าย







