posttoday
บาทแข็งเกษตรอ่วม

บาทแข็งเกษตรอ่วม

25 กรกฎาคม 2560

ธปท.เตือนเอกชนรับมือเงินบาทแข็งค่าเร็ว ตั้งแต่ต้นปีขึ้นมาถึง 7% แล้ว เอกชนห่วงส่งออกสินค้าเกษตรกระทบหนัก

ธปท.เตือนเอกชนรับมือเงินบาทแข็งค่าเร็ว ตั้งแต่ต้นปีขึ้นมาถึง 7% แล้ว เอกชนห่วงส่งออกสินค้าเกษตรกระทบหนัก

นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เงินบาทแข็งค่าขึ้น 7% เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาครองจากเกาหลี ซึ่งเป็นการแข็งค่าที่ค่อนข้างเร็ว สะท้อนปฏิกิริยาของตลาดที่อ่อนไหวกับความผันผวนในระยะสั้นที่มากเกินไป ดังนั้น ธปท.จะติดตามสถานการณ์ในตลาดการเงินดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

"นี่เป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์เป็นสำคัญ อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมายังมีเงินลงทุนโดยตรงของภาคธุรกิจไหลเข้ามาเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติมด้วย" นายเมธี กล่าว

น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า การที่เงินบาทแข็งค่ามากกว่าคู่แข่งการค้า จะทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรจะได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากสินค้าเกษตรของไทยต้องแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนเกือบทั้งหมด เช่น การส่งออกข้าวต้องแข่งขันส่งออกกับข้าวของเวียดนาม เป็นต้น ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบน้อยกว่า ไม่น่าจะมีปัญหาเท่าสินค้าเกษตรที่คาดว่าราคาจะตกต่ำลงไปอีกจากผลกระทบของค่าเงินบาทแข็งค่า

"การที่เงินบาทแข็งค่าทำให้สินค้าเกษตรของไทยแพงขึ้น และอาจจำเป็นต้องลดราคาลงมาเพื่อแข่งขัน ทำให้สูญเสียรายได้ในรูปเงินบาท แทนที่ส่งออกในปริมาณมากจะได้มูลค่าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งตรงนี้น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะผลผลิตข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ที่กำลังทยอยออกมาอาจได้รับผลกระทบในด้านราคาด้วย" น.ส.กัณญภัค กล่าว

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการคือ อยากทราบข้อมูลแนวโน้มการอ่อนค่าและแข็งค่าของเงินบาทให้แน่ชัดว่ามีทิศทางเป็นอย่างไร ซึ่งได้ประสานไปยัง ธปท. ในการจัดส่งข้อมูลมาให้ภาคเอกชน เพื่อนำมาใช้ประกอบการจัดทำประกันความเสี่ยง และการกำหนดราคาขายสินค้าล่วงหน้า ซึ่งมีความจำเป็น เพราะสินค้าเกษตรของไทยมีกำไร (มาร์จิ้น) ที่ต่ำอยู่แล้ว ดังนั้นความผันผวนของเงินบาทจึงมีผลกระทบ

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา เคลื่อนไหวที่ระดับ 33.41/45 บาท/ดอลลาร์ ระยะสั้นยังมีโอกาสแข็งค่าได้อีก ในระยะสั้นอาจลงไปที่ระดับ 33.20 บาท ปัจจัยที่ต้องติดตามช่วงสั้นๆ นี้คือ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ ซึ่งตลาดมองว่าเฟดไม่น่าจะขึ้นดอกเบี้ยได้อีกแล้วในปีนี้ ถ้าการประชุมครั้งนี้ออกมาให้ความเห็นว่าดอกเบี้ยจะปรับขึ้นต่อไปจากปัจจุบันที่ 1-1.25% น่าจะมีผลทำให้เงินดอลลาร์เริ่มหาแนวรับได้และหยุดอ่อนค่าลง

นอกจากนี้ จากกรณีที่ซาอุดิอาระเบียออกมาบอกว่าสามารถลดกำลังการผลิตได้อีก ซึ่งอาจเป็นแรงหนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยเริ่มเกินดุลการค้าลดลงได้บ้าง จึงน่าจะเป็นปัจจัยที่มีผลให้เงินบาทแข็งค่าต่อไปได้ไม่ไกล น่าจะกลับมาอ่อนค่าและยืนแถวๆ 33.50 บาทได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท