
บิตคอยน์ไม่หมู อยากลองต้องรู้จริง
จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์/ดวงใจ จิตต์มงคลกว่าจะหาบิตคอยน์เข้ากระเป๋าแต่ละเหรียญไม่ใช่เรื่องหมูๆ เพราะต้องใช้แรงขุดกันสาหัส หรือต้องเข้าไปซื้อรอเป็นวันกว่าจะมีคนยอมขาย การหาบิตคอยน์ด้วยวิธีเหล่านี้ล้วนมีต้นทุนทั้งสิ้น
จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์/ดวงใจ จิตต์มงคล
กว่าจะหาบิตคอยน์เข้ากระเป๋าแต่ละเหรียญไม่ใช่เรื่องหมูๆ เพราะต้องใช้แรงขุดกันสาหัส หรือต้องเข้าไปซื้อรอเป็นวันกว่าจะมีคนยอมขาย การหาบิตคอยน์ด้วยวิธีเหล่านี้ล้วนมีต้นทุนทั้งสิ้น
กรณีเป็นสายขุด ต้องลงทุนซื้อหน่วยประมวลผล กลาง (ซีพียู) ซื้อการ์ดจอดีๆ ซึ่งเปรียบเสมือนมีซีพียูหลายตัวเรียงกันช่วยประมวลผลให้เร็วขึ้น และอุปกรณ์เหล่านี้ยิ่งดีเท่าไรราคาก็แพงเท่านั้น เงินลงทุนที่ใช้ไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นบาท ยิ่งกระแสบิตคอยน์มาแรงคนไปแห่ซื้อการ์ดจอมาขุดกันขวักไขว่ก็ทำให้การ์ดจอขาดตลาด ราคาการ์ดจอแพงขึ้นเท่าตัว
ที่สำคัญการ์ดจอและซีพียูแต่ละค่ายมีคุณสมบัติเหมาะใช้แก้โจทย์ขุดเงินสกุลดิจิทัลแตกต่างกัน จากข้อมูล ใน coinmarketcap.com พบว่ามีเงินสกุลดิจิทัลในโลกนี้ ไม่ต่ำกว่า 978 สกุล ลองคิดดูว่าถ้าวันนี้เงินสกุลดิจิทัลเอ มีราคาถูก ขุดง่าย คนก็ลงทุนอุปกรณ์ขุดเงินสกุลนี้ เพื่อมา แลกเป็นบิตคอยน์ แต่อนาคตเงินสกุลดิจิทัลนี้ไปไม่รอด อาจต้องลงทุนใหม่เพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่เหมาะใช้ขุดเงินสกุลดิจิทัลอื่นแทน หรือถ้าเป็นสายเทรดก็ต้องยอมควักเงินจริงๆ ไปเสี่ยงซื้อบิตคอยน์ที่เป็นเงินในอากาศมาไว้ครอบครอง
เพื่อประเมินความคุ้มค่าการลงทุนบิตคอยน์ สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ แต่อยากตามกระแส ต้องลองฟังเสียงคนเคยลงทุนบิตคอยน์ เริ่มที่นายเอ นามสมมติ ระบุว่า บิตคอยน์เหมือนการลงทุนประเภทอื่น ที่ผู้ลงทุนควรศึกษาให้เข้าใจก่อน เพราะอะไรที่เราไม่เข้าใจแล้วไปลงทุนก็เป็นความเสี่ยงทั้งสิ้น
คนที่เหมาะเข้าวงการขุดหรือเทรดบิตคอยน์ควรมี คุณสมบัติ คือ 1.เขียนโปรแกรมเป็นระดับหนึ่ง 2.มีความรู้ และเข้าใจเรื่องฮาร์ดแวร์ 3.มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการ ซื้อขายเงินตราระหว่างประเทศ หากขาดคุณสมบัติข้อใด ข้อหนึ่งไปอาจทำกำไรกับบิตคอยน์ยาก และบิตคอยน์ มีความน่ากลัวซ่อนอยู่ เพราะยังไม่เห็นภาพว่าจะเปลี่ยน เป็นเงินจริงได้ สิ่งที่ทำได้ยังมีแค่นำไปแลกซื้อสิ่งของเท่านั้น
นอกจากนี้ การทำธุรกรรมบิตคอยน์แต่ละครั้งใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงจึงสำเร็จ หรือบางทีก็อาจนานหลายวัน ส่วนราคาซื้อขายบิตคอยน์ก็ผันผวนมาก เช่น ช่วงที่วอนนาคราย ซึ่งเป็นแรนซัมแวร์ หรือโปรแกรมไวรัสเรียกค่าไถ่ระบาดหนัก และเหล่าอาชญากรไซเบอร์เรียกค่าไถ่เป็นบิตคอยน์ ราคาก็พุ่งสูงเพราะความต้องการตลาดสูง
ขณะที่วันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา bitcoin.org ออกแถลงการณ์เตือนสาวกบิตคอยน์ถึงเหตุการณ์เชน สปลิต (Chain split) ที่อาจเกิดวันที่ 1 ส.ค.นี้ ผลจากกลุ่มนักพัฒนา ผู้สนับสนุนบิตคอยน์ คิดเห็นไม่ตรงกันในการปรับปรุงซอฟต์แวร์รองรับการทำธุรกรรมบิตคอยน์ ฝ่ายหนึ่งเดินหน้า ปรับปรุงซอฟต์แวร์ใหม่รองรับ อีกฝ่ายยังไม่ปรับดังนั้น วันที่ 1 ส.ค. อาจเกิดเหตุการณ์ที่การทำธุรกรรมวันนั้นระหว่างกลุ่มเครือข่าย (Node) บางกลุ่มที่ใช้ซอฟต์แวร์ ตัวเดิมกับที่ใช้ซอฟต์แวร์ตัวใหม่มีปัญหาล่าช้า หรือบิตคอยน์ ที่โอนระหว่าง 2 เครือข่ายนี้อาจสูญหายไปเลยก็ได้
พร้อมออกคำแนะนำควรหยุดทำธุรกรรมด้วยบิตคอยน์ อย่างน้อย 12 ชั่วโมง หรือ 1-2 วัน ก่อนวันที่ 1 ส.ค. และอย่าถือบิตคอยน์มากเกินกว่าที่ตัวเองจะรับได้ เพราะ ราคาตลาดจะผันผวนหนักมาก อีกทั้งต้องติดตามข้อมูล ใกล้ชิด ซึ่งหลังคำเตือนนี้ ตลาดเงินสกุลดิจิทัลผันผวนหนัก
ข้อมูลใน www.cryptocompare.com พบว่า วันที่ 12 ก.ค. เวลา 00.00 น. บิตคอยน์ 1 เหรียญเท่ากับ 8.55 หมื่นบาท แล้วตกฮวบกว่า 20% เหลือ 6.7 หมื่นบาท ช่วง 05.00 น. ก่อนขึ้นมาอีกครั้งวันที่ 13 ก.ค. เวลา 00.00 น. อยู่ที่ 8.69 หมื่นบาท ผ่านไปถึงวันที่ 15 ก.ค. เวลา 00.00 น. ราคาตกลงอยู่ที่ 7.42 หมื่นบาท สะท้อนว่าเวลาผ่านไม่กี่อึดใจมูลค่าบิตคอยน์เปลี่ยนหลักหมื่นบาท ทีเดียว
นายเอ เล่าต่อว่า เริ่มขุดบิตคอยน์ 3-4 ปีก่อนช่วงนั้น บิตคอยน์ 1 เหรียญ มูลค่าประมาณ 1 หมื่นบาทที่กล้าลงทุนเพราะเข้าใจระดับหนึ่ง โดยไปซื้อการ์ดจอมาขุด เพราะอยากท้าทายความสามารถด้านเขียนโปรแกรมและด้านการเงิน ซึ่งก็ไม่ได้ขุดบิตคอยน์ โดยตรง แต่ขุดเงินสกุลดิจิทัลอื่น ช่วงที่มูลค่ายังถูก รอให้มูลค่าสูง ขึ้นแล้วไปแลกบิตคอยน์
ช่วงนั้นลงทุน 3-6 เดือนก็คุ้มทุน เพราะผู้ขุด ยังไม่มาก การขุดแต่ละครั้ง จึงได้ส่วนแบ่งเหรียญมากกว่าปัจจุบันที่คนขุดกันมากแล้ว มองว่าใครมาลงทุนเวลานี้ที่การ์ดจอแพงขึ้นเท่าตัว ผู้ขุดมากขึ้นตัวหาร มากขึ้นทำให้ขุดเหรียญแต่ละครั้งได้ส่วนแบ่งน้อยลง อาจใช้เวลา 8 เดือนถึง 1 ปีจึงคุ้มทุน
อีกสิ่งที่ต้องคิด คือ แม้ค่าไฟที่เสียจากการเปิดการ์ดจอทิ้งข้ามคืน อาจแค่เดือนละหลักร้อยบาท แต่ไทยเป็นเมืองร้อน จะมีค่าใช้จ่ายทางอ้อมจากการเปิดแอร์เพื่อช่วยให้การ์ดจอที่เปิดไว้ไม่ร้อนเกินไป ซึ่งค่าใช้จ่ายทางอ้อมอาจสูงกว่าทางตรง
นอกจากนั้น แม้ในไทยมีคนแห่มาขุดบิตคอยน์มาก แต่น่าแปลก ช่วงหนึ่งนายเอไม่อยากเสียเวลาขุดบิตคอยน์ เลยลองไปเสนอซื้อจากตลาด หาซื้อแค่ 1 เหรียญ แต่กลับไม่มีคนขายให้ สุดท้ายต้องเลิกซื้อไปเอง สะท้อนว่า บิตคอยน์ไม่ได้มีสภาพคล่องสูง ระบบการทำธุรกรรมก็ไม่ได้ ทำให้คนซื้อขายเชื่อใจกันมากพอได้จริง เมื่อบิตคอยน์ ต้องใช้เวลานานกว่าจะทำธุรกรรมสำเร็จ ต่างฝ่ายจึงไม่มั่นใจกัน
แถมทุกฝ่ายที่เข้าสู่ตลาดบิตคอยน์ ก็กังวลลึกๆ ถึงอนาคต ถ้าบิตคอยน์ถูกขุดออกมาจนครบ 21 ล้านเหรียญ ตามที่ผู้สร้างบิตคอยน์กำหนดว่า บิตคอยน์จะมีแค่ 21 ล้านเหรียญ วันนั้นจะเกิดอะไร จะมีการเพิ่มจำนวนบิตคอยน์ อีกหรือบิตคอยน์จะเป็นอย่างไรต่อไปซึ่งไม่มีใครรู้
นายเอเชื่อว่า คนที่มาขุดและซื้อขายบิตคอยน์ในตลาดเวลานี้ ส่วนหนึ่งไม่ได้หวังทำกำไรจริงจัง แต่ขุดเป็นงานอดิเรก ทำเพื่อศึกษา เคยได้ยินกระแสว่าแม้แต่บริษัทไอทียักษ์ใหญ่บางแห่งยังส่งนักพัฒนาของตัวเองมาลองขุดบิตคอยน์หวังไปต่อยอดสร้างนวัตกรรมใหม่
ต่อกันที่ นายบี นามสมมติ เริ่มลงทุนบิตคอยน์เดือน ส.ค.-ก.ย. 2559 เพราะอยากลอง โดยซื้ออุปกรณ์ ขุดอย่างดี มูลค่าลงทุนราว 2 แสนบาท จากนั้นตั้งตัวเป็นสายขุดจริงจัง ช่วงนั้นขุดได้วันละ 1 เหรียญ/เครื่อง 1 เหรียญมีค่าประมาณ 300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1 หมื่นบาท ซึ่งก็ขุดทิ้งไว้เรื่อยๆ ไม่ได้ขาย กระทั่งราคาบิตคอยน์ขึ้นไปแตะ 1 หมื่นดอลลาร์ หรือกว่า 3 แสนบาท จึงขาย เท่ากับกำไร 30 เท่า แล้วนำกำไรนั้นมาลงทุนเครื่องขุดต่อ ปัจจุบันมี 14 เครื่อง หลังจากนี้ขุดได้เท่าไรก็คิดว่าเหมือนได้กำไรเพิ่มแล้ว
หากดูแค่กำไรที่นายบีทำได้ อาจทำให้คนสนใจขุดบิตคอยน์มากขึ้น แต่นายบีแนะนำว่า ถ้าเป็นหน้าใหม่ที่อยากมาขุดบิตคอยน์เวลานี้อาจไม่คุ้มเหมือนสมัยที่เขาเริ่มขุด เพราะกระแสแรง คนขุดมากขึ้น แห่ซื้อการ์ดจอมากขึ้นจนอุปกรณ์ขาดตลาด ราคาแพงขึ้นเท่าตัว เช่น เคยซื้อเครื่องมือชุดละ 6 หมื่นบาท ราคาตอนนี้พุ่งเป็น 1.2-1.3 แสนบาท สวนทางราคาบิตคอยน์ที่เป็นขาลง และส่วนแบ่งเหรียญจากการขุดแต่ละครั้งก็น้อยลง
"พี่ดำ" นักวิเคราะห์การเงินและการลงทุนประจำห้อง "โร้ด ทู เทดเดอร์" นิยามบิตคอยน์ว่า เป็นเหมือนตั๋วแลกเงินรูปแบบหนึ่งที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับให้ถูกต้อง ถ้าจะทำให้บิตคอยน์กลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย มีมูลค่า หรือราคากลางที่แท้จริงได้ คงต้องมีประเทศใดประเทศหนึ่งนำบิตคอยน์ไปเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศก่อนเพื่อเป็นหลักประกันมูลค่า ส่วนการลงทุนบิตคอยน์ แม้มีผลตอบแทนสูงแต่มีความเสี่ยงที่มองไม่เห็น และมีคำถามเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุน
ยิ่งกับคนไม่มีความรู้เรื่องเหล่านี้แต่ไปลงทุนซื้อ อุปกรณ์แพงๆ หลักแสนบาทมาขุด หากคำนวณจริงๆ กับผลตอบแทนที่ได้อาจไม่คุ้มกัน ซึ่งถ้าเป็นมุมมองนักลงทุน จริงๆจะพิจารณาความคุ้มค่าในการขุด ประเมินความเสี่ยงเทียบกับการทำให้ผลตอบแทนการลงทุน (อาร์โอไอ) คืนกลับมา 100% ซึ่งปัจจุบันอาจใช้ 10-16 เดือน จากก่อนหน้านี้ไม่เกิน 3-6 เดือน แถมมีความเสี่ยงจากราคาบิตคอยน์ขึ้นลงไม่คงที่และไม่ได้มีมูลค่าที่แท้จริงหรือตัวกฎหมายรองรับ
พี่ดำ ทิ้งท้ายว่า หากให้มองเฉพาะข้อดีของบิตคอยน์ รวมถึงเงินสกุลดิจิทัลอื่นเวลานี้ก็คงมีเพียงสามารถโอนเงินระหว่างกันโดยไม่ระบุตัวตนได้ และเมื่อมองหลายมุม บิตคอยน์อาจไม่ใช่ผู้ร้ายเสียทีเดียว จึงขอใช้ประโยคคลาสสิกมากำกับก่อนตัดสินใจเข้าสู่เหมืองบิตคอยน์ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
เรืองโรจน์ พูนผล หรือกระทิง ผู้ร่วมก่อตั้งและ ผู้ร่วมบริหารกองทุน 500 ตุ๊กตุ๊ก ซึ่งลงทุนในสตาร์ทอัพ กล่าวว่า คนที่คิดลงทุนในบิตคอยน์ต้องทำความเข้าใจสิ่งนี้ดีๆ เพราะเป็นการลงทุนที่เสี่ยงมาก เนื่องจากบิตคอยน์ไม่มีสินทรัพย์หรือรัฐบาลใดหนุนหลัง เป็นสกุลเงินดิจิทัลล้วนๆ ราคาก็แกว่งตัวสูงมาก
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนลงทุน คือ คุณรับความเสี่ยงได้หรือไม่ เข้าใจหรือไม่ว่าความเสี่ยงเกิดจากอะไร ความเสี่ยงเท่าไร ถ้าตอบได้ คุณเข้าใจบิตคอยน์ลึกซึ้งเท่าไร และถ้าอยากลงทุนบิตคอยน์ จะลงทุนในสัดส่วนเท่าไร บางคนอาจลงทุน 1% ของสินทรัพย์ที่มี ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นนักลงทุนทั่วไปที่ไม่เข้าใจไม่อยากให้ลงทุนเพราะการลงทุนใดๆ ที่คุณไม่เข้าใจเลยคุณไม่ควรลงทุนอยู่แล้ว
"ผมไม่ได้บอกว่าบิตคอยน์เสี่ยงไหม คนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ก็ลงทุนได้ ผมก็ลงทุนในบิตคอยน์ ขำๆ สนุกดี" กระทิง กล่าว
ฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การชำระเงินด้วยบิตคอยน์ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจ แต่อาจเป็นเรื่องที่เร็วไปสำหรับประเทศไทย เนื่องจากคนยังมีความเข้าใจไม่มาก และถึงจะสะดวกในยุคอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ แต่กฎหมายเรายังไม่รับรองการชำระหนี้ได้ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีความผันผวนของราคาด้วย
สรุปแล้วมาขุดบิตคอยน์และเงินสกุลดิจิทัลอื่นเวลานี้ต้นทุนสูงแต่การคืนทุนช้า และมีความเสี่ยงสูง เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าเงินสกุลดิจิทัลที่สร้างมาลอยๆ จะล้มหายตายจากเมื่อไร ถึงวันนั้น แม้มีเงินสกุลนั้นครอบครองมากมายก็ไม่อาจทำอะไรได้นอกจากมองดูอากาศตรงหน้า จึงขอย้ำเตือน 100 รอบ ว่านักลงทุนหน้าใหม่ต้องใช้วิจารณญาณให้ดี ถ้ายังไม่รู้ว่าสิ่งที่คิดจะทำอยู่คืออะไร ก็ไม่ต่างจากคนไปยืนถ่ายรูปโดยไม่รู้ตัวเองว่ายืนอยู่ตรงปากเหวอาจตกเอาได้ง่ายๆ







