posttoday
ยุคในการบริหารคน (2)

ยุคในการบริหารคน (2)

23 กรกฎาคม 2560

ทัธภร ธนาวริทธิ์ [email protected]ที่ปรึกษาองค์กรบริษัท เอสทีไอ คอนซัลติ้ง จำกัดดังที่กล่าวไปในสัปดาห์ก่อนหน้าเกี่ยวกับการบริหารคนในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป รูปแบบวิธีการก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วพฤติกรรมของคนก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเช่นกัน

ทัธภร ธนาวริทธิ์ [email protected]ที่ปรึกษาองค์กรบริษัท เอสทีไอ คอนซัลติ้ง จำกัด

ดังที่กล่าวไปในสัปดาห์ก่อนหน้าเกี่ยวกับการบริหารคนในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป รูปแบบวิธีการก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วพฤติกรรมของคนก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเช่นกัน

การเปลี่ยนแปลงของโลกที่ชัดเจน เกิดขึ้นมาตั้งแต่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1881-1850 หลังจากที่มีการคิดค้นเครื่องจักรไอน้ำ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมขนานใหญ่ เนื่องจากการผลิตโดยใช้เครื่องจักรนั้นสามารถทำให้ผลิตได้คราวละมากๆ มีส่วนเกินในการผลิตเกิดขึ้น และสามารถนำส่วนเกินจากการผลิตนั้นไปขายเพื่อให้เกิดรายได้จากการผลิตส่วนเกิน ก่อให้เกิดการเติบโตของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

ระบบทุนนิยมเป็นวิถีการผลิตที่มุ่งหวังกำไร นายจ้างหรือเอกชนมุ่งเน้นการแสวงหากำไร การสะสมทุน นายจ้างจึงจำเป็นจะต้องหาทางที่ทำให้ได้รายได้สูงสุด โดยมีต้นทุนต่ำที่สุด ดังนั้นในขั้นตอนการผลิตจำเป็นจะต้องมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ในยุคนั้นเป็นจุดกำเนิดของแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารคนที่เกี่ยวข้องกับทั้งการจ่ายค่าตอบแทน การจัดโครงสร้างองค์กร การแบ่งงาน การดูแลควบคุมตามสายการบังคับบัญชา การจัดการสภาพแวดล้อม การจ่ายค่าจ้างจะมีการจ่ายเป็นชิ้นๆ ยิ่งแรงงานผลิตได้มากก็ยิ่งได้เงินมาก มีการจัดแบ่งคนเป็นกลุ่มๆ ตามหน้าที่ต่างคนต่างทำหน้าที่ให้ดีที่สุดโดยมีการควบคุมจากผู้ที่เป็นหัวหน้างาน

นอกจากนี้ จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนหรือกฎระเบียบที่นายจ้างกำหนดอย่างเคร่งครัด เนื่องจากมีการคิดวิธีการที่ดีที่สุด หรือ One best way ในการทำงานที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุดมาเรียบร้อยแล้ว หลักการบริหารในยุคนั้นจะใช้แนวคิดการจัดการที่เป็นเหตุ เป็นการจัดการโดยใช้แนวคิดทางวิทยาศาสตร์ เช่น Scientific management, Bureaucratic model

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งระบบทุนนิยมถูกมองว่าทำให้คนเกิดความแปลกแยก แรงงานถูกกดขี่จากนายจ้าง กฎระเบียบในสังคมถูกกำหนดเพื่อเอื้อต่อประโยชน์ของโครงสร้างส่วนบน ซึ่งจะทำให้แรงงานเกิดการรวมตัวกันต่อต้านและปฏิวัติกลุ่มนายทุนในที่สุดซึ่งเป็นแนวคิดในกลุ่มสังคมนิยม

กลุ่มคนที่เกิดในช่วงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดนั้น หากมีอายุยืนมาจนถึงปัจจุบันจะมีอายุราวๆ ประมาณ 130 ปี จากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม จากนั้นประมาณ 30 ปีก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และถัดไปอีกประมาณ 20 ปี ก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยหลังจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 แนวทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ก็มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สองที่เกิดในเวลาห่างกันเพียงไม่นาน มีจำนวนผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหายหลายสิบล้านคน โดยเฉพาะในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1939 ที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยมีการประมาณการว่าอยู่ราวๆ 40-70 ล้านคน เนื่องจากอาวุธที่มีการใช้เทคโนโลยีในระดับสูง และเป็นสงครามที่กว้างขวางที่สุดในประวัติศาสตร์ มีทหารจากกว่า 30 ประเทศเข้าร่วมโดยตรง และประเทศผู้ร่วมสงครามหลักทุ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ทั้งหมดเพื่อความพยายามของสงคราม

คนที่เกิดในยุคหลังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นี้ ซึ่งเกิดระหว่างช่วงปี 1946-1964 คือกลุ่ม Baby boomer เนื่องจากว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้ชายต้องถูกไปเกณฑ์ทหาร พอสงครามจบลงก็กลับมาแต่งงานและมีลูกกันเป็นจำนวนมาก

ในสัปดาห์หน้าจะกล่าวถึงแนวทางการบริหารคนในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บริบทของสิ่งแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อแนวคิด และวิธีการบริหารคนในช่วงเวลานี้

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ