posttoday
ไม่ต้องทำงานหนักก็รวยได้

ไม่ต้องทำงานหนักก็รวยได้

23 กรกฎาคม 2560

สมชาย สกุลสุรรัตน์ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ถ้ามีเวลามักจะแวะร้านหนังสือหาหนังสือที่ถูกใจกลับไปอ่านเวลาว่าง แต่พักหลังนี้มักจะเข้าไปเดินดูหนังสือที่เขาวางขายแล้วกลับบ้านมือเปล่า ไม่ได้ซื้อหนังสือติดมือกลับมา เพราะรู้สึกว่านอกจากจะราคาแพงขึ้นแล้ว หนังสือส่วนมากยังสอนให้คนเกิดกิเลส เชื่อว่าคนเราสามารถที่จะร่ำรวยเป็นเศรษฐีเหมือนคุณธนินท์ หรือคุณเจริญได้ โดยไม่ต้องลงแรงทำงานหนัก ประเภทเป็นเศรษฐีได้ง่ายกว่าที่คุณคิด พิชิตเงินพันล้านง่ายในชั่วพริบตา แจ็ค หม่า ทำได้ คุณก็ทำได้ อะไรทำนองนั้น

สมชาย สกุลสุรรัตน์

ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ถ้ามีเวลามักจะแวะร้านหนังสือหาหนังสือที่ถูกใจกลับไปอ่านเวลาว่าง แต่พักหลังนี้มักจะเข้าไปเดินดูหนังสือที่เขาวางขายแล้วกลับบ้านมือเปล่า ไม่ได้ซื้อหนังสือติดมือกลับมา เพราะรู้สึกว่านอกจากจะราคาแพงขึ้นแล้ว หนังสือส่วนมากยังสอนให้คนเกิดกิเลส เชื่อว่าคนเราสามารถที่จะร่ำรวยเป็นเศรษฐีเหมือนคุณธนินท์ หรือคุณเจริญได้ โดยไม่ต้องลงแรงทำงานหนัก ประเภทเป็นเศรษฐีได้ง่ายกว่าที่คุณคิด พิชิตเงินพันล้านง่ายในชั่วพริบตา แจ็ค หม่า ทำได้ คุณก็ทำได้ อะไรทำนองนั้น

มาถึงตรงนี้ต้องหมายเหตุไว้หน่อยว่า ถ้าเผอิญชื่อหนังสือที่ผมตั้งขึ้นเหล่านี้เกิดไปตรงกับชื่อหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งที่วางขายอยู่ก็ขออภัยด้วย เพราะไม่ได้ตั้งใจจะหยิบยกหนังสือเล่มใดขึ้นมาเป็นตัวอย่างวิพากษ์วิจารณ์

ที่ผมพูดถึงหนังสือประเภทนี้ อาจจะเป็นเพราะผมเป็นคนที่เกิดในยุคหลังสงคราม ที่เขาว่ากันว่าเป็นยุคของคนที่เกิดมาทำงานหนักเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว ไม่สามารถใช้ชีวิตหลั่นล้าเหมือน คนยุคหลังอีกหลายยุคที่เกิดมาท่ามกลางความเปลี่ยนพร้อมที่คนยุคหลังสงครามทำไว้ให้ ผมนึงไม่เชื่อว่าคนเราสามารถจะสร้างเนื้อสร้างตัวได้ โดยไม่ต้องทำงานหนักเหมือนชื่อหนังสือประเภทนี้

ผมเชื่อว่าไม่ว่าคนในเจน x เจน y เจน z เจน c หรือเจนอะไรต่อไปในอนาคตผู้ที่จะสร้างอนาคต สร้างฐานะของตัวเองได้ จะต้องเป็นคนที่ทำงานหนักแม้ว่าจะเป็นงานคนละประเภทกับงานของคนในยุคหลังสงครามที่เป็นงานด้านการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมออกไปจำหน่าย แต่คนในยุคหลังอาจทำงานที่เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีและไอที มีระบบอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสื่อสารมีความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำสิ่งใหม่ๆ สร้างนวัตกรรมใหม่ มีความเป็นอิสระสูง ไม่ชอบเป็นลูกจ้างเหมือนคนยุคหลังสงคราม

แน่นอนว่า ในกลุ่มคนจำนวนมากอาจมีบางรายที่ร่ำรวยจากการลงทุนในภาคธุรกิจการเงิน เช่น การลงทุนในตลาดหุ้น เลยทำให้เกิดความเชื่อว่าคนเราจะร่ำรวยได้โดยไม่ต้องทำงานหนัก แต่ความจริงก่อนที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุน นักลงทุนประเภทนี้ส่วนใหญ่ต้องทำงานหนักศึกษาหลักการพื้นฐานในการลงทุนศึกษาพฤติกรรมของตลาดหุ้น ศึกษาผลประกอบการของบริษัท และเศรษฐกิจในภาพรวมเพื่อเป็นพื้นฐานตัดสินใจลงทุน และที่สำคัญคือต้องทำงานหนักเพื่อประเมินความเสี่ยงที่เหมาะสมในการลงทุน

ส่วนนักลงทุนประเภทที่เชื่อเสียงกระซิบผีบอกโดยไม่ทำการบ้านที่ถูกเรียกว่าแมลงเม่า นอกจากจะลงทุนเพราะความโลภ อยากรวยเพราะเพื่อนแมลงเม่าชอบให้ลงทุนเวลามีกำไร และเพิ่งอ่านหนังสือประเภทรวยง่ายในพริบตานั้น เมื่อไหร่ที่ตลาดอยู่ในช่วงขาลงหรือขยับออกข้างซ้ายทีขวาที ก็มักจะตกเป็นเหยื่อของนักปั่นหุ้น เพราะขาดการทำงานหนัก เตรียมความพร้อมก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน

นอกจากเรื่องของการลงทุนในตลาดหุ้นที่ถูกสร้างภาพให้เป็นเหมือนเครื่องเอทีเอ็ม กดปุ่มแล้วมีเงินไหลออกมาแล้ว คนรุ่นใหญ่ที่ไม่ต้องการเป็นลูกจ้างใคร และออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัวที่เรียกว่าสตาร์ทอัพนั้น ผู้ที่จะประสบความสำเร็จต้องเป็นคน ที่ทำงานหนักกว่าคนรุ่นเก่าที่เป็นลูกจ้างด้วยซ้ำไป เพราะจะต้องหาเงินมาลงทุนเอง หาวิธีผลิตสินค้าหรือบริการใหม่ๆ ที่มีคุณภาพสูงตรงกับความต้องการของตลาด ต้องทำการตลาดเอง ทำบัญชีเอง น้อยรายสามารถสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเอง เพื่อให้เป็นอิสระจากการถูกเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าของแบรนด์สินค้าที่จ้างให้ผลิตแบบรับจ้างผลิต

เถ้าแก่น้อยที่ผมรู้จักหลายคนทำงานแบบไม่มีเวลาหรือวันหยุดเพื่อส่งสินค้าให้ลูกค้า และหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยธนาคาร ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้หาได้แตกต่างไปจากพฤติกรรมของเถ้าแก่ในยุคหลังสงครามไม่

เพราะฉะนั้นจึงเชื่อว่าการทำงานหนักเป็นหัวใจของความสำเร็จในการสร้างฐานของคนทุกยุคยิ่งในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้า เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คนที่ทำงานหนักเท่านั้นจึงจะสามารถรับความเปลี่ยนแปลงได้ทันต่อเหตุการณ์

การทำงานหนักจึงไม่ได้มีความหมายแต่การลงมือทำงานใช้แรงงาน ในสำนักงานหรือโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่หมายถึงการทำงานโดยใช้สมอง ใช้จินตนาการ ใช้วิชาความรู้และประสบการณ์ในการประกอบอาชีพที่ใดก็ได้ไม่จำกัดสถานที่

มีคำพูดที่นิยมพูดว่าคนที่ทำงานหนักสู้คนที่ทำงานแบบใช้ปัญหาไม่ได้ (Don't work hard; work smart) เลยเอามาตีความว่าคนที่จะประสบความสำเร็จไม่ต้องทำงานหนัก แต่ให้ทำงานสมาร์ท ซึ่งไปแปลต่อว่าให้ทำงานน้อยๆ หรือทำงานอย่าให้เกินเงินเดือนที่ได้รับ อย่างที่สมัยหนึ่งมีการพูดเปรียบเปรยว่า หลับๆ ตื่นๆ หมื่นห้าเดินไปเดินมาห้าพัน ทำงานทั้งวัน พันห้า ถ้าทำงานเก็บเงินเดือนคือว่าขาดทุนไม่สมาร์ท

ความจริง ผมเชื่อว่าคนที่ทำงานหนัก หรือ Work Hard นั้นส่วนใหญ่เป็นคนที่เอาใจใส่ และรับผิดชอบในหน้าที่การงานอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงพยายามที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพที่สุด ไม่ใช่เพื่อลดชั่วโมงการทำงาน แต่เพื่อใช้เวลาทำงานให้เกิดผลงานมากขึ้นกว่าเดิม เช่น ลดขั้นตอนในการทำงาน ปรับปรุงวิธีทำงาน ฯลฯ แต่คนที่ไม่ทำงานหนัก มีโอกาสน้อยที่จะ Work Smart เพราะไม่มีประสบการณ์จากการทำงานจริงจนทราบปัญหาที่ควรจะปรับปรุงให้กระบวนการ หรือ Process ในการทำงานกระชับ สั้น และมีประสิทธิภาพที่สุดเหมือนคนที่ Work Hard

ผมจึงเชื่อว่าคนที่ Work Hard ส่วนใหญ่เป็นคนที่ Work Smart แต่ไม่แน่ใจว่าคนที่บอกว่า Don't Work Hard แต่ให้ Work Smart นั้น เข้าใจความหมายที่แท้จริงหรือไม่ หรือแค่หลีกเลี่ยงการทำงานตามหน้าที่ความ รับผิดชอบโยนงานของตัวให้คนอื่น โดยอ้างว่า Work Smart

สรุปคือ ผมไม่เชื่อว่าคนเราจะร่ำรวยสร้างฐานะได้โดยไม่ทำงานหนักไม่ว่าจะเป็นคนเจนไหน แต่เชื่อว่าความสำเร็จในการทำงานคือ การทำงานหนักและรู้จักพัฒนาวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพที่สุด

อย่าไปเสียเวลาอ่านหนังสือ ที่สอนให้เชื่อว่าไม่ต้องทำงานก็รวยได้ คนที่รวยเพราะเก็งกำไรมีมาก แต่คนที่จนเพราะเก็งกำไรมีมากกว่าหลายเท่าครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท