
แกร็บกวาดตลาดอาเซียน
นันทิยา วรเพชรายุทธเป็นไปตามความคาดหมายกับการระดมทุนที่ได้รับเสียงตอบรับล้นหลาม เมื่อ "แกร็บ" ซึ่งเป็นบริษัทไรด์แชริ่งรายใหญ่ในอาเซียน สามารถระดมทุนไปได้ถึง 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการระดมทุนได้สูงที่สุดเท่าที่บริษัทในอาเซียนเคยทำได้ และสูงกว่าที่เคยมีการเกริ่นมาก่อนหน้านี้ว่าจะได้ 1,500 ล้านดอลลาร์
นันทิยา วรเพชรายุทธ
เป็นไปตามความคาดหมายกับการระดมทุนที่ได้รับเสียงตอบรับล้นหลาม เมื่อ "แกร็บ" ซึ่งเป็นบริษัทไรด์แชริ่งรายใหญ่ในอาเซียน สามารถระดมทุนไปได้ถึง 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการระดมทุนได้สูงที่สุดเท่าที่บริษัทในอาเซียนเคยทำได้ และสูงกว่าที่เคยมีการเกริ่นมาก่อนหน้านี้ว่าจะได้ 1,500 ล้านดอลลาร์
เงินทุนหลักๆ ในงวดนี้มาจาก นักลงทุนใหญ่ 2 ราย คือ ซอฟต์แบงก์ บริษัทเทคโนโลยีในญี่ปุ่นของ มาซาโยชิ ซัน มหาเศรษฐีเบอร์ 1 แดนปลาดิบ และมาจากตีตี ชูซิง ธุรกิจไรด์แชริ่งเบอร์ 1 ในจีน ที่ลงขันไปถึงราว 2,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มทุนให้ธุรกิจ ไรด์แชริ่งที่ถือเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนในขณะนี้
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ความน่าตื่นตาตื่นใจของเงินทุนที่ทำให้มูลค่าตลาดของแกร็บพุ่งไปแตะ 6,000 ล้านดอลลาร์ หรือเป็นหัวแถวสูงสุดของ ยูนิคอร์นในอาเซียนเท่านั้น แต่ความใหญ่ที่ว่านี้ยังเท่ากับการถีบคู่แข่งอย่างอูเบอร์ที่กำลังอยู่ในช่วงขาลง ให้แทบจะออกไปจากตลาดอาเซียนอย่างถาวร หากยังไม่คิดลงมือทำอะไร
ที่จริงแล้วทั้งอูเบอร์และแกร็บต่างก็เป็นธุรกิจประเภทเดียวกัน ดังนั้นหากเกิดปัญหาขึ้นก็น่าจะโดนด้วยกันทั้งคู่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็คือ อูเบอร์เผชิญศึกหนักกว่าด้วยความที่เป็นคนนอก ต่างจากแกร็บที่เกิดขึ้นในมาเลเซียและมีสำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์ในปัจจุบัน หรือโกเจ็ก ธุรกิจมอเตอร์ไซค์แชริ่งที่มีสายเลือดแดนอิเหนาเต็มตัว
ที่ผ่านมา การระดมทุนของไรด์ แชริ่งท้องถิ่นและถือเป็นเจ้าตลาดใหญ่เหล่านี้จึงประสบความสำเร็จมาตลอด โดยโกเจ็กเองก็ได้เพิ่มทุนจาก เทนเซนต์ ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซจากจีนที่เป็น คู่แข่งอาลีบาบา ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าธุรกิจไอทียุคใหม่ในเอเชียระยะหลังนี้ เช่น ไรด์แชริ่ง และฟินเทค จะเป็นธุรกิจสายเลือดท้องถิ่นหรือจากคนในภูมิภาคเป็นผู้นำตลาดซะส่วนใหญ่ แม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นเหมือนกับจีน ที่การแข่งขันยังไม่เสรี 100% ทำให้ต่างชาติไม่อาจแข่งกับบริษัทจีนได้ก็ตาม
มาซาโยชิ ซัน มหาเศรษฐีญี่ปุ่นซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และเทคโนโลยียุคใหม่ ผู้นำก่อตั้งกองทุนแสนล้านวิชั่นฟันด์ ให้เหตุผล ในการลงทุนครั้งนี้ว่า เป็นเพราะแกร็บใช้เทคโนโลยีเข้ามาจัดการกับการ เดินทางและการชำระเงิน ซึ่งถือเป็นความท้าทายใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยซอฟต์แบงก์ได้ลงทุนในรอบก่อนหน้านี้ไปแล้วถึง 750 ล้านดอลลาร์ และยังลงทุนในธุรกิจเดียวกันนี้กับตีตีในจีน และโอลาในอินเดีย เช่นกันด้วย
ปัจจุบัน แกร็บอ้างว่าสามารถครองตลาดไรด์แชริ่งกลุ่มแท็กซี่ในอาเซียนได้ถึง 95% และไรด์แชริ่งรถส่วนบุคคล 71% และคาดว่าจะขยายตลาดได้มากขึ้นอีกหลังการเพิ่มทุน ในยุคที่หลายฝ่ายกำลังต้องการลงทุนกับสิ่งที่ถือเป็นธุรกิจความหวังใหม่ ในวันนี้ n







