
ต้องไม่ปลุกปั่น
กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นจำเลย ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบปล่อยปละละเลย ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวที่มีการทุจริตจนรัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้าน ในวันที่ 25 ส.ค.นั้น ปรากฏว่า มีความเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะมวลชนที่สนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกาศจะเดินทาง มาให้กำลังใจกันถึงศาลเป็นจำนวนมาก
กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นจำเลย ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบปล่อยปละละเลย ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวที่มีการทุจริตจนรัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้าน ในวันที่ 25 ส.ค.นั้น ปรากฏว่า มีความเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะมวลชนที่สนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกาศจะเดินทาง มาให้กำลังใจกันถึงศาลเป็นจำนวนมาก
ภาพของการแห่กันมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา ในการไต่สวนพยานนัดสุดท้าย ทำให้มีการคาดการณ์ว่า ในวันแถลงปิดคดีด้วยวาจาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ 1 ก.ค.และวันพิพากษาคดี วันที่ 25 ส.ค.นี้นั้น จะมีพลังมวลชนมากันมากขึ้น ทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า หากมีใครคิดปั่นป่วนสร้างสถานการณ์ขึ้นมา อาจทำให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วนขึ้นได้
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าความคิดเห็นของประชาชนลึกๆ ในทางการเมือง ยังคงแบ่งสีแบ่งค่ายกันเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่มีการก่อม็อบประจันหน้ากันเหมือนอย่างในอดีต เป็นการรอจังหวะและโอกาส หากมีสถานการณ์ก็พร้อมที่ออกมาเคลื่อนไหวประจันหน้ากันอีก
ทางที่ดีเพื่อไม่ให้มีการสร้างเงื่อนเพื่อนำไปสู่ความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมืองอีก ขอให้ทุกฝ่ายทั้งที่เป็นคู่กรณีที่ขัดแย้งกัน รวมถึงรัฐบาลและ คสช.ได้คิดไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างรอบคอบก่อนจะดำเนินการอะไร ขออย่าได้ปลุกปั่น เติมเชื้อไฟความขัดแย้งให้ปะทุขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นทางตรงทางอ้อม เนื่องจากไม่เป็นผลดีต่อประเทศ เพราะในขณะนี้ประเทศต้องการแสวงหาความร่วมมือเพื่อเร่งสร้างความปรองดองเดินหน้าไปสู่การ เลือกตั้งตามโรดแมป ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ประกาศไว้
ขณะเดียวกันแกนนำพรรคเพื่อไทยและมวลชนผู้สนับสนุน น.ส. ยิ่งลักษณ์ ต้องระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษในการเดินทางมาให้กำลังใจครั้งนี้ จริงอยู่แม้การให้กำลังใจคนที่รักคนที่ชอบนั้นเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนไทย ถือเป็นสิ่งดีงาม แต่หากมีความสุ่มเสี่ยงจะทำให้เกิดความปั่นป่วน ก็ควรจะหาวิธีการแสดงออก ซึ่งมีอยู่หลายวิธีตั้งแต่เรื่องของการแสดงความรู้สึก ผ่านช่องทางโซเชียลทั้งหลายในปัจจุบัน ซึ่งดูจะเหมาะสมกว่า
ในทางกลับกันการไปให้กำลังใจกันที่ศาลด้วยจำนวนคนมากๆ จะทำให้ภาพที่ออกไปเสมือนเป็นการไประดมมวลชนกดดันการตัดสินคดีของศาล ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะการกดดันศาล จะทำให้ถูกมองว่าไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะถูกมองในแง่ร้ายหนักขึ้นไปอีก
ที่สำคัญการเรียกระดมพล มวลชน หรืออะไรก็ตาม มากดดันศาล ไม่ว่าศาลไหน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่ก่อให้เกิดผลอันใดต่อศาลเลย เพราะเมื่อศาลตัดสินโดยตัวบทกฎหมาย จึงย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่จะตัดสินเป็นอย่างอื่น เพียงแต่หากมีการปลุกระดมมวลชนจริงก็อาจมีผลเพียงชื่อเสียง หน้าตา ของผู้ปลุกระดมนั้น ว่าสามารถเรียกระดมคนได้เป็นจำนวนมหาศาล เป็นเพียงผลประโยชน์ทางการเมืองซึ่งไม่ได้ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปได้
ดังนั้น เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองในระบบยุติธรรมขอให้ทุกฝ่ายเคารพกระบวนยุติธรรมเพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าพัฒนาประเทศทัดเทียมนานาประเทศโดยเร็ว เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศวนเวียนอยู่กับความขัดแย้งมาตลอดทำให้เสียโอกาสในการพัฒนามามากแล้ว n







