
สั่ง11เขื่อนเร่งพร่องน้ำ รับพายุเซินกาถล่มไทย
กรมชลประทานสั่ง 11 เขื่อนเร่งปล่อยน้ำรับพายุเซินกาเข้าไทย เตือน 42 จังหวัดเจอฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน
กรมชลประทานสั่ง 11 เขื่อนเร่งปล่อยน้ำรับพายุเซินกาเข้าไทย เตือน 42 จังหวัดเจอฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน
นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้สั่งกำชับให้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมน้ำสูงสุดทั้งหมด 11 แห่ง เร่งระบายน้ำรับมือพายุโซนร้อน "เซินกา" หลังจากเข้าเวียดนามวันที่ 25 ก.ค. และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือในวันที่ 25-28 ก.ค.นี้
ทั้งนี้ จะทำให้ไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชน 42 จังหวัดบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง
นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท กล่าวว่า จะมีมวลน้ำก้อนใหม่ไหลหลากลงสู่ที่ราบลุ่มเจ้าพระยาในสัปดาห์หน้า ทำให้เขื่อนเจ้าพระยาต้องเร่งพร่องน้ำเพิ่มขึ้น จากเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ระดับ 1,089 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เป็น 1,160 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น 25 เซนติเมตร ในพื้นที่ลุ่มต่ำเขต จ.อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งจึงควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ระดับน้ำโขงที่ จ.นครพนม กำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.ค.อยู่ที่ระดับประมาณ 10 เมตร เพิ่มขึ้นวันละประมาณ 20-30 เซนติเมตร ห่างจากจุดวิกฤตประมาณ 3 เมตร คือ ที่ระดับ 13 เมตร หากระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นถึงระดับประมาณ 12-13 เมตร จึงประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ตลอดทั้งอาศัยอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขง รวมถึงลำน้ำสาขา มีลำน้ำสงคราม ลำน้ำก่ำ ลำน้ำอูน รวม 6 อำเภอ คือ อ.นาแก ธาตุพนม เมืองนครพนม ท่าอุเทน บ้านแพง และ ศรีสงคราม ยกสิ่งของไว้ที่สูงเพื่อรับมือน้ำตลิ่งท่วมฉับพลัน







