posttoday
ใช้แล้วต้องหา

ใช้แล้วต้องหา

20 กรกฎาคม 2560

ชัดแล้วว่าจากนี้ไปอีก 3-4 ปี รัฐจะใช้มาตรการการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้เต็มศักยภาพปีละ 4-5% โดยคาดว่าจะต้องขาดดุลงบประมาณปีละกว่า 4.5-5 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าการจัดทำงบประมาณขาดดุลดังกล่าวจะไม่กระทบกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดว่าสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีต้องไม่เกิน 60% ปัจจุบันหนี้ต่อจีดีพีไทยอยู่ที่กว่า 42%

ชัดแล้วว่าจากนี้ไปอีก 3-4 ปี รัฐจะใช้มาตรการการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้เต็มศักยภาพปีละ 4-5% โดยคาดว่าจะต้องขาดดุลงบประมาณปีละกว่า 4.5-5 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าการจัดทำงบประมาณขาดดุลดังกล่าวจะไม่กระทบกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดว่าสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีต้องไม่เกิน 60% ปัจจุบันหนี้ต่อจีดีพีไทยอยู่ที่กว่า 42%

อย่างไรก็ตาม การไม่ให้หนี้เกินกรอบความยั่งยืนการคลัง นอกจากให้ 3 กรมจัดเก็บภาษีเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บให้ได้มากขึ้น กำหนดให้รัฐวิสาหกิจนำเงินจัดส่งรายได้ให้รัฐเพิ่มแล้ว ยังมีเครื่องมืออื่น เช่น เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการรัฐ หรือพีพีพี การออกกองทุนโครงสร้าง พื้นฐานเพื่อนำเงินไปลงทุนระบบสาธารณูปโภค รวมไปถึงนำสาธารณสมบัติ อาทิ คลื่นความถี่มาเปิดประมูล ซึ่งหากดำเนินการจริงจังเบื้องต้นคาดจะมีรายได้อย่างน้อย 5 แสนล้านบาท และถ้าหากสามารถไปค้นหาคลื่นที่เป็นสมบัติของชาติทั้งหมดที่มีมาจัดสรรให้เป็นระบบมีประสิทธิภาพ เชื่อแน่ว่าจะสร้างรายได้ให้รัฐอีกหลายแสนล้านบาทแน่ ดังที่เห็นจากประมูลคลื่นไปให้บริการ 4จี ที่ผ่านมา

ตามที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน. คาดว่ารัฐบาลยังต้องทำงบประมาณแบบขาดดุลระดับสูงไปอีก 3-4 ปี เพื่อให้เศรษฐกิจโตเต็มศักยภาพปี 4-5% โดยต้องขาดดุลอย่างต่ำปีละ 4.5-5 แสนล้านบาท ซึ่งเห็นได้จากปีงบประมาณ 2560 ขาดดุลสูงถึง 5.52 แสนล้านบาท เพราะมีงบประมาณกลางปีเพิ่มอีก 1.9 แสนล้านบาท เป็นการกู้เพิ่ม 1.6 แสนล้านบาท และในปีงบประมาณ 2561 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็ตั้งงบประมาณขาดดุล 4.5 แสนล้านบาท

นโยบายใช้มาตรการการคลังอัดฉีดเศรษฐกิจดังกล่าว สบน.ประเมินว่าจะทำให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีที่ปีงบประมาณ 2560 อยู่ที่ 42.8% เมื่ออัดฉีดไปอีก 3-4 ปี หรือปีงบประมาณ 2564 คาดหนี้ต่อจีดีพีจะอยู่ที่ 46.6% ภายใต้สมมติฐานการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐบาลเบิก 80% ของงบประมาณที่ตั้งไว้แต่ละปี และ 3 กรมจัดเก็บภาษีได้ใกล้เคียงเป้าที่ตั้งไว้

บนนโยบายที่จะขาดดุลระดับสูงมากดังกล่าว หากรัฐบาลจะหาทางหารายได้อื่นมาชดเชยไม่ให้หนี้ต่อจีดีพีสูงมากไปก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศขึ้น ซึ่งหนทางหนึ่งตามข้อเสนอของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ที่เตรียมจะนำคลื่นความถี่ที่หมดอายุสัญญาสัมปทาน หรือที่อยู่ในหน่วยงานต่างๆ มาเปิดประมูลเพิ่มจากที่ใช้งานในธุรกิจไปแล้ว 420 เมกะเฮิรตซ์ก็น่าสน

ทั้งนี้ ในปี 2561 กสทช.มีแผนจะจัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ คลื่นความถี่ย่าน 850 เมกฯ จำนวน 10 เมกฯ หลังหมดสัมปทานกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค คลื่น 2600 เมกฯ ที่บริษัท อสมท จะคืนกลับมา 90 เมกฯ ส่วนปี 2563 จะเปิดประมูลคลื่น 700 เมกฯ จำนวน 45 เมกฯ หากเปิดประมูลได้ตามแผนจะมีรายได้เข้ารัฐไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาทแน่ และทำให้ไทยมีคลื่นใช้ในเชิงธุรกิจกว่า 800 เมกฯ รับกับไทยแลนด์ 4.0

เมื่อเป็นเช่นนี้หากรัฐจะประกาศแผนหารายได้ให้ชัดบ้าง เพื่อไม่ให้การจัดทำงบประมาณขาดดุลไปอีก 3-4 ปี กระทบเชื่อมั่นไทยก็น่าจะเป็นเรื่องดี และเป็นการแสดงความพร้อมของไทยที่แข็งแกร่งพอรับมือกับเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนมากได้อย่างไร้กังวล n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท