
เชียงใหม่ คือโอกาสใหม่
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยมาบรรยายหลักสูตรผู้นำทางอุตสาหกรรมเกษตรที่จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ให้โอกาสบุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ได้ตระหนักรู้ร่วมกันถึงอนาคตของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่หยุดยั้ง แม้กระทั่ง จ.เชียงใหม่ วันนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปไกลกว่าที่ใครเคยคิดไว้ ทั้งการเติบโตของเมือง การเพิ่มขึ้นของประชากรต่างชาติ และรถก็ติดไม่แพ้กรุงเทพฯ แล้ว จึงคิดว่าอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาแห่งนี้ ควรค่าอย่างยิ่งที่ต้องได้รับความสนใจ
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
มาบรรยายหลักสูตรผู้นำทางอุตสาหกรรมเกษตรที่จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ให้โอกาสบุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ได้ตระหนักรู้ร่วมกันถึงอนาคตของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่หยุดยั้ง แม้กระทั่ง จ.เชียงใหม่ วันนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปไกลกว่าที่ใครเคยคิดไว้ ทั้งการเติบโตของเมือง การเพิ่มขึ้นของประชากรต่างชาติ และรถก็ติดไม่แพ้กรุงเทพฯ แล้ว จึงคิดว่าอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาแห่งนี้ ควรค่าอย่างยิ่งที่ต้องได้รับความสนใจ
เมื่อพูดถึงอาณาจักรล้านนาและนครเชียงใหม่ ทำให้คิดไปถึงอาณาจักรสกอตแลนด์และนครเอดินบะระของสหราชอาณาจักร เพราะช่างมีอะไรคล้ายกันมากเหลือเกิน คือทั้งสองเมืองเคยเป็นราชอาณาจักรมาก่อน เคยมีการปกครองของตนเอง มีศิลปวัฒนธรรมของตน และมีสำเนียงภาษาที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากภาษากลาง เชียงใหม่และเอดินบะระยังเป็นเมืองหลวงมาก่อน และยังมีประชากรใกล้เคียงกัน คือ 1.5-2 ล้านคน เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 3 ล้านคนเช่นกัน จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก
แต่เชื่อหรือไม่ว่าในความเหมือนนี้ ก็มีความต่างที่ไม่น่าเชื่อ คือเรื่องรายได้ต่อหัวประชากรของพลเมืองชาวเหนือกลับน้อยกว่าชาวสกอตแลนด์ถึง 15 เท่า
การที่นครเอดินบะระและสกอตแลนด์มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เพราะไม่เพียงเป็นเมืองส่งออกเหล้าวิสกี้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงของยุโรปด้วย มีทั้งอุตสาหกรรมอากาศยาน รถยนต์ คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ยาและเคมีภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ จนถึงการท่องเที่ยว ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้สร้างรายได้มากกว่า 3 ล้านล้านบาท/ปี ให้กับสกอตแลนด์ ขณะที่นครเชียงใหม่และภาคเหนือหรือล้านนาเดิม นอกเหนือจากการท่องเที่ยว ชาวบ้านอยู่ได้ด้วยผลผลิตทางการเกษตรเป็นหลัก ทั้งจากลำไย ลิ้นจี่ ป่าไม้ และงานหัตถกรรม เช่น งานแกะสลัก เครื่องเงิน แต่มีเพียงแต่อุตสาหกรรมขนาดย่อมเท่านั้น คนภาคเหนือจึงมีรายได้ต่อหัวน้อย ซึ่งมากกว่าคนภาคอีสานเพียงนิดเดียวเท่านั้น
เพราะอะไร คำตอบคือ "การศึกษา" สกอตแลนด์มีมหาวิทยาลัยสุดยอดอันดับ 1 ใน 200 ของโลกถึง 5 มหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยเอดินบะระ มหาวิทยาลัยกลาสโก มหาวิทยาลัยสแตรธไคลค์ และมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูส์ ที่เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคทเรียนจบและพบรักกันที่นี่ มหาวิทยาลัยชั้นนำเหล่านี้คือตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสกอตแลนด์ และของสหราชอาณาจักรอย่างแท้จริง เพราะทั้งรัฐและเอกชนได้ลงทุนมหาศาลกับการพัฒนางานวิจัยของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ต้นน้ำ คือตั้งแต่การลงทุนสร้างห้องทดสอบปฏิบัติการ สร้างองค์ความรู้ ต่อยอดไปถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ จนสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคการผลิตได้สำเร็จ เกิดเป็นทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่จ้างงานจำนวนมาก และยังสร้างสตาร์ทอัพมูลค่าสูงอีกนับไม่ถ้วน แม้แต่การกำเนิดโคลนนิ่งคัดลอกสิ่งมีชีวิต ยังเกิดขึ้นที่นี่เป็นครั้งแรกของโลก
ทุกวันนี้มีเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ถึง 48 เที่ยวบิน/วัน ขณะที่มีเพียง 19 เที่ยวบินจากลอนดอนไปเอดินบะระเท่านั้น แสดงว่าเชียงใหม่น่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งที่จริงแล้วเชียงใหม่เองก็มีมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพ ทั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และอื่นๆ จึงควรลงทุนกับมหาวิทยาลัยเหล่านี้อย่างเต็มที่ สร้างมหาวิทยาลัยให้เข้มแข็ง ไม่เพียงเรื่องอุตสาหกรรมเกษตรเท่านั้น แต่ควรก้าวออกไปสู่เทคโนโลยีสร้างสรรค์ สำหรับอุตสาหกรรมอนาคตด้วย เพราะเชียงใหม่และภาคเหนือมีศักยภาพและโอกาสพัฒนาไปได้ไกลมาก
ถึงแม้ว่าเราจะมุ่งมั่นลงทุนอุตสาหกรรมครบวงจรในระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก ก็ควรมองภาคเหนือและเชียงใหม่เป็นโอกาสใหม่ของชาติด้วยเช่นกัน ประเทศไทยจะได้ยกระดับเมืองในภูมิภาค ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น ยกระดับการศึกษา และต่อยอดอุตสาหกรรม ที่นอกจากจะพึ่งพาตนเองได้แล้ว ยังช่วยค้ำจุนเศรษฐกิจไทยในอนาคตอีกด้วย







