
เศรษฐกิจรอบสัปดาห์
สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้ออกมาคาดการณ์ว่า รัฐบาลยังคงต้องทำงบประมาณแบบขาดดุล
รัฐเดินหน้าทำงบขาดดุลยาว หวังดันเศรษฐกิจโต
สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้ออกมาคาดการณ์ว่า รัฐบาลยังคงต้องทำงบประมาณแบบขาดดุลระดับสูงต่อเนื่องไปอีก3-4 ปี เฉลี่ยปีละ 4.5-5 แสนล้านบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และดูแลอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ให้ขยายตัวได้เต็มศักยภาพตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ 4-5%
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2560 ที่กำลังจะหมดลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มีการตั้งงบประมาณขาดดุลสูงถึง 5.52 แสนล้านบาท เนื่องจากมีการทำงบประมาณกลางปีเพิ่มเติม 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้เพิ่ม 1.6 แสนล้านบาท และในปีงบประมาณ 2561 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็มีการขาดดุล 4.5 แสนล้านบาท
ส่งออกสูงสุดรอบ 6 ปี
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกไทยช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2560) ปีนี้ มีมูลค่า 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.83% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ปี
ขณะที่เดือน มิ.ย. 2560 ยอดส่งออกมีมูลค่า 2.02 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11.73% เทียบกับเดือน มิ.ย. 2559 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน และมีมูลค่ามากกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2560 ที่การส่งออกมีมูลค่า 2.08 หมื่นล้านดอลลาร์
ลุ้นเงินต่างชาติไหลเข้าครึ่งปีหลัง
ตลาดหุ้นไทยรอบสัปดาห์ที่ผ่านมารับรู้ผลกำไรของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 11 แห่งมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2 จำนวน 4.7 หมื่นล้านบาท ลดลง 11.72% จากไตรมาสแรกของปี และลดลง 8.94% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน เพราะยังมีปัญหาการตั้งสำรองหนี้ที่สูงสำหรับทิศทางตลาดหุ้นครึ่งปีหลังจับตาการไหลกลับของเงินทุนต่างชาติในงานสัมมนา "เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังและส่องฟันด์โฟว์ตลาดหุ้น" นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ มองว่าครึ่งปีหลังเงินทุนต่างชาติน่าจะไหลเข้าไทยมากกว่าครึ่งปีแรกที่เข้ามาซื้อสุทธิ 1.7 หมื่นล้านบาท ส่วนนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการและผู้จัดการ บล.ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) คาดว่า 2 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีต่างชาติจะทยอยเข้ามาซื้อหุ้นไทยมากขึ้นจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐที่เดินหน้าประมูลมากขึ้น
ปัจจัยลบป่วนตลาดอสังหา
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายโครงการที่มีสินค้าเหลือขายจำนวนมาก ทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง รวมถึงโครงการระดับบนที่เริ่มเกิดดีมานด์เทียม
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า คอนโดมิเนียมระดับบนเริ่มเกิดดีมานด์เทียม หรือการซื้อที่ไม่ได้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยแท้จริง ซึ่งหากโอนไม่ได้จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมในระยะยาว จึงควรเร่งหาทางป้องกัน
ด้าน นายวิทวัส รุ่งเรืองผล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สต๊อกที่เกิดขึ้นจำนวนมากของผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ส่วนหนึ่งเกิดจากยอดปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงินยังสูง โดยเฉพาะโครงการระดับกลางและล่างที่สูงถึงกว่า 50% ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อระบายสต๊อกและชะลอการเปิดโครงการใหม่







