
โพลสูสีหนุนปรับครม.
โพลเผยประชาชนไม่แน่ใจปรับ ครม.แล้วจะดีขึ้นหรือแย่ลง ส่วนใหญ่มองเป็นเพียงกระแสข่าว
โพลเผยประชาชนไม่แน่ใจปรับ ครม.แล้วจะดีขึ้นหรือแย่ลง ส่วนใหญ่มองเป็นเพียงกระแสข่าว
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง "ปรับ ครม.ในทัศนะประชาชน" โดยประชาชนส่วนใหญ่ 45.15% ไม่แน่ใจว่าถึงเวลาปรับ ครม.หรือไม่ เพราะไม่รู้ว่าปรับ ครม.แล้วจะดีขึ้นหรือแย่ลงกว่าเดิม ซึ่งอาจเป็นเพียงกระแสข่าวที่ปล่อยออกมา รวมทั้งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม ประชาชน 29% เห็นว่าถึงเวลาปรับ ครม. เพราะหลายปัญหาสะสมมานาน ยังแก้ไขไม่ได้ มีหลายกระทรวงที่มีปัญหา ผลงานไม่น่าพอใจ เปิดโอกาสให้คนใหม่ที่เหมาะสมเข้ามาทำงาน และประชาชน 25.85% เห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะปรับ ครม.เพราะรัฐบาลยังทำงานเป็นไปตามโรดแมป หากมีการปรับเปลี่ยนอาจไม่เกิดความต่อเนื่อง สถานการณ์ยังปกติ
สำหรับ "ผลดี" ของการปรับ ครม. ประชาชนส่วนใหญ่เปิดโอกาสให้คนใหม่ที่มีฝีมือเข้ามาทำงาน ทำให้รัฐบาลมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาดีขึ้น แต่ละกระทรวงกระตือรือร้นมากขึ้น ขณะที่ "ผลเสีย" ประชาชนเห็นว่า ทำให้งานล่าช้า หยุดชะงัก ไม่ต่อเนื่อง อาจเกิดความขัดแย้ง มีปัญหาภายใน ประชาชนไม่เชื่อมั่นการทำงานของรัฐบาล
ด้าน นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ข้อเสนอให้มีโทษยุบพรรคหากพบการทุจริตในกระบวนการทำไพรมารีโหวต นั้นอาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ แม้ว่าไพมารีโหวตจะเป็นเรื่องภายในพรรคการเมืองก็จริง แต่การชี้ถูกชี้ผิดยังมาจากภายนอก และมีโทษหนัก จึงอยากให้เขียนกรอบให้ชัดเจน
"ความคลุมเครือของกฎหมายเป็นเรื่องอันตรายโอกาสผิดมีสูงจากการ กระทำโดยพลาด หรือเพราะความไม่เข้าใจ ดังนั้นผมคิดว่าควรออกเป็นระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าสิ่งใดทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ อย่าไปใส่ไว้เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายพรรคการเมือง เพราะจะแก้ไขยาก" นายนิกร กล่าว
ด้าน นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไพรมารีโหวตเป็นกระบวนการภายในของแต่ละพรรค ควรไว้วางใจการดำเนินการของกรรมการบริหารพรรคการเมืองต่างๆ บทลงโทษที่พูดถึงอย่างการตัดสิทธิทางการเมืองนั้น ไม่เข้าใจว่าจะตัดสิทธิใคร ว่าที่ผู้สมัครของพรรค หรือกรรมการบริหารพรรค โทษปรับที่ว่าจะไปปรับใคร รวมทั้งมีคำถามว่าจำเป็นต้องมีโทษจำคุกหรือไม่
"การกำหนดบทลงโทษจำคุกมันเกินไปหรือไม่ เพราะยังมีวิธีเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายหลายวิธี เช่น ให้จัดทำไพรมารีโหวตใหม่ หรือห้ามบุคคลที่ก่อปัญหาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมของพรรคการเมืองในระยะเวลาหนึ่ง ขอให้กรรมาธิการร่วมที่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พิจารณาให้รอบคอบเหมาะสม ที่สำคัญอยากให้เริ่มที่การสนับสนุนส่งเสริมพรรคการเมือง มากกว่าการควบคุมลงโทษ" นายนพดล กล่าว n







