posttoday
J-Cruises 10

J-Cruises 10

20 กรกฎาคม 2560

เช้าวันถัดมาเรือเทียบท่าเมืองปูซาน ประเทศเกาหลี ในเวลา 9 โมงเช้า คณะของเราครึ่งหนึ่งซื้อ Shore Excursions และอีกส่วนหนึ่งเลือกออกไปเที่ยวเอง อาคารเทียบท่าเรือสำราญของปูซานทันสมัยและเป็นเรื่องเป็นราวมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะปูซานเป็นท่าเรือสินค้า (Container Port) ที่ใหญ่เป็นลำดับ 5 ของโลก และอันดับ 1 ของเกาหลี จึงพลอยทำให้ท่าเรือสำหรับผู้โดยสารดีมีคุณภาพไปด้วย อาคารเทียบท่าเป็นอาคารถาวร มีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่พึงจะมี รวมทั้งพิธีการตรวจคนเข้าเมือง แต่มีรายละเอียดแตกต่างจากการผ่านเข้าออกประเทศทางเครื่องบินตรงที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ประทับตราเข้าเมืองในหนังสือเดินทางแต่ประทับในสำเนาหนังสือเดินทางแทน ซึ่งขากลับมาที่เรือเจ้าหน้าที่จะเก็บคืนไปดังนั้นก่อนจะออกจากห้องอย่าลืมหยิบสำเนาหนังสือเดินทางที่ทางเรือวางไว้ให้มาด้วย ไม่เช่นนั้นท่านจะต้องกลับไปนำมาสำแดง วันนี้ก็เหมือนเช่นทุกครั้ง คนที่ซื้อทัวร์กับทางเรือจะมีเจ้าหน้าที่มารวมพลและนำพาเราไปขึ้นรถ จุดแรกที่ไปแวะชมคือ Nurimaru APEC House สถานที่จัดการประชุมผู้นำ 21 ประเทศกลุ่มเอเชียแปซิฟิกเมื่อปี 2005 จากจุดจอดรถเดินขึ้นไปบนยอดเนินใช้เวลาไปกลับรวมถ่

เช้าวันถัดมาเรือเทียบท่าเมืองปูซาน ประเทศเกาหลี ในเวลา 9 โมงเช้า คณะของเราครึ่งหนึ่งซื้อ Shore Excursions และอีกส่วนหนึ่งเลือกออกไปเที่ยวเอง อาคารเทียบท่าเรือสำราญของปูซานทันสมัยและเป็นเรื่องเป็นราวมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะปูซานเป็นท่าเรือสินค้า (Container Port) ที่ใหญ่เป็นลำดับ 5 ของโลก และอันดับ 1 ของเกาหลี จึงพลอยทำให้ท่าเรือสำหรับผู้โดยสารดีมีคุณภาพไปด้วย อาคารเทียบท่าเป็นอาคารถาวร มีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่พึงจะมี รวมทั้งพิธีการตรวจคนเข้าเมือง แต่มีรายละเอียดแตกต่างจากการผ่านเข้าออกประเทศทางเครื่องบินตรงที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ประทับตราเข้าเมืองในหนังสือเดินทางแต่ประทับในสำเนาหนังสือเดินทางแทน ซึ่งขากลับมาที่เรือเจ้าหน้าที่จะเก็บคืนไปดังนั้นก่อนจะออกจากห้องอย่าลืมหยิบสำเนาหนังสือเดินทางที่ทางเรือวางไว้ให้มาด้วย ไม่เช่นนั้นท่านจะต้องกลับไปนำมาสำแดง วันนี้ก็เหมือนเช่นทุกครั้ง คนที่ซื้อทัวร์กับทางเรือจะมีเจ้าหน้าที่มารวมพลและนำพาเราไปขึ้นรถ จุดแรกที่ไปแวะชมคือ Nurimaru APEC House สถานที่จัดการประชุมผู้นำ 21 ประเทศกลุ่มเอเชียแปซิฟิกเมื่อปี 2005 จากจุดจอดรถเดินขึ้นไปบนยอดเนินใช้เวลาไปกลับรวมถ่ายรูปประมาณ 1 ชั่วโมง

จากนั้นก็ไปช็อปปิ้งที่ห้าง Shinsegae หนึ่งในห้างดังของเกาหลี ถ้าเทียบกับบ้านเราก็ประมาณห้างเซ็นทรัล ที่สำคัญห้างที่ทัวร์พามานี้มีดีกรีระดับ The largest department store in the world แอบตื่นเต้นเล็กๆ เพราะปกติเคยเดินห้างนี้ที่โซลก็ว่าใหญ่โตแล้ว แต่ที่ปูซานนี่ใหญ่กว่ามาก พอไกด์บอกว่าวันนี้ในฝั่งของห้างสรรพสินค้าปิด เปิดแค่ฝั่งศูนย์การค้าเลยแอบผิดหวังนิดหน่อย แต่ดูจากกำหนดนัดหมายแล้วเดินฝั่งเดียวบวกกินข้าวเที่ยงก็มีเวลาไม่เยอะ คิดได้ดังนั้นก็รีบจ้ำไปหาข้าวกินก่อน บนชั้น 5 เป็นโซนอาหาร มีร้านมากหลายให้เลือก ความที่อยู่บนเรือมานานหลายวัน อาหารไทยจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ณ เวลานั้น ดูเมนูแล้วตัดสินใจสั่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อมากิน ไม่ผิดหวังเลย อร่อยกว่าบางเจ้าในบ้านเราเสียอีก เติมพริกลงไปหน่อยหายคิดถึงอาหารไทยโดยพลัน อิ่มแล้วก็เตร็ดเตร่ดูข้าวของแต่ไม่ได้ซื้ออะไร เพราะเวลาไม่มากและไม่อยากเป็นภาระต้องไปทำ Tax Refund ให้วุ่นวายอีก จุดสุดท้ายที่แวะไปเที่ยวเป็นจุดชมวิวที่อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ รถบัสพาเราขึ้นเขาไปจอดบนลานสาธารณะ มีชาวบ้านเดินเล่นและนั่งพักผ่อนอยู่ไม่น้อย ถามไกด์ดูได้ความว่าที่นี่เป็นสวนสาธารณะ Jungang Park ตั้งอยู่บนเนินเขา อุดมไปด้วยไม้นานาพรรณ โดยเฉพาะต้น Zelkova และต้นสนหลายร้อยต้น มีอาคารโบราณสมัยโจซอนที่ด้านล่าง ถ้ากำลังขายังไหวแนะนำให้เดินขึ้นไปบนยอดเนินจะมีแลนด์มาร์คที่สามารถมองเห็นวิวได้กว้างไกล

เที่ยวเสร็จก็ได้เวลากลับท่าเรือ พอดียังมีเวลาเหลือเลยแวะหาอะไรกรุบกริบกินก่อน ภายในบริเวณอาคารท่าเทียบเรือมีร้านอาหารหลายร้านอยู่ มีร้านสะดวกซื้อ 2 ร้าน และร้านกาแฟดีๆ อีกร้าน สุดท้ายมาลองกินไก่ทอดของร้าน Mom's touch ร้านแฮมเบอร์เกอร์ไก่ที่กำลังมาแรง แต่เห็นปีกไก่แล้วน่ากินกว่าเลยสั่งมาลองสองแบบ Spicy กับ Chili Pepper กินอาหารดีๆ บนเรือมาหลายมื้อติด ได้ไก่ทอดแซ่บๆ มาเติมสีสันก่อนกลับบ้านก็เจริญอาหารดี ก่อนกลับเข้าเรือต้องผ่านพิธีการตรวจคนออกนอกประเทศ เจ้าหน้าที่ขอเก็บสำเนาหนังสือเดินทางที่ได้รับการลงตราประทับตอนขาเข้าประเทศขึ้นมาก็ถือว่าเรียบร้อย จากนั้นใครมี Tax Refund ก็ไปทำซะให้เรียบร้อย มีเคาน์เตอร์อำนวยความสะดวกอยู่หลัง Immigration

ค่ำนี้เราจองอาหารค่ำมื้อพิเศษอีกมื้อที่ตั้งชื่อซะเก๋ว่า Glamour NeoSakura เป็นมื้อที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายห้องพักบนเรือ (Hotel Director) จะมาร่วมรับประทานด้วย แต่มื้อนี้พิสดารหน่อยเพราะไปจัดกันที่ห้อง Disco Tango สอบถามเจ้าหน้าที่ดูจึงทราบว่า เดิมตั้งใจจะจัด Outdoor บริเวณสระว่ายน้ำด้านท้ายเรือเพื่อให้ชมวิวของเมืองปูซานยามค่ำในระหว่างที่เรือออกจากท่า แต่พยากรณ์อากาศอาจมีฝน เลยย้ายมาห้องนี้เพราะอยู่ท้ายเรือและกรุกระจกใสบานใหญ่มองเห็นวิวได้เช่นกัน มื้อนี้มีแชมเปญเสิร์ฟด้วย พอได้เวลาบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงก็มากล่าวคำทักทายและขอบคุณ ตามด้วยอาหารมื้อค่ำที่ผิดคาด คือผมคิดว่ามื้อนี้ต้องหรูหรา แต่กลับเป็นว่าไม่ค่อยถูกใจผมเท่าไร จานแรกเป็นแซลมอนราดด้วยซอสออกเปรี้ยวๆ จานถัดมาเป็น พาสต้าคลุกกับซอสมะเขือมีกุ้งมาด้วยตัวหนึ่ง ต่อด้วยจานปลาหน้าตาสะอาดสะอ้านรสชาติเบาไปนิด อาหารจานหลักมีเนื้อและล็อบสเตอร์ที่พอจะเป็นหน้าเป็นตาแต่รสชาติสู้ที่ห้องสเต๊ก La Fiorentina และห้อง Mama Trattoria ไม่ได้ เป็นมื้อเดียวในทริปที่ค่อนข้างผิดหวัง หรือเพราะตั้งความหวังไว้สูงเกินไป สรุปถ้าท่านมาลงเรือ Costa มื้อนี้ไม่ควรเสียเงินเพิ่มเพราะไม่คุ้มครับ หลังอาหารค่ำก็แวะเวียนดูโชว์เสียหน่อย เพราะเป็นคืนสุดท้ายบนเรือแล้ว แต่คืนนี้ทุกคนที่จะจบทริปขึ้นฝั่งในวันรุ่งขึ้น ต้องเก็บสัมภาระพร้อมผูกป้ายกระเป๋าแล้ววางไว้หน้าห้องพักให้เรียบร้อยตามเวลาที่ทางเรือระบุมาคือก่อนเที่ยงคืน ซึ่งจะมีการแยกสีของป้ายและเวลาขึ้นฝั่งที่แตกต่างกัน อย่างเช่นของผมได้ป้ายสีขาว เวลานัดพบ 9 โมงเช้า ที่ห้อง Grand Bar ชั้น 8 นอกจากนี้ ทางเรือก็จะนำใบแสดงรายละเอียดค่าใช้จ่ายมาเสียบไว้ที่กล่องหน้าห้อง เพื่อให้ท่านตรวจสอบความถูกต้อง หากมีข้อสงสัยก็ต้องรีบดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนออกจากเรือ

เช้าวันสุดท้ายของการล่องเรือสำราญ เราได้สิทธิพิเศษให้ขึ้นไปกินอาหารเช้าที่ห้อง La Fiorentina ที่ปกติจะเสิร์ฟเฉพาะผู้โดยสารที่พักห้อง Suite เท่านั้น เนื่องจากเมื่อค่ำวานผมไปกระซิบบอกหัวหน้าฝ่ายดูแลอาหารว่า ผิดหวังกับอาหารค่ำ เช้านี้ก็เลยขอชดเชย ซึ่งถือว่าได้ใจไปตอนจบ เพราะอาหารเช้าดีงามมากเหมือนกินในห้องอาหารของโรงแรมหรู สั่งกินกันบนโต๊ะไม่ใช่เดินตักแบบบุฟเฟ่ต์ อาหารก็อร่อย ต้องค่อยๆ กิน ประทับใจมากครับสำหรับมื้อเช้าส่งท้าย จากนั้นก็ได้เวลาบ๊ายบายเรือ Costa neoRomantica ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนที่สนามบิน แล้วก็ไปรับสัมภาระ เป็นอันเสร็จสิ้นการเดินทางโดยเรือสำราญ บางท่านอาจจะเดินทางกลับประเทศไทยเลย หรือจะอยู่เที่ยวต่อในญี่ปุ่นก็แล้วแต่การวางแผน ส่วนคณะของเราเลือกที่จะอยู่ต่ออีกคืนที่ฟุกุโอกะ เพราะกว่าเรือจะถึงท่าในเวลา 8 โมง กว่าจะออกจากเรือ ผ่าน ตม. รับกระเป๋า ก็ร่วม 10 โมง เครื่องไทยออกจากฟุกุโอกะ 11 โมงครึ่ง มันฉิวเฉียดไป เลยเลือกที่จะค้างอีกหนึ่งคืน ได้ช็อป ได้กิน สบายๆ ใครสนใจล่องเรือสำราญในเส้นทางนี้ต้องรีบตัดสินใจ เพราะตั้งแต่กลาง ต.ค.เป็นต้นไป เรือจะเปลี่ยนเส้นทางไปเริ่มต้นที่ท่าเรือโยโกฮามะ เพื่อรองรับฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวครับ Winter is coming n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท