posttoday
แห่ออกพันธบัตร

แห่ออกพันธบัตร

22 กรกฎาคม 2560

สมาคมตราสารหนี้ชี้ครึ่งปีแรกพันธบัตรรัฐวิสาหกิจโตขึ้น7 หมื่นล้าน หนุนยอดคงค้างในระบบอยู่ที่ 8.3 แสนล้าน

สมาคมตราสารหนี้ชี้ครึ่งปีแรกพันธบัตรรัฐวิสาหกิจโตขึ้น7 หมื่นล้าน หนุนยอดคงค้างในระบบอยู่ที่ 8.3 แสนล้าน

น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า การออกพันธบัตรของ รัฐวิสาหกิจยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้ จากยอดคงค้าง ณ เดือน มิ.ย.ปีนี้ อยู่ที่ 8.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7 หมื่นล้านบาท จากปี 2559 ที่มียอดคงค้างที่ 7.6 แสนล้านบาท โดยในปีนี้ผู้ออกรายใหม่คือ ธนาคารออมสิน การรถไฟแห่งประเทศไทย การเคหะแห่งชาติ เป็นต้น

ก่อนหน้านี้ การออกพันธบัตร รัฐวิสาหกิจล็อตใหญ่หลักๆ มักจะเป็นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เนื่องจากมีความจำเป็นในการนำเงินไปใช้บริหารจัดการในโครงการจำนำข้าว แต่ในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ไม่ได้มีการออกตราสารหนี้เพิ่มเติมเลย ยังมียอดคงค้างอยู่ที่ระดับ 2.3 แสนล้านบาท โดยยอดหนี้ยังไม่ได้ลดลง มีความเป็นไปได้ว่าการระบายข้าวออกยังทำได้ไม่มาก ทำให้ยังไม่มีเงินมาลดภาระหนี้พันธบัตรที่ ออกไป

สำหรับในปีนี้รัฐวิสาหกิจที่ออกตราสารหนี้ล็อตใหญ่น่าจะเป็นธนาคารออมสิน โดยมีแผนจะออกหุ้นกู้ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เป็นการออกมาเพื่อลด ต้นทุนการระดมเงินที่ต่ำกว่าช่องทางอื่น ทำให้มีสภาพคล่องนำไปขยายธุรกิจของธนาคารมากขึ้น รวมถึงนำไปสนับสนุนโครงการต่างๆ ตามแนวนโยบายรัฐบาลได้มากขึ้น เช่น โครงการปล่อยกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่เอสเอ็มอี

น.ส.อริยา กล่าวว่า การขยายตัวของ ตลาดตราสารหนี้โดยรวมยังขยายตัวได้ดี ต่อเนื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าการระดมทุน ผ่านตลาดตราสารหนี้ของบริษัทที่มีอันดับ ความน่าเชื่อถือ (เรตติ้ง) ไม่ดี เท่าที่ติดตามดูต้องยอมรับว่ามีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนสนใจซื้อลงทุนลดลง เพราะมีการระวังความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น แต่สำหรับบริษัทที่มีเรตติ้งดียังสามารถระดมทุนได้ดี ได้รับ ความสนใจจากนักลงทุนต่อเนื่อง ดังนั้น ในระยะต่อไปอาจทำให้มีบางรายที่เคย พึ่งการระดมทุนจากตลาดตราสารหนี้ หันกลับไปใช้การกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์มากขึ้นได้

"ตราสารหนี้ระยะสั้นมีต้นทุนการ ออกเฉลี่ยอยู่ที่ 2-5% ขึ้นกับผู้ออกตราสารหนี้ เช่น บริษัทโตโยต้าออกตราสารหนี้ระดมทุน ต้นทุนก็ไม่ถึง 2% ใกล้กับระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% บวก 0.3% หรือประมาณ 1.8% เท่านั้น แต่สำหรับตราสารหนี้ที่ไม่มีอันดับเครดิต (Non Rate) อาจจะจ่ายอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6% ก็เป็นได้ ต้นทุนมันจะหลากหลาย แล้วแต่บริษัทผู้ออกเป็นสำคัญ" น.ส. อริยา กล่าว

ด้าน นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวถึงภาวะตลาดตราสารไทยครึ่งปีแรกขยายตัวต่อเนื่อง โดยมียอดคงค้าง ของทั้งระบบที่ 11.34 ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้น 2.9% จากเมื่อปลายปีที่ผ่านมาที่ยอดคงค้างของทั้งระบบอยู่ที่ 11.02 ล้านบาท ซึ่งยอดคงค้างของตราสารหนี้ทั้งระบบขยับใกล้ตัวเลขการเติบโตของจีดีพีประเทศซึ่งอยู่ที่ 13 ล้านล้านบาท

สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลังยังต้อง ติดตามนโยบายการลงทุนของรัฐบาล รวมถึงการปรับลดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งจะมีผลทำให้เส้นผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 10 ปี มีโอกาสปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่วนการเติบโต ของจีดีพีไทยน่าจะอยู่ที่ 3.5% เพราะเชื่อว่าโครงการลงทุนของรัฐจะสนับสนุนการเติบโต รวมถึงโครงการลงทุนในอีอีซี การท่องเที่ยวมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง การส่งออกมีทิศทางที่ดีขึ้น จากราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้น หนุนรายได้เกษตรกร มีกําลังจับจ่ายมากขึ้นด้วย ส่วนความกังวลก็จะอยู่ที่หนี้ครัวเรือน ทรงตัวสูง ปัญหาหนี้เอ็นพีแอลยังคง มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยมาจากภาคธุรกิจเอสเอ็มอี การลงทุนเอกชนยังไม่ฟื้นตัว ชัดเจน

นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ งวดครึ่งปี 9.6 หมื่นล้านบาท ดันยอดถือครองสุทธิ 7.22 แสนล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน