posttoday
ถึงทางเลือก ลุ้นทะลุจุดสูงสุดเดิม

ถึงทางเลือก ลุ้นทะลุจุดสูงสุดเดิม

20 กรกฎาคม 2560

อรลักษณ์ วงศ์มาศานักวิเคราะห์อนุพันธ์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) การเคลื่อนไหวแกว่งตัวแคบของตลาดหุ้นไทยในเดือนที่ผ่านมา ในเชิงสัญญาณปัจจัยทางเทคนิคชี้ว่ากำลังเข้าสู่ระยะตัดสินใจ รอการทะลุกรอบแคบ ทำให้อาจต้องระวังความผันผวนที่ปรับเพิ่มขึ้น

อรลักษณ์ วงศ์มาศานักวิเคราะห์อนุพันธ์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย)

การเคลื่อนไหวแกว่งตัวแคบของตลาดหุ้นไทยในเดือนที่ผ่านมา ในเชิงสัญญาณปัจจัยทางเทคนิคชี้ว่ากำลังเข้าสู่ระยะตัดสินใจ รอการทะลุกรอบแคบ ทำให้อาจต้องระวังความผันผวนที่ปรับเพิ่มขึ้น

ด้านปัจจัยในประเทศเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาสสอง โดยเริ่มจากหุ้นกลุ่มธนาคารที่ประกาศออกมาแล้ว โดยรวมถือว่าอ่อนแอกว่าคาด เนื่องจากผลของการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีแรงขายออกมา อย่างไรก็ตามเราคาดว่าน่าจะมีแรงซื้อเพื่อเก็งกำไรหุ้นที่มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลและหุ้นกลุ่มอื่นๆ ที่จะทยอยประกาศผลประกอบการต่อเนื่อง โดยประเมินว่าตลาดหุ้นมีโอกาสที่จะปรับขึ้นได้จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่อาจจะเริ่มไหลเข้ามาในตลาดหุ้นได้บ้าง

เนื่องจากในเชิงมูลค่าหุ้นของไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเริ่มดูน่าสนใจมากขึ้น หลังจากช่วงต้นปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยไม่ค่อยปรับขึ้นมากนักเพียงแค่ 2% เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคที่ปรับขึ้นแล้ว กว่า 11% โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพิจารณากำไรต่อหุ้นในช่วงกลางปี 2561 ที่จะเติบโตแบบเร่งตัวขึ้นเป็น 11% เมื่อเทียบกับ 8% ในสิ้นปี 2560

ทั้งนี้ KGI ประเมินเป้าหมายดัชนี ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ที่ 1,637 จุด อิงมูลค่าอัตราส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ที่ 15 เท่า คิดจากกำไรต่อหุ้นในช่วงกลางปี 2561 ที่ 109.1

สำหรับปัจจัยภายนอก ในระยะสั้นทิศทางดอลลาร์อาจอ่อนค่าต่อเนื่องได้หลังจากธนาคารกลางยุโรปอาจปรับลดมาตรการผ่อนคลายปริมาณเงิน (คิวอี) จากระดับปัจจุบันที่ 6 หมื่นล้านยูโร ด้านฝั่งธนาคารกลางสหรัฐน่าจะยังคงรอดูตัวเลขการจ้างงานและไม่รีบร้อนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยความชัดเจนต่างๆ ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเห็นชัดขึ้นในช่วงหลังเดือน ก.ย. (นักเศรษฐศาสตร์ KGI คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพียงหนึ่งครั้งในเดือน ธ.ค.)

ประกอบกับการเริ่มการปรับลดงบดุลของสหรัฐจากระดับปัจจุบันที่ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ น่าจะยังไม่เริ่มในเดือน ก.ย.นี้ ทำให้ในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้ายังไม่น่าจะมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมออกมา รวมทั้งนักลงทุนยังคงไม่มั่นใจต่อการดำเนินมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เห็นได้จากความล้มเหลวในการ ผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพฉบับใหม่

ด้านทิศทางราคาน้ำมัน ระยะสั้นคาดแกว่งตัวขึ้นแต่จำกัด แม้ว่าปริมาณการผลิตน้ำมันสหรัฐยังคงผันผวน สัปดาห์ที่ผ่านมายังคงปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ถือเป็นปัจจัยลบต่อทิศทางน้ำมัน แต่สต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐในช่วงที่ผ่านมาปรับลดลงต่ำกว่าตลาดคาด สะท้อนอุปสงค์น้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับลดลง หนุนการฟื้นตัวของทิศทางน้ำมันในเดือนที่ผ่านมา เราประเมินว่าอุปสงค์น้ำมันน่าจะยังปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 3 เป็นปัจจัยหนุนไม่ให้ราคาน้ำมันปรับลดลงแรง รวมทั้งหากราคาน้ำมันปรับลดลงแรง ซาอุดิอาระเบียอาจพิจารณาลดปริมาณผลิตน้ำมันเพิ่มเติมอีกเพื่อช่วยพยุงราคาน้ำมัน โดยมีประเด็นที่ให้ติดตามคือในวันที่ 24 ก.ค.นี้ จะมีการประชุมร่วมกันของประเทศในโอเปกและนอกโอเปกเพื่อตรวจสอบว่าประเทศต่างๆ ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันที่ทำไว้เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาหรือไม่

กลยุทธ์การลงทุนเดือน ส.ค. ในเชิงปัจจัยทางเทคนิคเข้าสู่ช่วงรอเลือกว่าจะขึ้นแรงหรือลงแรง หากสามารถทะลุผ่านแนวต้านซึ่งจุดสูงสุดเดิม 1,000 อาจแกว่งขึ้นได้ต่อเนื่องไปแนวต้านถัดไปที่ 1,015/1,025 จุด

แต่หากผิดคาดทะลุหลุดต่ำกว่าแนวรับ 980 อาจแกว่งลงได้ต่อเนื่องไปแนวรับถัดไปที่ 965/940 เราประเมินว่าเข้าสู่ช่วงทดสอบแนวต้านและมีโอกาสทะลุแนวต้านที่บริเวณ 1,000 จุด แนะนำซื้อ โดยเปิด Long สัญญา S50U17 ในช่วงชะลอลงมาที่แนวรับ 990/980 เพื่อรอขายในช่วงแกว่งขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,000 จุด หรืออาจรอดูที่แนวต้าน 1,000 หากทะลุขึ้นยืนได้เหนือแนวต้าน 1,000 จุด ได้อาจรอไปปิดสถานะที่แนวต้านถัดไปที่ 1,015/1,025 จุด หรือหากผิดคาดทะลุต่ำกว่าแนวรับ 980 แนะนำปิดสถานะที่ได้ Long ไว้ที่ 990 และอาจเปิด Short ตาม เพื่อปิดสถานะที่แนวรับถัดไปที่ 965/940 โดยให้จุดตัดขาดทุนที่ 990

สำหรับกลยุทธ์ทองคำ ทิศทางดอลลาร์ในระยะสั้นอาจอ่อนค่าลงหนุนให้ทองโลกฟื้นขึ้น อย่างไรก็ตามการฟื้นขึ้นอาจจำกัด หากดูอุปสงค์จากทองแท่งที่ส่งมอบกันจริง ในช่วงเดือน พ.ค.ทางการอินเดียประกาศจะเรียกเก็บภาษีสินค้าและบริการ GST สำหรับนักลงทุนทั่วไปที่ซื้อทองคำโดยเริ่มใช้ในช่วงต้นเดือน ก.ค. ส่งผลให้มีแรงซื้อเพื่อกักตุนทองคำก่อนที่จะเก็บภาษีจริง เห็นได้จากยอดนำเข้าทองคำของอินเดียในเดือน มิ.ย.เพิ่มขึ้น 2 เท่าเทียบกับปีก่อน

ส่งผลให้ตั้งแต่เดือน ก.ค.แรงซื้อทองคำจากอินเดียน่าจะชะลอลงมาก ขณะที่อุปสงค์จากแรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นผ่านกองทุน SPDR Gold (กองทุนทองคำ ETF ที่ใหญ่ที่สุดในโลก) ลดลงต่อเนื่อง สะท้อนความต้องการที่น่าจะชะลอลงในช่วงนี้ รวมทั้งทิศทางค่าเงินบาท/ดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ราคาทองคำในประเทศอาจปรับขึ้นน้อยกว่าทองโลก ประเมินระยะสั้นอาจจะเป็นเพียงการเด้งฟื้นขึ้นแต่จำกัด แนะนำซื้อสัญญา GF10Q17 โดยแนะนำซื้อเมื่อชะลอลงมาแนวรับ 19,500/19,200 เพื่อรอขายในช่วงปรับขึ้นไปใกล้แนวต้าน 20,000/20,300 โดยให้ตัดขาดทุนหากหลุดต่ำกว่า 19,200 หรือหากปรับขึ้นแรงใกล้แนวต้าน 20,300/20,600 อาจพิจารณาเปิด Short ที่ 20,300 เพื่อรอขายในช่วงชะลอลงไปแนวรับ 19,500/19,200 โดยให้จุด Stop loss หากทะลุเหนือ 20,600

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท