posttoday
รุกคืบชายแดนเมียนมา

รุกคืบชายแดนเมียนมา

20 กรกฎาคม 2560

กริช อึ๊งวิฑูรสถิตย์ หลังจากทริปเมืองเมียวดี มาได้แค่กอกะเร็กที่ไม่สามารถเข้าสู่ชายแดนได้ เรียกว่าล้มเหลวในการเดินทาง ทำให้ผมรู้ว่าที่นี่เมียนมาไม่ใช่กัมพูชา ดังนั้นทุกอย่างจะไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถคิดแบบที่เราเคยทำได้ในกัมพูชา แล้วนำมาใช้ที่เมียนมาได้ ต้องคิดใหม่โดยล้างสมองตัวเองเสียใหม่ แล้วเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม การเดินทางครั้งนั้น มีหลายๆ อย่าง หลายๆ เรื่องราวที่พบเห็นระหว่างเดินทางที่ทำให้ผมได้รับบทเรียนที่ดี ผมได้นำมาใช้ในภายหลังได้ครับ

กริช อึ๊งวิฑูรสถิตย์

หลังจากทริปเมืองเมียวดี มาได้แค่กอกะเร็กที่ไม่สามารถเข้าสู่ชายแดนได้ เรียกว่าล้มเหลวในการเดินทาง ทำให้ผมรู้ว่าที่นี่เมียนมาไม่ใช่กัมพูชา ดังนั้นทุกอย่างจะไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถคิดแบบที่เราเคยทำได้ในกัมพูชา แล้วนำมาใช้ที่เมียนมาได้ ต้องคิดใหม่โดยล้างสมองตัวเองเสียใหม่ แล้วเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม การเดินทางครั้งนั้น มีหลายๆ อย่าง หลายๆ เรื่องราวที่พบเห็นระหว่างเดินทางที่ทำให้ผมได้รับบทเรียนที่ดี ผมได้นำมาใช้ในภายหลังได้ครับ

ผมเริ่มคิดว่า เราต้องเริ่มตั้งต้นการเดินทางสำรวจตลาดและพบปะลูกค้าจากภายในประเทศ คือ เริ่มจากมหานครย่างกุ้งก่อน แล้วค่อยเดินทางไปตามเขตต่างๆ รัฐต่างๆ ด้วยรถยนต์ครับ แม้จะไม่สะดวกสบาย แต่ก็สามารถพบเจอผู้คนหลากหลาย และความเป็นอยู่วัฒนธรรมที่แตกต่าง แนวคิดที่แตกต่าง อีกทั้งความต้องการ รสนิยมแต่ละท้องที่ที่แตกต่างกันไปครับ ทำให้เราได้เปิดโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น เข้าใจถึงความต้องการเสพสินค้าที่แตกต่างกันมากขึ้นครับ

ซึ่งต้องยอมรับว่าแม้ประเทศเมียนมานั้นกว้างใหญ่กว่าประเทศไทยไม่มาก แต่ว่าเผ่าพันธุ์ของกลุ่มชาติพันธุ์นั้นมีมากมายเหลือเกินครับ มันช่างเป็นบทเรียนที่หาเรียนไม่ได้ในหนังสือตำราเรียนเล่มใดเลย สนุกและมีชีวิตชีวามากเลยครับ

ผมโชคดีกว่าพ่อค้าวาณิชทั่วๆ ไป ที่เขาไม่มีโอกาสเหล่านี้ อาจจะเป็นเพราะในประเทศไทยเรา พ่อค้าวาณิชทั่วไปเขามัวแต่ทำการค้าแบบที่เรียกว่า "ตีหัวเข้าบ้าน" คือ ขายแล้วเก็บเงินสดให้ได้ ที่เหลือคุณก็ไปจัดการเอาเองแล้วกัน นี่คือวัฒนธรรมการค้าของพ่อค้าวาณิชไทยทั่วไปครับ ซึ่งผมอยากจะบอกว่ามันหมดยุคแล้ว

เราเองเมื่อยุคเริ่มส่งสินค้าออกในช่วงแรกๆ ก็คิดเพียงแต่ว่า การทำธุรกิจแบบเทรดดิ้ง หรือบริษัทตัวแทนส่งออกนั้น คือการติดต่อการค้ากับพ่อค้าต่างประเทศ พอติดต่อสื่อสารกันได้ แล้วเขาต้องการสินค้าอะไรก็นำเสนอราคา หรือนำเสนอสินค้าให้เขา เมื่อถูกตาต้องใจกันก็ทำการซื้อขาย ให้เขาเปิดแอลซีหรือต่อรองเรื่องการชำระเงิน เป็นเสร็จสิ้นไปขั้นต้น พอทำการส่งมอบสินค้า เราเรียกเก็บเงินได้หมด ก็ไม่ต้องดูดำดูดีเขาแล้ว เขาขายได้หรือไม่ได้ก็เรื่องของเขา เพราะเขาชำระเงินให้เราแล้ว นี่คือแนวคิดที่ผมเรียกว่า "การค้าแบบตีหัวเข้าบ้าน" ซึ่งมันล้าสมัยแล้วครับ

เราจะเห็นญี่ปุ่นหรือประเทศที่เขาพัฒนาการค้าต่างประเทศไปอย่างสมบูรณ์แล้ว เขาจะไม่ทำการค้าแบบที่ว่าแล้วครับ ปัจจุบันนี้ต้องทำการค้าแบบทูเวย์ หรือการค้าแบบสองทิศทางแล้วครับ เราต้องคิดถึงวิน วิน วิน แล้วครับ วินที่หนึ่ง คือ ผู้ขายวิน วินที่สอง คือ ผู้จัดจำหน่ายวิน วินสุดท้าย คือ ผู้บริโภควิน จึงจะทำให้การค้ายั่งยืนได้ครับ ผมตัดสินใจเข้าไปอยู่ในต่างประเทศ หลังจากที่ทำการค้าที่กัมพูชาและเมียนมานี่แหละ จึงทำให้บริษัท สากลธุรกิจเลิศรวมมิตร อยู่ได้จนกระทั่งปัจจุบันนี้ครับ

หลังจากรุกคืบสู่ชายแดนเมียนมา ผมเดินทางไปดูตลาดตามชายแดนเมียนมาที่ติดกับจีน ทางด้านด่านเมืองลาซิว ซึ่งก็เสียดายที่ไม่สามารถเข้าไปถึงเมืองมูเจ่ได้ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย แต่หลังจากนั้นไม่นานผมได้เข้าไปดูตลาดเมืองมูเจ่ จากการเดินทางไปทางประเทศจีน เข้าไปดูทางด่านยุ่ยลี่ ติดกับชายแดนเมียนมาด้านเมืองมูเจ่ เราเริ่มรู้ว่าสินค้าจีนคู่แข่งสำคัญได้รุกคืบมาอย่างน่ากลัวครับ อีกทั้งเขามีแรงหนุนจากรัฐบาลจีนช่วยอีกแรงทำให้ภาคเอกชนเขามีกำลังสูงมาก ถ้าหากแนวคิดเขาประสบผลสำเร็จ ประเทศไทยเราอาจจะมีคู่แข่งที่เป็นยักษ์ใหญ่ที่เราไม่สามารถต่อสู้ได้เลยละครับ

พวกเราชาวพ่อค้าวาณิชคงต้องตื่นตัวกันได้แล้วนะครับ อย่ามัวแต่หลงตัวเองว่าเรามีชายแดนติดเมียนมา หรือหลงตัวเองว่าสินค้าของเราดีกว่าคุณภาพสูงกว่าสินค้าจีน หรือคนเมียนมานิยมสินค้าเรามากกว่าสินค้าจีน นั่นเป็นการหลอกตัวเองแล้วละครับ อย่าลืมว่าประเทศด้อยพัฒนาทั่วๆ ไป ราคาย่อมเป็นปัจจัยตัวแปรในการตัดสินใจบริโภคที่สำคัญที่สุดอยู่นะครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน