
รัฐทำงบขาดดุล4ปี
รัฐบาลแบะท่าตั้งงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องนาน 3-4 ปี เฉลี่ยปีละ 4.5-5 แสนล้าน เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
รัฐบาลแบะท่าตั้งงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องนาน 3-4 ปี เฉลี่ยปีละ 4.5-5 แสนล้าน เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า จากการประเมินของ สบน. คาดว่ารัฐบาลยังต้องทำงบประมาณแบบขาดดุลระดับสูงอีกหลายปี เพื่อดูแลอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ให้ขยายตัวได้เต็มศักยภาพตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ 4-5%
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2560 ที่กำลังจะหมดลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มีการตั้งงบประมาณขาดดุลสูงถึง 5.52 แสนล้านบาท เนื่องจากมีการทำงบประมาณกลางปีเพิ่มเติม 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้เพิ่ม 1.6 แสนล้านบาท และในปีงบประมาณ 2561 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็มีการขาดดุล 4.5 แสนล้านบาท
"ในปีงบประมาณ 2562-2564 ทาง สบน.คาดการณ์ไว้ว่ารัฐบาลจะต้องทำงบประมาณแบบขาดดุลอยู่ปีละ 4.5-5 แสนล้านบาท เนื่องจากมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอีกจำนวนมากที่รัฐบาลต้องดำเนินการ" ผู้อำนวยการ สบน. กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการทำงบประมาณ แบบขาดดุลจะอยู่ระดับสูง แต่การ ขาดดุลเมื่อเทียบกับจีดีพีของประเทศจะลดลง เพราะเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ การก่อหนี้จากการทำงบประมาณขาดดุลจำนวนมาก ไม่กระทบกับกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดว่าสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีต้องไม่เกิน 60% และภาระงบชำระหนี้ต่องบประมาณรายจ่ายไม่เกิน 15% โดยปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ 6.34 ล้านล้านบาท หรือ 42.9% ของจีดีพี
ด้าน สบน.ได้ประเมินสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีในปีงบประมาณ 2560 จะอยู่ที่ 42.8% และจะปรับเพิ่มขึ้นปีละเล็กน้อย โดยในปีงบประมาณ 2564 คาดว่าสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีจะอยู่ที่ 46.6% ภายใต้สมมติฐานการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐบาลทั้งหมดสามารถเบิกจ่ายได้ 80% ของงบประมาณที่ตั้งไว้ในแต่ละปี
นายสุวิชญ กล่าวว่า เศรษฐกิจของไทยขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยในปี 2560 กระทรวงการคลังคาดว่าจะขยายตัวได้ 3.6% และในปีต่อๆ ไปจะขยายเพิ่มขึ้นจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน นอกจากจะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นไม่มากอีกด้วย
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การควบคุมไม่ให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นนั้นมีหลายทาง เช่น การเปิดให้เอกชนมาร่วมลงทุนโครงการรัฐ (พีพีพี) การออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐานขายให้นักลงทุนและนำเงินไปลงทุนระบบสาธารณูปโภค เป็นต้น
"คลังให้นโยบายกับ 3 กรมภาษี ในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี แก้ไขกฎหมายอุดช่องรั่วไหลของภาษีและขยายฐานภาษีให้เพิ่มมากขึ้น การทำงบประมาณขาดดุลจะกดดันในเชิงรายได้รัฐบาลที่จะต้องจัดเก็บให้มากขึ้น เพื่อจะได้ไม่ต้องกู้เงินมาปิดหีบงบประมาณ" แหล่งข่าวเปิดเผย







