
เกษตรไทยรอดพิษแรงงาน
สศก.ประเมินแรงงานต่างด้าวแห่กลับ 2 หมื่นกว่าคนไม่กระทบเศรษฐกิจภาคเกษตร หลังรัฐผ่อนผันให้ขึ้นทะเบียนถูกต้องใน 6 เดือน
สศก.ประเมินแรงงานต่างด้าวแห่กลับ 2 หมื่นกว่าคนไม่กระทบเศรษฐกิจภาคเกษตร หลังรัฐผ่อนผันให้ขึ้นทะเบียนถูกต้องใน 6 เดือน
นายภูมิศักดิ์ ราศรี ผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึง ผลกระทบเศรษฐกิจภาคเกษตรไทย ต่อพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ว่าจำนวนแรงงานต่างด้าวภาคเกษตรที่ผิดกฎหมายต้องกลับประเทศประมาณ 2.5 หมื่นคน จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรอย่างมีนัยสำคัญ หลังรัฐบาลมีนโยบาย ชะลอการดำเนินการตามกฎหมายใน 180 วันและจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 2561 ทำให้สถานการณ์ต่างๆ ไม่รุนแรง
สำหรับแรงงานต่างด้าวที่ต้องหายไปจากภาคเกษตร ในสาขาพืช ประมง ปศุสัตว์ประมาณ 15% ของจำนวนแรงงานต่างด้าวภาคเกษตร 7 แสนคนจะส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากเกษตรประมาณ 2,560 ล้านบาท แต่ในทางปฏิบัติแรงงานภาคเกษตรส่วนมากมาเป็นครอบครัวทำให้อพยพกลับประเทศลำบากจึงไม่สามารถย้ายกลับบ้านได้ในทันทีเหมือนแรงงานภาคอุตสาหกรรม ทำให้ขณะนี้คาดว่าแรงงานเหล่านั้นยังคงทำงานอยู่และนายจ้างจะใช้ โอกาสที่รัฐบาลขยายเวลาให้ทำให้ถูกตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ทางศูนย์ติดตามฯ ได้มีข้อเสนอไปยังรัฐบาลดังนี้ 1.ควรลดโทษปรับผู้ประกอบการที่มีโทษขึ้นต้นปรับ 4 แสนบาทลงมาเพื่อให้ทุกฝ่ายยอมเข้ากระบวนการทางกฎหมาย เพราะอาจเป็นช่องให้นายจ้างจ่ายใต้โต๊ะมากกว่าเสียค่าปรับ 4 แสนบาท 2.ควรลดความซับซ้อนในการขึ้นทะเบียนแรงงาน และทำจุดบริการให้จบจุดเดียวเพื่อกระตุ้นให้นายจ้างนำมาขึ้นทะเบียนและในอนาคตหากมีการอนุญาตนำเข้าผ่านโบรกเกอร์ก็ควรเป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายของกระทรวงแรงงาน
นายวิษณุ อรรถวานิช รองผู้อำนวยการศูนย์ติดตามฯ กล่าวว่า เสนอให้รัฐกลับมาวางมาตรการเพื่อพัฒนาแรงงานไทยให้เข้ามาภาคเกษตรให้มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งแรงงานต่างด้าว ที่เชื่อว่าอนาคต ไม่เกิน 20 ปีต้องมีการเคลื่อนย้ายแรงงานไปประเทศอื่น โดยเสนอให้จัดทำสวัสดิการภาคเกษตรให้กับเกษตรกรไทย ที่ต้องการความมั่นคงทางอาชีพและชีวิต







