
หนุนใช้บล็อกเชน เพิ่มค่าธุรกิจช่วยลดคอร์รัปชั่น
ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญจากที่หลายฝ่ายมองว่าบล็อกเชน เป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกการเงินนั้น ถือว่ามีส่วนถูก เพราะมีการตรวจสอบร่วมกันของผู้ลงทุนระบบ และยังลดขั้นตอนเรื่องระยะเวลาในการดำเนินงานให้สั้นลง ถือว่าเป็นส่วนสำคัญของการเดินหน้าประเทศให้ก้าวสู่ความเป็นดิจิทัลในการดำเนินงานได้อย่างแท้จริง
ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
จากที่หลายฝ่ายมองว่าบล็อกเชน เป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกการเงินนั้น ถือว่ามีส่วนถูก เพราะมีการตรวจสอบร่วมกันของผู้ลงทุนระบบ และยังลดขั้นตอนเรื่องระยะเวลาในการดำเนินงานให้สั้นลง ถือว่าเป็นส่วนสำคัญของการเดินหน้าประเทศให้ก้าวสู่ความเป็นดิจิทัลในการดำเนินงานได้อย่างแท้จริง
สวัสดิ์ อัศดารณ กรรมการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ภาคธุรกิจ การเงิน การธนาคารและประกันภัย บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย กล่าวว่า บล็อกเชนที่มองว่าเปลี่ยนโลกนั้น เป็นส่วนของการต่อเสริมจากภาพไอทีเดิม จะมาช่วยเชื่อมต่อข้ามธุรกิจหรือมีการตรวจเช็กให้ง่ายขึ้น
"คีย์หลักของบล็อกเชนคือช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เพิ่มความโปร่งใส รวมทั้งปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในทรานแซคชั่นนั้นๆ ให้มีความน่าเชื่อถือ" สวัสดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ธุรกิจที่ต้องการความโปร่งใสในขั้นตอนการทำงาน สามารถตรวจสอบและเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ เพื่อลดการทำงานซ้ำซ้อน จะเลือกการลงทุนบล็อกเชน เพื่อช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างรวดเร็ว เช่น กลุ่มสถาบันการเงิน การแพทย์ ขนส่ง เป็นต้น
ด้าน สุวัฒน์ หงษ์วิวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจการเงินและประกันภัย บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย อธิบายถึงวิธีการทำงานของบล็อกเชนว่า ผู้ที่ลงทุนสามารถมั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการเชื่อมต่อระบบบล็อกเชนได้ เพราะจะมีเฉพาะกลุ่มสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงทรานแซคชั่นของระบบได้ ซึ่งแต่ละบริษัทจะมีดาต้าเบสเพื่ออัพเดททรานแซคชั่นร่วมกัน แต่การเข้าถึงข้อมูลจะไม่เท่ากัน ซึ่งการเห็นข้อมูลร่วมกันจะช่วยลดการทุจริตจากขั้นตอนการทำงาน
การลงทุนบล็อกเชนนั้น จะอยู่ที่แต่ละธุรกิจว่าต้องการเลือกลงทุนแบบไหนไม่ต้องลงทุนมหาศาล แต่เลือกลงทุนตามการใช้งานได้ ถือว่าเป็นการทรานส์ฟอร์มธุรกิจจากรูปแบบเดิม เพียงแต่การเปลี่ยนมาลงทุนบล็อกเชนนั้น จะคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่นั้น ต้องแล้วแต่การพิจารณาของผู้บริหารเอง เพราะเจ้าของธุรกิจอาจไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมด แค่ดูความเหมาะสมของการทำงานร่วมกันระหว่างพันธมิตรว่าจะมีการใช้งานในทิศทางเดียวกันมากน้อยแค่ไหน หรือเลือกลงทุนบางหน่วยธุรกิจที่มีการใช้งานเท่านั้น
ผลการศึกษาโดยสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม (IBM Institute for Business Value) สำรวจธนาคารและสถาบันการเงิน 200 แห่งทั่วโลก ระบุว่า 70% ของกลุ่มผู้บุกเบิกใช้บล็อกเชนต่างให้ความสำคัญในแง่เครื่องมือที่จะช่วยทลายอุปสรรคที่มีอยู่ปัจจุบัน เพื่อนำสู่โมเดลทางธุรกิจและตลาดใหม่ๆ
กลุ่มผู้บุกเบิกเหล่านี้มีการเตรียมความพร้อมที่จะต่อกรกับคู่แข่ง ไม่เฉพาะคู่แข่งรายเดิมแต่รวมไปถึงกลุ่มสตาร์ทอัพ ซึ่ง 15% ของธนาคารที่สำรวจเตรียมดำเนินการใช้โซลูชั่นบล็อกเชนภายในปี 2560 ขณะที่ธนาคาร 65% วางแผนเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการจริงภายใน 3 ปี
การ์ทเนอร์ชี้ว่ามูลค่าเพิ่มที่บล็อกเชนจะก่อให้เกิดสำหรับธุรกิจทั่วโลกจะสูงถึงกว่า 6 ล้านล้านบาท ในปี 2568 และสูงถึงกว่า 108 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573 ซึ่งการเติบโตลักษณะนี้เป็นแพตเทิร์นที่มักเกิดขึ้นกับเทคโนโลยีเกิดใหม่ (Emerging Technology) ที่สำคัญ
แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงบล็อกเชนก็ต้องเกี่ยวเนื่องกับบิตคอยน์ ที่ถือว่าเป็นอนาคตของดิจิทัลเคอร์เรนซี่ (Digital Currency) หรือสกุลเงินหนึ่งในอนาคตที่จะใช้ทรัพย์สิน โดยมีบล็อกเชนมาเป็นตัวเก็บข้อมูลหลังตรวจสอบมูลค่าของสิ่งของที่นำมาใช้ในการแลกเปลี่ยน ซึ่ง 1 เหรียญบิตคอยน์ อาจมีมูลค่าสูงถึง 3-4 หมื่นบาท หรือมากน้อยแล้วแต่สถานการณ์ และความไม่แน่นอนของมูลค่านี้ ทำให้หน่วยงานภาครัฐที่ดูแลเกี่ยวกับการเงินต้องคอยศึกษาอย่างใกล้ชิด
ภูมิ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาอาวุโส กลุ่มธุรกิจ G-Security กลุ่มบริษัท จี-เอเบิล ก็ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบิตคอยน์ ไว้ว่า ในช่วงปี 2008 ได้มีผู้ที่นำเอาระบบแลกเปลี่ยนเงินบนโลกออนไลน์ที่เรียกว่าบิตคอยน์มาใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนเชื่อมั่นในเทคโนโลยีได้โดยไม่ต้องเชื่อมั่นในตัวบุคคล ด้วยการแลกเปลี่ยนเงินออนไลน์ระหว่างผู้ใช้ด้วยกัน ขณะเดียวกันไม่ต้องอาศัยสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือจากคนทั่วไปมาเป็นตัวกลาง
"จากเดิมที่ต้องอาศัยสถาบันการเงินเป็นตัวกลางในการโอนเงินออนไลน์ แต่ด้วยรูปแบบของ บิตคอยน์ ทำให้เกิดเป็นการแลกเปลี่ยนกันระหว่างบุคคลต่อบุคคลได้ทันที โดยมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการโอนเงินผ่านบัญชีที่มีธนาคารเป็นศูนย์กลาง เรียกง่ายๆ ว่าไม่จำเป็นต้องรู้จักผู้ที่ทำธุรกรรมในเครือข่ายด้วยกัน แต่สามารถเชื่อมั่นได้ด้วยระบบ โดยที่บิตคอยน์มีองค์ประกอบสำคัญที่เรียกว่าบล็อกเชนอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ" ภูมิ กล่าว
แม้ว่าบิตคอยน์จะส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารบางส่วนก็ตาม แต่หากสถาบันการเงินปรับตัวด้านรูปแบบการให้บริการ บล็อกเชนจะกลายเป็นเครื่องมือที่ ช่วยในการปรับปรุงรูปแบบการทำงานเดิมและสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว n







