posttoday
เปิดตัวหนังสือค้ำประกัน ‘บล็อกเชน’ ครั้งแรกของโลก

เปิดตัวหนังสือค้ำประกัน ‘บล็อกเชน’ ครั้งแรกของโลก

18 กรกฎาคม 2560

พรสวรรค์ นันทะศุภลักษณ์ เอกกิตติพงษ์กระแสกำลังตื่นตัวกับ "บล็อกเชน" เทคโนโลยีที่พลิกโฉมธุรกิจโลก ทั้งผู้ประกอบการธุรกิจและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการกำกับดูแลต้องตามให้ทัน โดยเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ธนาคารกสิกรไทย ได้จัดสัมมนาบทบาทของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่จะพลิกโฉมรูปแบบการให้บริการด้านการเงิน ร่วมถึงเปิดตัว "การเปิดบริการหนังสือค้ำประกันบนบล็อกเชนครั้งแรกของโลก"

พรสวรรค์ นันทะศุภลักษณ์ เอกกิตติพงษ์

กระแสกำลังตื่นตัวกับ "บล็อกเชน" เทคโนโลยีที่พลิกโฉมธุรกิจโลก ทั้งผู้ประกอบการธุรกิจและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการกำกับดูแลต้องตามให้ทัน โดยเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ธนาคารกสิกรไทย ได้จัดสัมมนาบทบาทของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่จะพลิกโฉมรูปแบบการให้บริการด้านการเงิน ร่วมถึงเปิดตัว "การเปิดบริการหนังสือค้ำประกันบนบล็อกเชนครั้งแรกของโลก"

ฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.มี นโยบายส่งเสริมการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ โดยมีการนำเรกูเลทอรี แซนด์บอกซ์ ให้ผู้ประกอบการทำทดสอบ พัฒนารูปแบบบริการ และความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เปิดให้นำเทคโนโลยีใหม่มาทดลอง ใช้ ขณะที่ ธปท.จะดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน โดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการบริการการเงิน หลังจากที่ ธปท. อนุมัติให้ทดลองในแซนด์บอกซก็ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ในการอนุมัติ ซึ่งไม่อยากให้ช้าเกินไป เพราะเทคโนโลยีรอไม่ได้ ซึ่งโครงการบล็อกเชนของธนาคารกสิกรไทยก็อยู่ในบล็อกเชน ของ ธปท.

นอกจากนี้ ธปท.ยังมีนโยบายสร้างมาตรฐานกลางใช้ร่วมกันในระบบการเงิน เช่น พร้อมเพย์ ซึ่งเป็นรากฐานการโอนเงินข้ามธนาคารสะดวกรวดเร็ว รวมถึงมาตรฐานกลางข้อมูลการชำระเงินที่ใช้ทั้งในและต่างประเทศเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน นำข้อมูลมาเชื่อมต่อไม่ให้เป็นอุปสรรคการบริการ

อีกทั้งต้องมีระบบการดูแลความปลอดภัยของภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในปัจจุบัน โดยธนาคารกลางหลายประเทศให้ความสำคัญนี้ในยุคที่มีธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงมีการสร้างมาตรฐานการดูแลด้านบุคลากร ระบบ และการป้องกันการโจมตีทางออนไลน์ โดย ธปท.ได้ร่วมมือกับองค์กรกำกับดูแลทั้งในและต่างประเทศ เพื่อป้องกันและกำกับดูแลภัยไซเบอร์ได้

สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วย ผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธปท. กล่าวว่า การทดลองเทคโนโลยีบล็อกเซนในเรกูเลทอรี แซนด์บอกซ์ ของ ธปท.ไม่ถือว่าล่าช้า เพราะการเปิดให้บริการในเทคโนโลยีใหม่ถึงจะมีประโยชน์ แต่อาจมาพร้อมกับความเสี่ยง การทดลองต้องมีกระบวนการที่รอบครอบ ซึ่งปัจจุบันยังไม่เคยพบว่ามีการเจาะระบบบล็อกเชนได้ อย่างไรก็ดีต้องระมัดระวัง เพราะไม่มีอะไรปลอดภัย 100%

ที่ผ่านมาการนำบริการตรวจสอบตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ เช่น ใช้ม่านตา รวมไปถึงการตรวจสอบตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-KYC) ก็มีเข้ามา ทดลองแล้ว ซึ่งถ้าผ่านการทดสอบออกไปให้บริการได้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะตรวจสอบยืนยันบุคคลได้แม่นยำขึ้น

ด้าน พิพิธ เอนกนิธิ กรรมการ ผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ร่วมมือกับ IBM ในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชน มาสร้างระบบต้นแบบใช้รับรองเอกสารต้นฉบับ โดยได้เริ่มทดสอบบริการบนเรกูเลทอรี แซนด์บอกซ์ ของ ธปท. และจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ 4 แห่ง ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พีทีทีโกลบอล เคมิคอล และบริษัท พีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง พัฒนาบริการหนังสือค้ำประกันบนเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อยกระดับการ จัดการเอกสารหนังสือค้ำประกันแก่หน่วยงานผู้รับหนังสือค้ำประกัน และคู่ค้าผู้วางหนังสือค้ำประกัน

"ได้หารือกับธนาคารอื่นๆ ถึงแนวคิดที่จะร่วมใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนด้วยกัน ซึ่ง ธปท.ก็สนับสนุนว่าควรร่วมมือกัน แม้ว่าธนาคารจะมีการแข่งขันเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ แต่หากเป็นเทคโนโลยีที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานแล้วในทางปฏิบัติไม่ควรจะทำทับซ้อนกัน" พิพิธกล่าว

อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปี 2560 คาดว่าไทยจะมีการออกหนังสือค้ำประกันผ่านระบบธนาคารพาณิชย์มูลค่า 1.35 ล้านล้านบาท ขยายตัวจากปีที่ผ่านมา 8% ในจำนวนนี้เป็นหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารกสิกรไทย 3.3 แสนล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาด 25% เป็นอันดับหนึ่ง

ทั้งนี้ ในปี 2561 ธนาคารตั้งเป้า เพิ่มสัดส่วนการใช้บริการผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์เป็น 35% โดยเป็นสัดส่วนที่ใช้ผ่านบล็อกเชน 5%

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี