posttoday
เร่งปั๊ม‘พร็อพเทค’ ผุดย่านนวัตกรรม จุดเปลี่ยนอสังหาไทย

เร่งปั๊ม‘พร็อพเทค’ ผุดย่านนวัตกรรม จุดเปลี่ยนอสังหาไทย

12 กรกฎาคม 2560

รัฐบาลกำลังเร่งปลุกปั้นไทยสตาร์ทอัพเพื่อหวังใช้เป็นฟันเฟืองในการมุ่งหน้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ที่ใช้นวัตกรรมการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยวางเป้าในปี 2563 จะต้องบรรลุเป้าหมายใน 8 ข้อ อาทิ ใน 9 เซ็กเตอร์ธุรกิจที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หน่วยงานในกำกับของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ให้การสนับสนุน จะต้องมีสตาร์ทอัพกว่า 2,000 คน ที่สามารถเปลี่ยนแปลงธุรกิจแบบเดิมๆ ได้ รวมถึงการผลักดันให้เกิด 15 ย่านนวัตกรรมสำหรับสตาร์ทอัพทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งที่จะพลิกโฉมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตอันใกล้นี้

รัฐบาลกำลังเร่งปลุกปั้นไทยสตาร์ทอัพเพื่อหวังใช้เป็นฟันเฟืองในการมุ่งหน้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ที่ใช้นวัตกรรมการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยวางเป้าในปี 2563 จะต้องบรรลุเป้าหมายใน 8 ข้อ อาทิ ใน 9 เซ็กเตอร์ธุรกิจที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หน่วยงานในกำกับของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ให้การสนับสนุน จะต้องมีสตาร์ทอัพกว่า 2,000 คน ที่สามารถเปลี่ยนแปลงธุรกิจแบบเดิมๆ ได้ รวมถึงการผลักดันให้เกิด 15 ย่านนวัตกรรมสำหรับสตาร์ทอัพทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งที่จะพลิกโฉมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตอันใกล้นี้

พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) หน่วยงานในกำกับของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ประเทศไทยและ กทม. เป็นเมืองที่คนอยากมาทำสตาร์ทอัพมากที่สุดเป็นอันดับ 7 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย ดังนั้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีความสำคัญมากที่จะรองรับนักลงทุนสตาร์ทอัพที่จะเข้ามาลงทุนร่วมกับสตาร์ทอัพในไทย

ขณะเดียวกันพร็อพเพอร์ตี้ เทค กับเออร์เบินเทค ซึ่งเป็น 1 ใน 9 เซ็กเตอร์ที่ได้รับการสนับสนุนให้ผลิตสตาร์ทอัพขึ้นมาเปลี่ยนธุรกิจในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีความตื่นตัวมาก มีหลายบริษัทอสังหาฯ ได้ตั้งคอร์ปอเรต เวนเจอร์ แคปปิตอล ขึ้นมา และยังมีบริษัทพร็อพเพอร์ตี้เทคที่ผันตัวเองมาเป็นสตาร์ทอัพมากขึ้นเรื่อยๆ ปีนี้จึงเป็นปีทองของพร็อพเพอร์ตี้เทค

อย่างไรก็ตาม เราไม่ต้องการให้มีการ กระจุกตัวของสตาร์ทอัพ โดยต้องการให้มีการพัฒนาสตาร์ทอัพกระจายไปสู่ภูมิภาค ตั้งแต่เชียงใหม่ไปจนถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยส่วนหนึ่งได้ร่วมกับผู้ประกอบการในสมาคมอสังหาริมทรัพย์ 11 สมาคม และ 8 บริษัท พัฒนาเมือง ในการสนับสนุนให้เกิดสตาร์ทอัพเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์และเมือง (Property Tech & UrbanTech) ซึ่งเป็น 1 ใน 9 สาขาธุรกิจตามนโยบายสนับสนุนในภูมิภาคต่างๆ

การส่งเสริมพร็อพเทค และเออร์เบินเทค จะทำให้เกิดการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และเมือง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนานวัตกรรมเชิงพื้นที่ (Area-Based Innovation) ของ สนช. ในการยกระดับศักยภาพทางนวัตกรรมในระดับย่านนวัตกรรม (Innovation District) ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมภายในย่านให้ดึงดูดกลุ่มสตาร์ทอัพมีการรวมกลุ่มกันเป็นคลัสเตอร์ โดยการพัฒนาเครื่องมือและกลไกที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัย และผู้ดำเนินกิจกรรมภายในย่านให้มีการใช้นวัตกรรม การทำกิจกรรม แบ่งปันทรัพยากร

ทั้งนี้ ในพื้นที่จะต้องร่วมกันกำหนดเป้าหมายของการสร้างนวัตกรรมที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการแก่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนักลงทุน/นักพัฒนาที่ดิน เจ้าของที่ดิน สถาบันการศึกษา/หน่วยงานวิจัย ผู้ประกอบการ/วิสาหกิจเริ่มต้น ผู้ใช้บริการในพื้นที่ และผู้ที่อยู่อาศัยในย่าน โดยในแต่ละพื้นที่จะต้องเกิดการสร้างสตาร์ทอัพ สร้างงาน และสร้างคุณค่าที่มีลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ขึ้น โดยเริ่มพื้นที่นำร่องโครงการย่านนวัตกรรมจำนวน 15 ย่าน

ขณะที่ พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหา ริมทรัพย์ไทย กล่าวว่าในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าจะมีการหารือกันอีกครั้ง เพื่อติดตามข้อมูลหลังจากที่ได้มีการเซ็นเอ็มโอยูไป ซึ่งการผลักดันให้เกิดธุรกิจสตาร์ทอัพในต่างจังหวัดจำนวนมาก จะมาช่วยพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ เทคโนโลยีสมัยใหม่จะสามารถพลิกโฉม ธุรกิจได้อย่างการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์จะทำให้รู้ถึงความต้องการของผู้ซื้อ เจาะลึกลงไปในรายทำเล รูปแบบ ขนาด ทำให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาโครงการได้ตรงตามความต้องการ เป็นต้น

การพัฒนาย่านนวัตกรรมของ สนช. สอดคล้องแนวคิดของสำนักผังเมือง กทม. และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ที่ต้องการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ในย่านต่างๆ รองรับการเติบโตของเมืองยุคใหม่ของคนรุ่นใหม่ เช่น การพัฒนาย่านบางรัก ย่านทองหล่อ ย่านทาวน์อินทาวน์ เป็นต้น

ทั้งสองแนวคิดจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต เช่น เรื่องของ โค เวิร์กกิ้ง สเปซ ที่จะเข้ามามีบทบาทต่องการทำงานของคนรุ่นใหม่ การพัฒนาที่อยู่อาศัยที่จะเปลี่ยนเป็นการเช่า เพราะคนรุ่นใหม่ที่เป็นสตาร์ทอัพจะเปลี่่ยนแปลงสถานที่ทำงานบ่อย และไม่ยึดติดกับการมีกรรมสิทธิ์ รวมถึงการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้เพื่อตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ของเหล่าสตาร์ทอัพ ถือเป็นความท้าทายของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท