
สั่งซื้อนวัตกรรม
"บิ๊กตู่" สั่งทุกหน่วยงานเร่งจัดซื้อสินค้า 68 รายการ ตามบัญชีนวัตกรรม 30% ของงบจัดซื้อ หนุนการผลิตสินค้าไฮเทคเพิ่ม
"บิ๊กตู่" สั่งทุกหน่วยงานเร่งจัดซื้อสินค้า 68 รายการ ตามบัญชีนวัตกรรม 30% ของงบจัดซื้อ หนุนการผลิตสินค้าไฮเทคเพิ่ม
พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเดือนพ.ค. 2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงบประมาณเร่งรัดดำเนินการแจ้งบัญชีนวัตกรรมไทยเพื่อให้ทุกหน่วยงานของรัฐใช้เป็นข้อมูลประกอบการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมให้ตรงกับความต้องการใช้งานของแต่ละหน่วยงานตามความจำเป็นและเหมาะสม ขณะนี้สำนักงบประมาณได้จัดทำบัญชีนวัตกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเสนอให้ที่ประชุมณคะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บัญชีนวัตกรรมมีทั้งสิ้น 68 รายการ มีการประกาศไปแล้วก่อนหน้านี้ 56 รายการ และมีการประกาศใหม่เมื่อเดือน มิ.ย. 2560 จำนวน 12 รายการ
"นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุม ครม.ให้ทุกหน่วยงานเร่งศึกษาบัญชีนวัตกรรมและจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมในอัตรา 30% ของความต้องการใช้งานทั้งหมดของหน่วยงาน" พ.อ.หญิงทักษดา กล่าว
สำนักงบประมาณรายงานต่อที่ประชุม ครม.ว่า บัญชีนวัตกรรมไทย เป็นบัญชีที่รวบรวมผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นจากกระบวนการวิจัยและพัฒนาด้วยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย โดยฝีมือคนไทยหรือคนไทยมีส่วนร่วมมาผลิตเป็นสินค้าหรือบริการในเชิงพาณิชย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติความเป็นนวัตกรรมอย่างมีนัยสำคัญจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผ่านการตรวจสอบราคา รวมทั้งจัดทำและประกาศขึ้นเป็นบัญชีนวัตกรรมไทยโดยสำนักงบประมาณ เพื่อใช้เป็นบัญชีสินค้าหรือบริการนวัตกรรมให้หน่วยงานภาครัฐที่สนใจสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้โดยวิธีกรณีพิเศษ
สำหรับจากรายการนวัตกรรมทั้งหมด 68 รายการนั้น ประกอบไปด้วย รายการสินค้าและบริการด้านต่างๆ ดังนี้ ด้านก่อสร้าง การเกษตร การแพทย์ โฆษณาและเผยแพร่ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม ยานพาหนะและขนส่ง วิทยาศาสตร์ ยุทโธปกรณ์ความมั่นคงและด้านอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม สำหรับสินค้าในบัญชีนวัตกรรม ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่เกิดการคิดค้นของเอสเอ็มอี สามารถขอรับความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ได้จากกองทุนสนับสนุนเอสเอ็มอีวงเงินรวม 3.8 หมื่นล้านบาท







