posttoday
ชีวิตดี๊ดี... รูดก่อนใช้ทีหลังอย่างฉลาด...

ชีวิตดี๊ดี... รูดก่อนใช้ทีหลังอย่างฉลาด...

12 กรกฎาคม 2560

ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์ คนรุ่นใหม่ ตกเป็น "จำเลย" ว่าใช้เงินไม่เป็น มีแต่ปัญหาไปก่อหนี้สินมากมายโดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องออกมาตรการมาคุมเข้มกลุ่มคนรุ่นใหม่ "เจนวาย" เกรงว่าปล่อยไว้ จะทำให้เสีย "อนาคต"

ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

คนรุ่นใหม่ ตกเป็น "จำเลย" ว่าใช้เงินไม่เป็น มีแต่ปัญหาไปก่อหนี้สินมากมายโดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องออกมาตรการมาคุมเข้มกลุ่มคนรุ่นใหม่ "เจนวาย" เกรงว่าปล่อยไว้ จะทำให้เสีย "อนาคต"

จริงๆ แล้วอย่ามองว่าบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดเป็นผู้ร้ายซะทีเดียว

ยังมีมุมดีๆ และเป็นประโยชน์ที่หลายคนยังไม่รู้ อย่างน้อยยามที่เราต้องการใช้เงินฉุกเฉิน บัตรเครดิตหรือบัตรเงินสดเป็นที่พึ่งได้ก่อน แทนที่จะต้องวิ่งไปหาเงินกู้นอกระบบ ยอมที่จะถูกโขกดอกเบี้ยสูง 20% ต่อเดือน

เราต้องฉลาดใช้ เลือกบัตรและประเภทสินเชื่อให้คุ้มค่าที่สุด

สิ่งแรกต้องแยกแยะให้ได้ก่อนว่า "บัตรเครดิต" กับ "บัตรกดเงินสด" "สินเชื่อส่วนบุคคล" แตกต่างกันอย่างไร

บัตรกดเงินสด คือ บัตรที่ทางธนาคารหรือผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ พิจารณาออกให้แก่ผู้ถือบัตร

- วงเงินหรือเงินจำนวนสูงสุดที่ได้รับ จะขึ้นอยู่กับรายได้เฉลี่ยในแต่ละเดือนของผู้สมัคร ประมาณ 3-5 เท่าของรายได้

- สามารถเบิกถอนเงินสดผ่านทางตู้ ATM ทุกธนาคารได้ตลอด 24 ชม.

- ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี ฟรีค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินสดล่วงหน้า (Cash Advance)

- วงเงินสูงกว่าบัตรเครดิตและให้ระยะเวลาการผ่อนนานกว่า

- คิดดอกเบี้ยสูงสุด 20-28%

- เลือกการชำระเงินได้ ทั้งการชำระคืนแบบเต็มจำนวน หรือชำระคืนขั้นต่ำ 3-5% ของยอดใช้จ่าย หรือ 500 บาทขึ้นไป

- สมัครง่าย อนุมัติเร็ว ไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน-ไม่จำเป็นต้องมีเงินฝากในบัญชี

- เหมาะกับผู้ที่จำเป็นต้องใช้เงินด่วน หรือไม่มีเงินสำรอง แต่มีเหตุอันฉุกเฉินต้องใช้เงินเท่านั้น

สินเชื่อส่วนบุคคล แบบ "กู้เงินก้อน"

- วงเงินให้สูงสุดประมาณ 5 เท่าของเงินเดือน

- อัตราดอกเบี้ย 20-28%

- อนุมัติเงินกู้เป็นก้อน เพื่อนำใช้หมุนเวียนในธุรกิจ หรือขยายกิจการ

- อัตราการผ่อนหนี้เท่ากันทุกเดือน สามารถเลือกรับดอกเบี้ยได้ตามระยะเวลาที่ผ่อน

- คำนวณดอกเบี้ยตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณได้รับอนุมัติเงินก้อนนั้น ไม่ว่าคุณจะใช้หรือไม่ได้ใช้ก็ตาม

- ไม่จำเป็นต้องมีบุคคล หรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน

บัตรเครดิต คือ บัตรที่ได้รับวงเงินอนุมัติจากธนาคาร เพื่อชำระสินค้าก่อนในวงเงินที่ทางธนาคารกำหนดไว้สำหรับแต่ละบุคคล แล้วจึงผ่อนชำระคืนในภายหลัง

- วงเงินอนุมัติ 2-5 เท่าของของรายได้

- ดอกเบี้ยไม่เกิน 20%

- มีเครดิตให้ระยะเวลาผ่อนชำระ 31 วัน โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย

- มีโปรโมชั่นแต่ละบัตร เช่น การใช้จ่ายจะได้รับ "คะแนน" สะสมสามารถใช้เป็นส่วนลดได้ แลกเป็นของรางวัล หรือรับเงินคืน (Cash Back)

แม้บัตรเครดิตจะสะดวกสบายสามารถใช้จ่ายแทนเงินสด แต่ต้องไม่ลืมว่า ทุกๆ ระยะเวลาเมื่อถึงกำหนดชำระจ่ายต้องไม่เกินเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้นแล้วจะเสียดอกเบี้ยได้ สิ่งสำคัญก็คือการมีวินัย จ่ายตรงและจ่ายครบ การใช้บัตรเครดิตก็ช่วยให้เราประหยัดทั้งเงินและเวลาที่ต้องไปจ่ายค่าดอกเบี้ยเพิ่ม อีกทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ

ตัวอย่าง...ถ้าเรามีความจำเป็นใช้ "เงินสด"

จะเลือกใช้อะไร

บัตรเครดิตกับ & บัตรกดเงินสด แม้ว่าดอกเบี้ยของบัตรเครดิตอยู่ที่ 2% แต่ดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสด 28% การกดเงินสดจากบัตรเครดิต จะต้องเสียดอกเบี้ย บวกด้วย ค่าธรรมเนียมการกดเงินอีก 3% และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% ซึ่งนั่นหมายความว่า การกดบัตรเงินสดจะเสีย "ดอกเบี้ยต่ำ" กว่าการกดเงินสดจากบัตรเครดิต

บัตรกดเงินสด & สินเชื่อบุคคลเงินก้อน

เปรียบเทียบดอกเบี้ยระหว่างบัตรกดเงินสดกับสินเชื่อบุคคลเงินก้อน เท่ากับอยู่ที่ 28%

ความแตกต่างก็คือ บัตรกดเงินสดจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินกู้ระยะสั้น จะได้รับเป็นวงเงินมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งเมื่อผู้ถือบัตรต้องการใช้เงินสด ก็สามารถกดเงินสดจากตู้ ATM มาใช้ได้เลย หากทำการชำระยอดค้างชำระแล้ว วงเงินที่คุณได้รับก็จะกลับมาเท่าเดิมจะไม่มีการคิดคำนวณดอกเบี้ย หากไม่มีการกดเงินสด หรือไม่มีการใช้วงเงิน คือ จะคิดดอกเบี้ยตามที่ใช้จริงเท่านั้น

สินเชื่อส่วนบุคคลนั้น จะเน้นที่การกู้เงินระยะยาว จะได้รับเงินมาก้อนหนึ่ง และจะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ เมื่อมีการใช้จะถูกคิดคำนวณดอกเบี้ยตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณได้รับอนุมัติเงินก้อนนั้น ไม่ว่าคุณจะใช้หรือไม่ได้ใช้ก็ตาม

รูดก่อนจ่ายทีหลัง

หากมีความต้องการที่จะต้องซื้อสินค้าและบริการ การเลือกใช้บัตรเครดิตจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด นอกจากไม่ต้องจ่ายเงินสด มีระยะเวลาการผ่อนชำระหรือจะเลือกโปรโมชั่น ผ่อน 3-10 เดือน ดอกเบี้ย 0% ก็ได้ แต่จะต้องจ่ายชำระหนี้คืนให้ครบตามกำหนด ถ้าจ่ายล่าช้าจะต้องเสียดอกเบี้ย 20%

ในขณะเดียวกันหากเลือกวิธีการใช้บัตรกดเงิน ไปกดเงินสด มาจ่ายค่าสินค้า ก็จะต้องมีภาระการจ่าย "ดอกเบี้ย" ที่ "สูงกว่า" ทันทีที่กดเงินสด ดอกเบี้ยก็จะวิ่งทันที เพื่อป้องกันการก่อหนี้ที่จำเป็น ไม่ควรกดเงินสดจาก "บัตรกดเงินสด" ออกมาใช้จ่ายตามปกติ หรือซื้อสินค้า

ที่แต่ผ่านมา "บัตรกดเงินสด" มักจะได้ความนิยมมากกว่า เพราะสมัครง่าย รายได้ขั้นต่ำไม่สูง แถมยังได้รับวงเงินสูงกว่า และระยะเวลาในการผ่อนชำระนานกว่าบัตรเครดิต แต่ในขณะเดียวกัน ดอกเบี้ยก็สูงกว่าบัตรเครดิต เช่นกัน

นี่ก็พอที่จะเป็นคำตอบว่า เราจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์การเงินที่ฉลาดและคุ้มค่า

จากที่เปรียบเทียบเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล เมื่อเรารู้และเข้าใจถึงความแตกต่างของแต่ละผลิตภัณฑ์ ก็จะสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเรามากที่สุดได้ เพื่อตอบโจทย์การใช้จ่ายของเรามากที่สุด

แต่ใช่ว่าทุกสิ่งที่เป็นประโยชน์ ก็มักจะมีโทษตามมาเสมอ หากเราเสพติดแต่การ "กู้เงิน" มาใช้ฟุ่มเฟือย ดึงเงินอนาคตมาใช้ตลอดเวลา วนเวียนกับการเป็นหนี้ ท้ายสุดเมื่อเป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) เราจะถูกตัดอนาคตทางการเงินไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อ เพราะฉะนั้นต้องใช้จ่ายอย่างมีสติ ใช้จ่ายอย่างพอดี ไม่เกินตัว และชำระเงินคืนให้ตรงเวลา และนี่ก็เป็นคำตอบว่าเราจะ "ฉลาดใช้ อย่างคุ้มค่า"

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน