
ช่องทางการลงทุน ในแอฟริกาใต้
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)www.itd.or.thเมื่อปีที่ผ่านมา ITD ได้จัดทำ "โครงการศึกษาวิจัยการประเมินผลกระทบจากนโยบายการค้าการลงทุนของกลุ่มประเทศ BRICS ต่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" ร่วมกับสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งประเทศที่น่าลงทุนประเทศหนึ่ง คือ แอฟริกาใต้
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)www.itd.or.th
เมื่อปีที่ผ่านมา ITD ได้จัดทำ "โครงการศึกษาวิจัยการประเมินผลกระทบจากนโยบายการค้าการลงทุนของกลุ่มประเทศ BRICS ต่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" ร่วมกับสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งประเทศที่น่าลงทุนประเทศหนึ่ง คือ แอฟริกาใต้
ด้วยแอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์ โดยเฉพาะแมงกานีส โครเมียม ทองคำ ทองคำขาว และอะลูมิเนียม อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างมาก ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปเยือนแอฟริกาใต้ประมาณปีละ 10 ล้านคน และแอฟริกาใต้ยังติด 1 ใน 5 ของประเทศที่มีอัตราการขยายตัวของการท่องเที่ยวสูงที่สุดในโลก
สำหรับด้านการลงทุน แอฟริกาใต้ส่งเสริมการลงทุนโดยตรงของต่างชาติทั้งในภาครัฐและเอกชน ประกอบกับปัจจัยดึงดูดนักลงทุนอื่นๆ ทั้งกระบวนการดำเนินงานที่โปร่งใส ประชากรจำนวนมาก การเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ตลอดจนการเมืองที่มีเสถียรภาพ ทำให้แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีศักยภาพในการลงทุนและได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น
อย่างไรก็ดี แอฟริกาใต้ได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติมากขึ้นในช่วงปี 2010-2014 แต่การลงทุนโดยตรงในแอฟริกาใต้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 1-2 ของจีดีพี ซึ่งค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพและโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้
ส่วนการลงทุนระหว่างอาเซียนและแอฟริกาใต้ ส่วนใหญ่เป็นอาเซียนที่ไปลงทุนในแอฟริกาใต้มากกว่าแอฟริกาใต้มาลงทุนในอาเซียนเกือบ 4 เท่า โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่มาจากมาเลเซียและสิงคโปร์เป็นหลัก ทั้งนี้ แอฟริกาใต้มีแนวโน้มส่งเสริมการลงทุนทั้งให้ผู้ประกอบการแอฟริกาใต้ออกไปลงทุนในต่างประเทศ และการลงทุนของต่างชาติในแอฟริกาใต้ ดังนั้น แนวทางการทำธุรกิจกับแอฟริกาใต้ของอาเซียนอาจเป็นไปในทิศทางที่ทั้งแสวงหาประโยชน์จากการเข้ามาลงทุนของแอฟริกาใต้และการเข้าไปลงทุนในแอฟริกาใต้ไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ แอฟริกาใต้นิยมนโยบายคลัสเตอร์เช่นเดียวกับไทย ซึ่งแตกต่างจากประเทศ BRICS อื่นๆ สะท้อนให้เห็นว่า การยกระดับฐานอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกของแอฟริกาใต้นั้น คำนึงถึงความร่วมมือและบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการอย่างครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนก่อนการผลิต (การวิจัยและพัฒนาและการออกแบบ) ไปสู่ขั้นตอนการผลิต (ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ) และขั้นตอนหลังการผลิต (การกระจายสินค้าและบริการหลังการขาย)
ดังนั้น หน่วยงานของไทยทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ จึงควรขยายความร่วมมือกับแอฟริกาใต้เพื่อแลกเปลี่ยนทักษะความรู้และสร้างเครือข่ายคลัสเตอร์ระหว่างกัน โดยในบางคลัสเตอร์ที่ต่างฝ่ายต่างจัดตั้งในประเทศของตนแล้ว อาทิ คลัสเตอร์พลาสติก นอกจากนี้ อาจลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันเพื่อสถาปนาไทยและแอฟริกาใต้ให้เป็นศูนย์กลางการผลิตของแต่ละภูมิภาค อันจะส่งเสริมให้เกิดการเกื้อหนุนมากกว่าการแข่งขันกัน







