
ดันSMEญี่ปุ่น-ไทยร่วมทุนกัน
TJMI พร้อมเป็นตัวกลางจับคู่เอสเอ็มอีญี่ปุ่นและไทยร่วมทุน ก่อนจะไต่บันไดขั้นสุดท้ายระดมทุนและจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ
TJMI พร้อมเป็นตัวกลางจับคู่เอสเอ็มอีญี่ปุ่นและไทยร่วมทุน ก่อนจะไต่บันไดขั้นสุดท้ายระดมทุนและจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ
นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) หรือ TJMI เปิดเผยว่า สถาบันจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางแนะนำ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาด ย่อม (เอสเอ็มอี) ของญี่ปุ่นและไทยให้มาเจอกัน โดยหวังว่าจะทำให้เกิดการร่วมลงทุน (จอยท์เวนเจอร์) เพราะเห็นความต้องการของเอสเอ็มอีญี่ปุ่นที่ต้องการไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่เป็นการผลักดันนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นหลังจากที่ผ่านมามีแต่บริษัทขนาดใหญ่ไปลงทุนต่างประเทศ
ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีธุรกิจเอสเอ็มอีญี่ปุ่นเดินทางมาที่ไทย และแสดงความสนใจในการหาคู่พันธมิตรไทยมาร่วมทำธุรกิจด้วยกัน ซึ่งมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่อุตสาหกรรมอาหาร โลจิสติกส์ ดิจิทัล และการท่องเที่ยว โดยญี่ปุ่นมีจุดเด่นเรื่องเทคโนโลยีและการถ่ายทอดความรู้ที่ทันสมัยโดดเด่น
ขณะที่ญี่ปุ่นให้ความสนใจไทยมาก ส่วนหนึ่งเพราะเขารู้จักไทยและคนไทยมานาน นอกจากนั้นไทยยังมีจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ในการเป็นประตูไปสู่การหาตลาด หรือช่องทางใหม่ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี)
"เบื้องต้นมองว่าจะหาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย 20 แห่งขนาดกลางที่มี รายได้ 50-200 ล้านบาท ไปเรียนรู้เทคโนโลยีและเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ญี่ปุ่นในเดือน พ.ย. ซึ่งจุดเริ่มต้นหวังให้เกิดการร่วมทุนกัน โดยเป็นการใช้เครื่องมือทางการเงินให้เกิดกองทุนร่วมลงทุน (เวนเจอร์แคปปิตอล) และหวังว่าบันไดขั้นต่อไปจะเป็นการระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ" นายสุวรรณชัย กล่าว
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า บริษัทญี่ปุ่นที่ประกอบการลงทุนในไทยเป็นบริษัทลูกที่มีนโยบายอิงกับบริษัทแม่เป็นหลัก จึงไม่ได้มีการระดมทุนในไทยเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปถ้าจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีความเกี่ยวข้องในส่วนขั้นตอนกับกระบวนการผลิต (ซัพพลายเชน) ที่มีพันธมิตรกับบริษัทในไทยเป็นหลัก ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยที่เข้าไปลงทุนในญี่ปุ่นแล้ว 30 บริษัท แบ่งเป็นในตลาดหลักทรัพย์ (SET) 26 แห่ง และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 4 แห่ง
ด้าน ตลท.พยายามเดินสายและ แนะนำข้อมูลกับนักลงทุนญี่ปุ่นมากขึ้น คือ การให้ความรู้ความเข้าใจการลงทุนของนักลงทุนสถาบันญี่ปุ่นที่ดูแลการบริหารพอร์ตการลงทุนของรายบุคคลมากขึ้น เนื่องจากผลตอบแทนจากการลงทุนญี่ปุ่นเป็นนโยบายติดลบอยู่ และสิ่งที่ ตลท.นำเสนอ คือ อัตราผลตอบแทนและการจ่ายเงินปันผล
ปัจจุบันสัดส่วนนักลงทุนญี่ปุ่นมีอยู่ไม่เกิน 5% ของสัดส่วนของนักลงทุนโดยรวม หรือ 10% ของสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติทั้งหมด ซึ่งกว่า 70% เป็นนักลงทุนสิงคโปร์และฮ่องกง







