
ลงทุนเอกชนซบ ลุ้นอีอีซีกระตุ้น
ไทยพาณิชย์เผยตัวเลขลงทุนเอกชนไม่ขยับ เพราะภาคธุรกิจไม่สนลงทุนขยายกำลังผลิต ไปเน้นลงทุนซื้อกิจการ-ลงทุนนอกแทน
ไทยพาณิชย์เผยตัวเลขลงทุนเอกชนไม่ขยับ เพราะภาคธุรกิจไม่สนลงทุนขยายกำลังผลิต ไปเน้นลงทุนซื้อกิจการ-ลงทุนนอกแทน
นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจมหภาค ศูนย์ วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า คาดการณ์ตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนปีนี้จะเติบโตต่ำเพียง 1.4% โดยเป็นการเติบโตจากการลงทุนในภาคบริการ อาทิ การสร้างโรงแรม ธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง ที่ขยายตัวได้ต่อเนื่องจากการที่ชุมชนเมืองกระจายตัวในภูมิภาค แต่การลงทุนขยายกำลังการผลิต หรือเปิดโรงงานใหม่ยังคงชะลอตัว เพราะกำลังการผลิตส่วนเกินมีมาก ประกอบกับกำลังซื้อในประเทศอ่อนแอกระทบกับการบริโภคภายใน
ทั้งนี้ การลงทุนภาคเอกชนจะกลับมาขยายตัวดีเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกครั้งเมื่อใดนั้นคงต้องหวังผลจากโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ที่ไทยยังไม่มี และเมื่อเศรษฐกิจดีส่งผลให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่ม ก็จะช่วยผลักดันให้การลงทุนในเอกชนฟื้นตัวได้อีกทางหนึ่ง
นายพชรพจน์ กล่าวว่า ภาคธุรกิจยังลงทุนอยู่ แต่เป็นในรูปแบบของการซื้อและควบรวมกิจการที่เพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อ 10 ปีที่แล้วบริษัทจดทะเบียนใช้เงินลงทุนเพื่อซื้อกิจการเพียง 11% ของเงินลงทุนระยะยาวของบริษัท แต่ในช่วงปี 2557-2559 มีสัดส่วนเงินลงทุนเพื่อซื้อกิจการเพิ่มขึ้นเป็น 42% แล้วคิดเป็นเม็ดเงิน 1.68 ล้านล้านบาท และหากเศรษฐกิจในประเทศยังชะลอตัว การซื้อกิจการก็ยิ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทไทยหันไปลงทุนขยายฐานการผลิตยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีต้นทุนถูกกว่าและขยายตลาดการบริโภค จนล่าสุดเม็ดเงินการลงทุนของบริษัทไทยในต่างประเทศสูงกว่าการลงทุนในประเทศแล้ว เมื่อในปี 2553 มีการลงทุนต่างประเทศ 2.65 แสนล้านบาท ขณะที่ปี 2559 เพิ่มเป็น 2.92 ล้านล้านบาท เติบโตมากกว่า 10 เท่าตัว ส่วนการลงทุนภายในประเทศเมื่อปี 2553 อยู่ที่ 1.93 ล้านล้านบาท ขณะที่ปี 2559 อยู่ที่ 2.55 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 32% ซึ่งการลงทุนซื้อกิจการและลงทุนต่างประเทศจะไม่นับรวมเป็นจีดีพี







