
จับตาซีแอลเอ็มวี จุดหมายปลายทาง แห่งการท่องเที่ยวใหม่
ศิรารัตน์ อรุณจิตต์กองทุนบัวหลวงอย่ามองข้ามเมียนมา กัมพูชา เวียดนาม และลาว 4 ประเทศซึ่งกำลังเป็นตลาดใหม่ของการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ศิรารัตน์ อรุณจิตต์กองทุนบัวหลวง
อย่ามองข้ามเมียนมา กัมพูชา เวียดนาม และลาว 4 ประเทศซึ่งกำลังเป็นตลาดใหม่ของการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จุดหมายปลายทางในประเทศดังกล่าวกำลังเป็นเส้นทางใหม่ที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว จนตัวเลขผู้ไปเยือนเพิ่มขึ้นในแต่ละปีอย่างต่อเนื่อง บางประเทศมีจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตแบบก้าวกระโดด อย่างเช่นเมียนมา ในปี 2554 มีนักท่องเที่ยว 8.16 แสนคน แล้วก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี จนล่าสุดในปี 2558 อยู่ที่ 4.68 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นถึง 473% ทีเดียว ขณะที่ประเทศที่เหลือก็มีสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกันในระหว่างปี 2554 จนถึง 2558/2559 โดยลาวเพิ่มจาก 2.72 ล้านคน เป็น 4.68 ล้านคน กัมพูชาเพิ่มจาก 2.88 ล้านคน เป็น 5 ล้านคน และเวียดนามเพิ่มจาก 6 ล้านคน เป็น 10 ล้านคน
ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นี้ จึงเห็นสายการบินต่างๆ ขยายเส้นทางการบินไปยังจุดหมายปลายทางใน 4 ประเทศนี้มากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของนักเดินทาง ทั้งจากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอง รวมถึงคนจีนและนักท่องเที่ยวจากอเมริกาและยุโรป
ในปีที่ผ่านมา สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ได้เน้นขยายโครงข่ายเส้นทางการบินเพื่อให้ครอบคลุมเส้นทางการเดินทางไปยังเมืองสำคัญหรือแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของภูมิภาคเอเชีย โดยเปิดเส้นทางการบินใหม่ เช่น เชียงใหม่-เวียงจันทน์ (ลาว) เชียงใหม่-พุกาม (เมียนมา) กรุงเทพฯ-ฟู้ก๊วก (เวียดนาม) และแน่นอนว่า แผนขยายเส้นทางการบินในปี 2560 จะยังมุ่งเน้นกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี)
อีกทั้งสายการบินแอร์เอเชียประกาศเพิ่มความถี่เที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ ไปยังฮานอย ประเทศเวียดนาม เป็นวันละ 2 เที่ยวบินในปี 2559 และตลอดทั้งปี ไทยแอร์เอเชีย เปิดเส้นทางบินใหม่รวม 12 เส้นทาง เพื่อขยายโอกาสใหม่โดยเฉพาะเส้นทางบินเชื่อมไทย-ลาวเป็นครั้งแรก ทั้งจากดอนเมือง-หลวงพระบาง และดอนเมือง-เวียงจันทน์ อีกทั้งยังกำหนดเป้าขนส่งผู้โดยสารในตลาดซีแอลเอ็มวีที่ 19.5 ล้านคน และมีอัตราขนส่งผู้โดยสาร 84%
นอกจากนี้ ยังมีสปริงแอร์ไลน์ส สายการบินขนาดใหญ่ของจีนจะเปิดเส้นทางบินตรงจากเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้นมายังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
การขยายเส้นทางการบินที่กล่าวมานั้น ยังสอดรับกับการลงทุนสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ของสนามบินนานาชาติกรุงพนมเปญในปีที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารให้ได้ถึง 2 เท่าจากปัจจุบัน ขณะเดียวกัน เมียนมาก็กำลังจะก่อสร้างสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ "หันตาวดี" รองรับการท่องเที่ยวและเดินทางทำธุรกิจ คาดว่าเปิดใช้ในปี 2562 ซึ่งจะรองรับผู้โดยสารได้ 12 ล้านคน/ปี ช่วยเสริมศักยภาพสนามบินย่างกุ้ง ปัจจุบันรองรับได้ราว 3.7 ล้านคน/ปีเท่านั้น
นอกจากนั้น ความร่วมมือในกลุ่มอาเซียนจะผลักดันให้การท่องเที่ยวเติบโตก้าวไกลไปด้วยกัน จากโครงการ Visit Asean@50 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือน ม.ค. เนื่องด้วยวาระครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้งอาเซียนในปีนี้นั้น ทางโครงการได้จัดให้มีโปรแกรมทัวร์ถึง 50 โปรแกรมที่คัดสรรจาก 10 ประเทศสมาชิกเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ใช้เวลาอย่างน้อย 2 ประเทศ/1 ทริป โดยตัวอย่างโปรแกรมท่องเที่ยวในโครงการ เช่น
"Jungle to the Beach, from Cambodia to Thailand" เป็นโปรแกรมทัวร์ 7 คืน 8 วัน โดยท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติที่น่าดึงดูดใจอย่างอุทยานแห่งชาติคีรีรมย์และเกาะกงของประเทศกัมพูชา แล้วข้ามมายังเกาะช้างของประเทศไทย
"Exploring the Elephant Kingdoms : Thailand and Laos" เป็นโปรแกรมทัวร์ 11 คืน 12 วัน เพื่อเยี่ยมชมแหล่งโบราณสถานที่สำคัญและวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำของ 2 ประเทศ โดยเริ่มต้นที่กรุงเทพมหานคร แล้วขึ้นเหนือไปยังเชียงใหม่ เชียงราย และไปต่อที่ลาว
ในปี 2569 หรืออีก 9 ปีข้างหน้าเวิลด์ ทราเวล แอนด์ ทัวริสต์ เคาน์ซิล (WTTC) คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังภูมิภาคอาเซียนจำนวน 192 ล้านคน (จากจำนวน 109 ล้านคนในปี 2558) และเกิดการจับจ่ายใช้สอยในการท่องเที่ยวประมาณ 2.23 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ รายได้ที่หลั่งไหลเข้ามานี้จะส่งผลดีต่อไปยังภาคเศรษฐกิจ ทั้งการจ้างงานและการลงทุน ซึ่งทาง WTTC ประเมินว่า จะหนุนให้เกิดการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมถึง 43.5 ล้านตำแหน่ง (จาก 32 ล้านตำแหน่งในปี 2558) และก่อให้เกิดการลงทุนมูลค่าถึง 9.45 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีดังกล่าว (จากมูลค่า 4.85 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2558)
ดังนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การท่องเที่ยวในอาเซียนจะยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมากในอนาคต มิใช่แค่จำกัดอยู่เฉพาะ 4 ประเทศหลักอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซียเท่านั้น ตลาดการท่องเที่ยวแห่งใหม่อย่างซีแอลเอ็มวี ก็เตรียมพร้อมอ้าแขนรอรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน







