
บทบาทตลาดทุนกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2548 และกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมหลายด้าน
สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย
ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2548 และกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมหลายด้าน
หลายประเทศทั่วโลกจัดให้มีระบบการออมเพื่อการเกษียณตามแนวคิดเสาหลัก 5 ต้น และใช้มาตรการภาษีเพื่อช่วยสนับสนุนการออมแบบ สมัครใจ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้
สำหรับประเทศไทยนั้น แม้จะมีระบบการออมครบทุกเสาหลัก และมีการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับการออมแบบสมัครใจเช่นกัน แต่การออมเพื่อวัยเกษียณยังอยู่ในระดับที่น้อยมาก
ตลาดทุนจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยยกระดับการออมเพื่อ วัยเกษียณให้มากขึ้น ทั้งการสร้างความตระหนักรู้ การช่วยให้คำแนะนำด้านวางแผนการเงิน การจัดให้มีผลิตภัณฑ์การเงินที่ตอบโจทย์การออมระยะยาว และสนับสนุนการลงทุนในแบบการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA)
การที่จะเพิ่มระดับการออมเพื่อวัยเกษียณให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้นั้น จะต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน
- การจัดกิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน นักศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไปรับรู้ และตระหนักถึงความสำคัญของการออมเพื่อวัยเกษียณ เพื่อให้เห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัว และควรเริ่มต้นการออมตั้งแต่อายุยังน้อย
- การให้ความรู้และคำปรึกษาในเรื่องของการวางแผนทางการเงิน เพื่อให้มีเงินออมหลังเกษียณในระดับที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ซึ่งอาจทำได้โดยการที่สถาบันการเงินจัดอบรมให้คำแนะนำด้านวางแผนทางการเงินแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงการจัดให้มีโปรแกรมที่ช่วยวางแผนการออมที่ประชาชนสามารถดาวน์โหลดและเข้าไปใช้งานด้วยตนเองได้ในรูปแบบที่ง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งในส่วนของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยและสถาบันฝึกอบรม สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ATI) ก็ได้จัดทำแอพพลิเคชั่นที่ชื่อ อิทธิ RICH ให้ความรู้และช่วยวางแผนทางการเงินเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
- การมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ช่วยตอบโจทย์การออมระยะยาว ซึ่งมีการบริหารโดยผู้ที่มีความรู้ความชำนาญและเพิ่มโอกาสได้ผลตอบแทนระยะยาวที่น่าพอใจมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ยังไม่มั่นใจที่จะตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง อาทิ กองทุนหุ้นปันผล รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนอย่างต่อเนื่องแบบ DCA เพื่อสร้างวินัยในการออม
- การพิจารณาเพิ่มรูปแบบการออมภาคสมัครใจที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในอนาคต อาทิ บัญชีการลงทุนรูปแบบพิเศษในทำนองเดียวกับ NISA ของญี่ปุ่น หรือ ISAs ของเกาหลีใต้ ที่สามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลายขึ้นในบัญชีเดียว และสามารถ ตัดสินใจลงทุนได้ด้วยตนเอง แต่ต้องคำนึงถึงระยะเวลาการถือครองบัญชีที่นานพอ เพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการออมเพื่อวัยเกษียณ
หลายประเทศทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรที่สำคัญ ได้แก่ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ 1 โดยองค์การสหประชาชาตินิยามผู้สูงอายุไว้ที่ประชากรซึ่งมีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ขณะที่ข้อมูลจากรายงาน World Population Aging 2015 ของ สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุจำนวนผู้สูงอายุทั่วโลกอยู่ที่ 900 ล้านคน หรือ 12.3% ของประชากรทั่วโลก และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะแตะ 2,100 ล้านคน หรือ 21.5% ของประชากรทั่วโลกในปี 2593 อันเป็นผลจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและด้านการแพทย์ที่ช่วยให้ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น ขณะที่อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง
ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้วตั้งแต่ปี 2548 (ประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีเป็น 10.4% ของประชากรทั้งหมด มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 16.5% ในปี 2559) และจากการคาดการณ์ประชากรของไทยโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) 2 คาดว่าใน 5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี คาดว่าจะอยู่ที่ 20.5% ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้อัตราการเป็นภาระในวัยสูงอายุเพิ่มขึ้นจาก 25.1% ในปี 2559 สู่ 32.6% สะท้อนให้เห็นว่าประชากรในวัยแรงงานจะต้องมีภาระเพิ่มขึ้นในการดูแลผู้สูงอายุ n







