
1 ปีรัฐประหารตุรกีเหลว
นันทิยา วรเพชรายุทธเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นวันครบรอบ 1 ปี ความพยายามก่อเหตุรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลของประธานาธิบดี เรเซป เตยิป เออร์โดอาน ของตุรกี ซึ่งถือเป็นข่าวใหญ่สุดไปทั่วโลกของวันที่ 15 ก.ค.ปีก่อน เพราะนอกจากตุรกีจะมีความสำคัญในฐานะด่านหน้าของตะวันออกกลางและยุโรป และยังเกี่ยวพันกับนักรบชาวเคิร์ดในอิรักและซีเรียแล้ว รัฐประหารของที่นี่ก็ยังไม่เหมือนที่อื่นๆ ด้วย
นันทิยา วรเพชรายุทธ
เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นวันครบรอบ 1 ปี ความพยายามก่อเหตุรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลของประธานาธิบดี เรเซป เตยิป เออร์โดอาน ของตุรกี ซึ่งถือเป็นข่าวใหญ่สุดไปทั่วโลกของวันที่ 15 ก.ค.ปีก่อน เพราะนอกจากตุรกีจะมีความสำคัญในฐานะด่านหน้าของตะวันออกกลางและยุโรป และยังเกี่ยวพันกับนักรบชาวเคิร์ดในอิรักและซีเรียแล้ว รัฐประหารของที่นี่ก็ยังไม่เหมือนที่อื่นๆ ด้วย
เพราะแม้จะมีกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ครบครันอยู่ในมือ แต่รัฐประหารในวันนั้นก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ "ประชาชน" หลังจากที่เออร์โดอานเฟซไทม์ปลุกระดมให้ประชาชนออกมาตามท้องถนนเพื่อลุกขึ้นสู้ ซึ่งก็ได้ผล ประชาชนจำนวนมากออกมาแสดงพลังทั้งที่จัตุรัสทักซิม และสะพานข้ามช่องแคบบอสฟอรัส ในนครอิสตันบูล ซึ่งหากฝ่ายรัฐประหารเลือกที่จะยึดอำนาจอย่างเด็ดขาด คงมีผู้สูญเสียเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน
เหตุการณ์ในคืนนั้นจบลงในช่วงเช้าวันถัดมา มีผู้เสียชีวิตไปราว 250 คน บาดเจ็บราว 2,000 คน และหลังจากนั้นก็มีปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับรัฐประหารมาอย่างต่อเนื่องรวมแล้วถึงราว 5 หมื่นคน และมีการปลดทหารรวมถึงข้าราชการฝ่ายต่างๆ ที่มีแนวคิดตรงข้ามกับรัฐบาลไปถึงราว 1.5 แสนคนด้วยกันจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิตทหารที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 23 นายด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการลงโทษตัวการใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังเหตุรัฐประหารในครั้งนี้ เพราะฝ่ายตุรกีอ้างว่าเป็นฝีมือของ เฟตุลเลาะห์ กูเลน อดีตครูสอนศาสนาที่ลี้ภัยการเมืองไปอยู่สหรัฐ ขณะที่อีกฝ่ายก็ยืนยันว่าไม่ใช่ ซึ่งคงต้องขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกเชื่อฝ่ายไหน
ทว่า ที่สำคัญกว่าก็คือ ผ่านมาครบ 1 ปีแล้ว ตุรกีในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปจากวันนั้นหรือไม่ อย่างไรบ้าง
ที่เปลี่ยนไปอย่างแน่นอนก็คือ ซีกของรัฐบาลที่เน้นการปราบปรามฝ่ายตรงข้ามอย่างเข้มงวดมากขึ้น สะท้อนผ่านตัวเลขทั้งการจับกุมและไล่คนออกเรือนแสน และรัฐบาลเออร์โดอานก็ยังมีทีท่าแข็งกร้าวกับบรรดาชาติตะวันตกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐซึ่งตุรกีกล่าวหาว่ารู้เห็นเป็นใจให้ฝ่ายกูเลนด้วย หรือจะเป็นฝั่งยุโรปที่ตุรกีตอกกลับไปหลายดอกเรื่องในสิทธิมนุษยชน และการสนับสนุนโทษประหารชีวิต จนดูเหมือนไม่แคร์ว่าอยากเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ไปแล้ว
ส่วนภาคประชาชนนั้นอาจสะท้อนผ่านการร่วมชุมนุมล่าสุดอย่างเหนียวแน่นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งในนครอิสตันบูลและกรุงอังการา เนื่องในวันครบรอบ 1 ปี ที่รัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดเนื่องในวันประชาธิปไตยและเอกภาพของประเทศ ซึ่งชาวตุรกีต่างยืนยันว่ารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ร่วมต่อสู้เพื่อประเทศ และหากมีเหตุการณ์เช่นนี้อีก ก็จะออกมาร่วมต่อสู้อีกครั้งเช่นกัน n







