
เอ็กซิมแบงก์หนุนเอกชนลงทุนช่วงเงินบาทแข็ง
ธสน.แนะผู้ส่งออกรายใหญ่เร่งลงทุนขยายฐานการผลิต เพิ่มคุณภาพสินค้า ใช้ประโยชน์ช่วงบาทแข็ง
ธสน.แนะผู้ส่งออกรายใหญ่เร่งลงทุนขยายฐานการผลิต เพิ่มคุณภาพสินค้า ใช้ประโยชน์ช่วงบาทแข็ง
นายรักษ์ วรกิจโภคาทร รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการควรใช้โอกาสที่เงินบาทแข็งค่าลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เหมาะแก่การนำเข้าหรือลงทุนมาก โดยเอ็กซิมแบงก์มีสินเชื่อเพื่อปรับรายภาคการผลิต ให้วงเงินถึง 100 ล้านบาท/ราย สามารถกู้ไปเพื่อลงทุนซื้อเครื่องจักร ซื้อหุ่นยนต์ เอามาพัฒนาการผลิตได้ นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อเพื่อย้ายฐานการผลิต ให้กู้ได้ถึง 200 ล้านบาท/ราย ซึ่งเป็นสินเชื่อที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยย้ายฐานการผลิตไปเปิดโรงงานในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ลาว เมียนมาได้ โดยสินเชื่อทั้งสองโครงการนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการให้ความสนใจขอสินเชื่อมากนัก
"ทิศทางตลาดส่งออก ปัจจัยเรื่องค่าเงินไม่ใช่เรื่องหลัก แต่สิ่งสำคัญคือการผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากกว่า เพราะไม่ว่าค่าเงินจะผันผวนแค่ไหน หากผู้ประกอบการสามารถผลิตสินค้าที่ตลาดต้องการได้ ก็จะยังคงรักษาคำสั่งซื้อจากลูกค้าไว้ได้อย่างแน่นอน" นายรักษ์ กล่าว
สำหรับการทำประกันความเสี่ยงค่าเงินนั้น ผู้ประกอบการทั้งระบบซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 2.7 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็น ผู้ส่งออกราว 4-5 หมื่นราย โดยมีผู้ส่งออกที่เป็นเอสเอ็มอีอยู่ประมาณ 3 หมื่นราย ในจำนวนนี้มีผู้ที่ทำประกันความเสี่ยงอยู่เพียง 3,000 ราย ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรก ธสน.ได้ทำประกันการส่งออกให้ผู้ประกอบการไปเพียง 600-700 รายเท่านั้น ส่วนใหญ่ยินยอมรับความเสี่ยงเอง







