
สินค้าเกษตรฉุดศก.
เตือนราคาสินค้าเกษตรครึ่งปีหลังตกต่ำ ฉุดเศรษฐกิจต่างจังหวัดชะลอตัว กดดันการบริโภค กระทบธุรกิจค้าปลีก เอสเอ็มอี
เตือนราคาสินค้าเกษตรครึ่งปีหลังตกต่ำ ฉุดเศรษฐกิจต่างจังหวัดชะลอตัว กดดันการบริโภค กระทบธุรกิจค้าปลีก เอสเอ็มอี
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า รายได้เกษตรกรในครึ่งหลังของปีนี้จะลดลงเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก เป็นผลมาจากราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง เป็นผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ลดลงดึงให้ราคายางพารา ข้าวต่ำลง อีกทั้งได้รับผลกระทบจากกฎหมายแรงงานต่างด้าวใหม่ ทำให้อาจจะขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยวผลผลิต ขาดช่วง ในซัพพลายเชนภาคการเกษตร
"ปัญหาของเศรษฐกิจในขณะนี้มีปัญหาในระดับไมโคร ราคาสินค้าเกษตรไม่ดี ก็จะทำให้การบริโภคฟื้นตัวอย่างเปราะบาง เศรษฐกิจในต่างจังหวัดก็จะขยายตัวต่ำ หากกำลังซื้อเกษตรกรลดลงก็จะกระทบกับธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจเอสเอ็มอีที่การค้าขายจะไม่คล่องตัวเหมือนในช่วงครึ่งปี แรก" นายเชาว์ กล่าว
ทั้งนี้ ราคาข้าวเปลือกเฉลี่ยตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค. ลดลงประมาณ 9% ราคา มันสำปะหลัง ลดลง 23.6% โดยข้าวเปลือก ในสต๊อกของรัฐบาลนั้น ที่ผ่านมาระบาย ออกไปได้มากจะทำให้แรงกดดันด้าน ราคาลดลง และจะมีอำนาจต่อรองราคา กับประเทศผู้ซื้อได้ อย่างไรก็ดีหากประเทศคู่แข่งส่งออกมีผลผลิตเยอะและดัมพ์ราคาก็อาจดึงให้ราคาต่ำลง ส่วนยางพาราและมันสำปะหลังขึ้นอยู่กับจีนที่มีสต๊อกเยอะ
นายเชาว์ กล่าวว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ได้เรื่องการส่งออกที่ฟื้นตัว การท่องเที่ยวที่ดีขึ้น และการลงทุนภาครัฐเป็นแรงผลักดัน แรงงานในภาคอุตสาหกรรมก็ได้รับค่าแรงเพิ่มจากการทำงานล่วงเวลา (โอที) ตัวหลักที่ดึงให้การบริโภคภายในฟื้นคือยอดการซื้อรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมการบริโภคเริ่มขยายตัวได้ดี ภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัวแต่ในระดับครัวเรือน ยังไม่ดีนัก
"รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะเริ่มแจกในวันที่ 1 ต.ค.นี้ เป็นการช่วยที่ ไม่ตรงจุดกับที่เกษตรกรที่มีรายได้ตกต่ำลงต้องการ รัฐอาจจะต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเสริมเข้ามาช่วยเกษตรกร" นายเชาว์ กล่าว
นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วย ผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แม้การบริโภคในครึ่งปีหลังจะชะลอลงจากปัจจัยเหล่านี้บ้าง แต่เมื่อประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้ ซึ่ง ธปท.ใช้สมมติฐานตัวเลขการบริโภคภาคเอกชนที่ต่ำลงแล้ว จากเดิมที่คาดไว้ 2.4% เหลือ 1.7% ก็ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ และปีนี้จีดีพีน่าจะโตที่ 3.5%
สำหรับราคาผลผลิตในภาคการ เกษตรเท่าที่ติดตามดู ราคาผลไม้ยังดี ส่วนราคาสินค้าพืชผลอื่น อาทิ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ฯลฯ แม้ราคาจะลดลงตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกบ้าง แต่โดยรวมปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรดี เพราะไม่มีปัญหาภัยแล้งเหมือนในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทำให้รายได้ภาคเกษตรในช่วงครึ่งหลังของปีนี้มีแนวโน้มดีขึ้น 20% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน
ด้าน นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ราคาพืชผล เกษตรตกต่ำเป็นปัญหาชั่วคราวไม่กระทบ กับการขยายตัวเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ เพราะขณะนี้การส่งออกขยายตัวดีช่วยเศรษฐกิจได้มาก และการลงทุนภาคเอกชน ก็เริ่มมีมากขึ้น รัฐบาลจะเริ่มแจกสวัสดิการให้ผู้มีรายได้น้อยวันที่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งได้รับเงินจากกรมบัญชีกลางมาแล้ว 4.6 หมื่นล้านบาท







