
ดวงจันทร์บังดาวอัลเดบารัน
วรเชษฐ์ บุญปลอด ดวงจันทร์บังดาวเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ส่วนใหญ่ดาวที่ถูกบังเป็นดาวสว่างน้อย สังเกตได้ยากด้วยตาเปล่าหรือกล้องสองตา เช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.ค. 2560 ดวงจันทร์เสี้ยวจะบังดาวอัลเดบารันหรือดาวตาวัว (อีกชื่อหนึ่งคือดาวโรหิณี) สามารถสังเกตเห็นการบังได้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะทางตอนบนของประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพฯ
วรเชษฐ์ บุญปลอด
ดวงจันทร์บังดาวเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ส่วนใหญ่ดาวที่ถูกบังเป็นดาวสว่างน้อย สังเกตได้ยากด้วยตาเปล่าหรือกล้องสองตา เช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.ค. 2560 ดวงจันทร์เสี้ยวจะบังดาวอัลเดบารันหรือดาวตาวัว (อีกชื่อหนึ่งคือดาวโรหิณี) สามารถสังเกตเห็นการบังได้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะทางตอนบนของประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพฯ
ดวงจันทร์เคลื่อนที่รอบโลกโดยมีระนาบ วงโคจรเอียงทำมุมประมาณ 5 องศา กับเส้น สุริยวิถี หรือแนวการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าเมื่อมองจากโลก ซึ่งอีกนัยหนึ่งคือระนาบที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดาวที่มีโอกาสถูกดวงจันทร์บังได้จึงต้องเป็นดาวที่มีตำแหน่งอยู่ไม่ไกลจากแนวสุริยวิถีมากนัก
ดวงจันทร์บังดาวเกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน วันละหลายครั้ง แต่อาจไม่ค่อยน่าสนใจนักสำหรับคนทั่วไป เพราะส่วนใหญ่เป็นดาวที่มีความสว่างน้อย ประกอบกับดวงจันทร์ที่มีความสว่างมาก จึงจำเป็นต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ในการสังเกต
นักดาราศาสตร์บอกความสว่างของวัตถุ ท้องฟ้าต่างๆ ด้วยโชติมาตรหรืออันดับความสว่าง ยิ่งมีค่าน้อยยิ่งสว่าง ดาวพฤหัสบดีที่เราเห็นในเวลาหัวค่ำของช่วงนี้มีโชติมาตรประมาณ -2 ดาวเสาร์มีโชติมาตร 0 ดาวศุกร์ที่เห็นในเวลาเช้ามืดมีโชติมาตรประมาณ -4 ดาวเหนือมีโชติมาตร 2 ดาวที่จางที่สุดที่ตาเปล่าของคนสายตาปกติจะมองเห็นได้ในเวลากลางคืนที่ท้องฟ้ามืดสนิทมีโชติมาตรประมาณ 6-7
หากไม่นับดาวเคราะห์ บริเวณใกล้แนวสุริยวิถีมีดาวสว่างอันดับต้นๆ บนท้องฟ้าจำนวน 4 ดวง ที่มีโอกาสถูกดวงจันทร์บัง ได้แก่ ดาวอัลเดบารันหรือดาวตาวัวในกลุ่มดาววัว (โชติมาตร 0.9) ดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโต (โชติมาตร 1.4) ดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาว (โชติมาตร 1.0) และดาวแอนทาเรสหรือดาวปาริชาตในกลุ่มดาวแมงป่อง (โชติมาตร 1.0) โดยความสว่างของดาวเหล่านี้เปลี่ยนแปลงขึ้น-ลงได้เล็กน้อย อันเป็นธรรมชาติของดาวแปรแสง
ช่วงปีปัจจุบันหรืออนาคตในระยะใกล้นี้ ดาว อัลเดบารันมีโอกาสถูกดวงจันทร์บังได้เฉพาะในช่วงปี 2558-2561 ดาวหัวใจสิงห์ในช่วงปี 2559-2561 ดาวรวงข้าวในช่วงปี 2567-2568 และดาวแอนทาเรสในช่วงปี 2566-2571 การบังแต่ละครั้ง ผู้สังเกตบางส่วนของโลกเท่านั้นที่มีโอกาสเห็นได้ และหากเกิดขึ้นในช่วงที่เป็นเวลากลางวันก็ไม่สามารถเห็นได้ ประเทศไทยหรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่งบนพื้นโลกจึงมีโอกาสเห็นดวงจันทร์บังดาวสว่างได้ไม่บ่อย
ระยะเวลาที่ดาวดวงใดดวงหนึ่งจะถูกดวงจันทร์บังขึ้นอยู่กับเส้นทางการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์เทียบกับดาวดวงนั้น การบังใช้เวลาสั้นในกรณีดาวผ่านใกล้ขอบดวงจันทร์ด้านทิศเหนือ หรือทิศใต้ แต่สามารถใช้เวลาได้นานถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง หากดาวมีแนวการเคลื่อนที่ผ่านกลางดวงจันทร์พอดี คือเริ่มบังที่ขอบด้านทิศตะวันออก แล้วไปสิ้นสุดที่ขอบด้านทิศตะวันตก (ดวงจันทร์เคลื่อนที่จากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกเมื่อเทียบกับดาวที่อยู่นิ่งบนฟ้า แต่เคลื่อนจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกเมื่อเทียบกับขอบฟ้าของผู้สังเกต)
หากการบังเกิดขึ้นในช่วงข้างขึ้น ซึ่งด้านสว่างของดวงจันทร์หันไปทางทิศตะวันตก ด้านมืดหันไปทางทิศตะวันออก ขอบด้านมืดของดวงจันทร์จะเคลื่อนเข้าบังดาว หลังจากนั้นดาวจะกลับมาปรากฏที่ขอบด้านสว่าง หากเป็นข้างแรมจะกลับกัน คือขอบด้านสว่างของดวงจันทร์จะเคลื่อนเข้าบังดาวก่อน หลังจากนั้นดาวจะกลับมาปรากฏที่ขอบด้านมืด ดังนั้นส่วนใหญ่การสังเกตดวงจันทร์บังดาวฤกษ์จะเห็นได้ง่ายกว่าในช่วงที่เป็นข้างขึ้น เพราะเมื่อเริ่มบัง ดาวจะหายวับไปทันทีเบื้องหลังด้านมืดของดวงจันทร์
เช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.ค. 2560 หากท้องฟ้าเปิด ไม่มีเมฆบดบัง ดวงจันทร์ซึ่งสว่าง เป็นเสี้ยวข้างแรมจะเข้าบังดาวอัลเดบารันในกลุ่มดาววัว แต่เห็นได้เฉพาะบางพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ตอนบน และส่วนใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณที่ไม่เห็นการบังคือพื้นที่ส่วนใหญ่ของ ภาคใต้ ส่วนด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก คาดว่าสังเกตไม่ได้หรือสังเกตได้ยากเพราะการบังเริ่มขึ้นในช่วงที่ท้องฟ้าเริ่มสว่างพอสมควรแล้ว
หากสังเกตจากกรุงเทพฯ การบังเริ่มเวลา 05.24 น. ขณะนั้นดวงจันทร์อยู่สูงทางทิศตะวันออกที่มุมเงยประมาณ 37 องศา ดาวอัลเดบารันจะปรากฏอยู่ใกล้ขอบด้านสว่างของดวงจันทร์ ค่อนไปทางปลายเสี้ยวด้านทิศใต้ (ขวามือ) สังเกตได้ดีในกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ การบังสิ้นสุดในเวลา 05.49 น. เมื่อดาวกลับมาปรากฏที่ขอบด้านมืด ซึ่งเวลานั้นดวงอาทิตย์ใกล้จะขึ้นเหนือขอบฟ้าแล้ว จึงอาจไม่สามารถสังเกตได้ในช่วงสิ้นสุดการบัง เวลาเริ่มบังสำหรับจังหวัดอื่นๆ จะแตกต่างจากนี้เล็กน้อย ตัวอย่างเช่น ขอนแก่น 05.23 น. เชียงใหม่ 05.14 น. นครราชสีมา 05.25 น.
แนวเส้นที่เป็นขอบเขตด้านทิศใต้ของการบัง ในวันนี้พาดผ่านบริเวณ อ.กุยบุรี ของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลากไปถึง อ.คลองหาด ของ จ.สระแก้ว บริเวณ ที่อยู่เหนือแนวเส้นนี้มีโอกาสเห็นการบังได้ แต่ ภาคตะวันออกและด้านตะวันออกของภาคอีสานสังเกตได้ยากเพราะท้องฟ้าเริ่มสว่างเมื่อเริ่ม การบัง ส่วนบริเวณที่อยู่ใต้แนวเส้นนี้จะไม่เห็นการบัง แต่ยังคงสามารถเห็นดาวอัลเดบารันอยู่ใกล้ขอบดวงจันทร์
หลังจากวันนี้ สัปดาห์หน้าในคืนวันอังคารที่ 25 ก.ค. 2560 จะมีปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวหัวใจสิงห์ ประเทศไทยสังเกตการบังได้เฉพาะในภาคใต้ โดยวันนั้นดาวพุธก็อยู่ใกล้ดวงจันทร์และดาวหัวใจสิงห์ด้วย
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (16-23 ก.ค.)
ดาวพุธ ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ เป็นดาวเคราะห์สว่าง 3 ดวง ที่สังเกตได้บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว อยู่สูงบนท้องฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลาหัวค่ำ ตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกในเวลา 5 ทุ่มครึ่ง
ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู ซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งคั่นอยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับคนยิงธนู เวลาหัวค่ำดาวเสาร์อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นถึงจุดสูงสุดบนท้องฟ้าด้านทิศใต้ในเวลา 4 ทุ่ม และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลาตี 3 ครึ่ง
ดาวพุธอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต ต่ำกว่าดาวหัวใจสิงห์ซึ่งเป็นดาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวนี้ หลังดวงอาทิตย์ตกดาวพุธอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันตก จากนั้นตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง
หลังดาวเสาร์ตกในเวลาตี 3 ครึ่ง ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์สว่างดวงเดียวบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด อยู่ในกลุ่มดาววัว ขึ้นเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกในเวลาประมาณตี 3 เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่างในเวลาตี 5 ดาวศุกร์จะเคลื่อนสูงขึ้นไปที่มุมเงยประมาณ 30 องศา
สัปดาห์นี้เป็นครึ่งหลังของข้างแรม ดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด สว่างครึ่งดวงในวันที่ 17 ก.ค.หลังจากนั้นไปอยู่ใกล้ดาวอัลเดบารันในเช้ามืดวันที่ 20 ก.ค. เกิดการบังเห็นได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยมีดาวศุกร์อยู่ห่างดวงจันทร์ที่ระยะ 8 องศา เช้ามืดวันที่ 21 ก.ค.ดวงจันทร์ยังคงอยู่ใกล้ดาวศุกร์ที่ระยะห่าง 7 องศา เป็นปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนที่สวยงามก่อนจันทร์ดับในวันที่ 23 ก.ค.
สถานีอวกาศนานาชาติซึ่งโคจรรอบโลกที่ความสูงประมาณ 400 กิโลเมตร ปรากฏให้เห็นได้ด้วยตาเปล่าเมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบ โดยมีลักษณะเป็นดาวสว่างเคลื่อนที่บนท้องฟ้า คืน วันเสาร์ที่ 22 ก.ค. 2560 กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงเห็นสถานีอวกาศเริ่มปรากฏใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลา 19.45 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้น ผ่านเหนือศีรษะในเวลา 19.48 น. สิ้นสุดการมองเห็นใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือในเวลา 19.52 น.







