
ปุ๋ยน้ำอินทรีย์เข้มข้น ผลผลิตจากมูลหนอนไหมอีรี่
วีณา ยศวังใจสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติปลูกหม่อน เลี้ยงไหม เป็นของคู่กันสำหรับการเลี้ยงหนอนไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านที่กินใบหม่อนเป็นอาหาร แต่การเลี้ยงหนอนไหมอีรี่ง่ายกว่านั้น เพราะหนอนไหมอีรี่กินใบละหุ่งและใบมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เหมาะสำหรับเกษตรกรเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม และยังเพิ่มมูลค่าให้กับมูลหนอนไหมอีรี่ได้ด้วยการแปรรูปเป็นปุ๋ยน้ำอินทรีย์สูตรเข้มข้น
วีณา ยศวังใจสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม เป็นของคู่กันสำหรับการเลี้ยงหนอนไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านที่กินใบหม่อนเป็นอาหาร แต่การเลี้ยงหนอนไหมอีรี่ง่ายกว่านั้น เพราะหนอนไหมอีรี่กินใบละหุ่งและใบมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เหมาะสำหรับเกษตรกรเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม และยังเพิ่มมูลค่าให้กับมูลหนอนไหมอีรี่ได้ด้วยการแปรรูปเป็นปุ๋ยน้ำอินทรีย์สูตรเข้มข้น
หนอนไหมอีรี่ เลี้ยงง่าย รายได้ดี
หนอนไหมอีรี่เป็นพันธุ์ไหมป่าชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาเลี้ยงได้ครบวงจรชีวิตเช่นเดียวกับไหมหม่อน และให้เส้นใยที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ด้วยวิธีการเลี้ยงที่ไม่ยุ่งยาก มีต้นทุนต่ำ และให้ผลกำไรคุ้มค่า จึงได้รับการส่งเสริมให้เกษตรกรในหลายพื้นที่เลี้ยงหนอนไหมอีรี่เป็นอาชีพเสริม
ดิเรก มะโนโฮ้ง รองนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลบ้านสบข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ คือหนึ่งในผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจากการเลี้ยงหนอนไหมอีรี่เป็นอาชีพเสริม และได้แบ่งปันความรู้สู่เกษตรกรในชุมชน
รองนายกเทศมนตรีฯ เล่าว่า หลังจากที่ได้ไปศึกษาดูงานการเลี้ยงหนอนไหมอีรี่ก็รู้สึกสนใจ เพราะสามารถเลี้ยงได้ด้วยใบละหุ่งและใบมันสำปะหลัง ซึ่งบริเวณพื้นที่ละแวกบ้านที่ตัวเองอาศัยอยู่มีต้นละหุ่งขึ้นเองตามธรรมชาติเป็นจำนวนมาก จึงสนใจและเริ่มทดลองเลี้ยงหนอนไหมอีรี่เมื่อช่วงต้นปี 2557 เป็นต้นมา เมื่อเลี้ยงมาได้ 2-3 ปี เห็นว่าน่าจะสามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้ จึงได้แนะนำและส่งเสริมให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้มาศึกษาเรียนรู้วิธีการเลี้ยงหนอนไหมอีรี่เพื่อให้มีรายได้เสริม และยังได้แจกจ่ายพันธุ์หนอนไหมอีรี่ให้ชาวบ้านที่สนใจนำไปทดลองเลี้ยงฟรี
"ชาวบ้านสบข่าที่เลี้ยงหนอนไหมอีรี่ส่วนใหญ่จะเลี้ยงกันบริเวณใต้ถุนเรือน โดยเลี้ยงในกระบะไม้เลี้ยงไหมหรือกระด้ง ประมาณ 20-30 กรัมต่อรุ่น หรือราวๆ 10 ถาด ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 1 เดือน ก็จะได้ดักแด้ประมาณ 10 กิโลกรัม และได้รังไหมประมาณ 1 กิโลกรัม โดยหากเป็นรังไหมที่มีคุณภาพเกรด A จะมีราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ 300 บาท เกรด B และเกรด C ราคากิโลกรัมละ 250 และ 200 บาท ตามลำดับ ส่วนดักแด้สดสามารถรับประทานได้ ราคาขายกิโลกรัมละ 200 บาท" ดิเรก อธิบาย
ปัจจุบันผู้เลี้ยงไหมอีรี่บ้านสบข่ากว่า 10 ครัวเรือน ได้รวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นกลุ่มเลี้ยงไหมอีรี่บ้านสบข่า ภายใต้การสนับสนุนของศูนย์วิชาการและเทคโนโลยีสิ่งทอพื้นบ้าน (ฝ้ายแกมไหม) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ปุ๋ยอินทรีย์น้ำเข้มข้นจากมูลหนอนไหมอีรี่
นอกจากดักแด้และรังไหมอีรี่ที่เกษตรกรจำหน่ายได้แล้ว มูลหนอนไหมอีรี่ก็ยังไม่ไร้ค่า สามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยได้ ซึ่งหนอนไหมอีรี่เป็นพันธุ์ไหมที่กินจุและถ่ายเยอะ ในแต่ละวันจึงมีมูลออกมาเป็นจำนวนมาก หากเกษตรกรเริ่มต้นเลี้ยงจากไข่ไหมอีรี่ 10 กรัม จะได้มูลไหมเปียก 33 กิโลกรัม หรือเท่ากับมูลแห้ง 6.6 กิโลกรัม โดยปกติเกษตรกรผู้เลี้ยงจะต้องคอยถ่ายมูลทิ้งเพื่อรักษาความสะอาด แต่เนื่องจากอาหารของหนอนไหมอีรี่ที่มีเฉพาะใบละหุ่งและใบมันสำปะหลัง ทำให้มูลหนอนไหมอีรี่มีธาตุอาหารคงที่
ดร.ชัยอาทิตย์ อิ่นคำ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ศึกษาการผลิตปุ๋ยน้ำอินทรีย์เข้มข้นจากมูลหนอนไหมอีรี่ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภาคเหนือ พบว่ามูลหนอนไหมอีรี่มีธาตุไนโตรเจนสูงกว่าในมูลไส้เดือนถึง 5 เท่า เมื่อผลิตเป็นปุ๋ยน้ำอินทรีย์เข้มข้นจึงมีปริมาณไนโตรเจนสูง เหมาะสำหรับช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตในพืชผักและพืชที่ต้องการเร่งการเจริญเติบโตทางใบ เช่น ผักกาด ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว
การผลิตปุ๋ยน้ำอินทรีย์เข้มข้นจากมูลหนอนไหม อีรี่ ประกอบด้วย มูลหนอนไหมอีรี่ตากแห้ง 2 กิโลกรัม กากน้ำตาล 1 ลิตร น้ำเปล่า 40 ลิตร และสารเร่ง พด.2 ปริมาณ 1 ซอง ผสมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันในถังหมัก แล้วหมักทิ้งไว้ 14 วัน จากนั้นนำมากรองด้วยผ้าขาวบางและบรรจุขวดเพื่อจำหน่าย หรือสามารถเก็บไว้ใช้งานได้นาน 6 เดือน
เกษตรกรสามารถใช้ปุ๋ยน้ำอินทรีย์เข้มข้นจากมูลหนอนไหมอีรี่ได้ โดยผสมปุ๋ยน้ำอินทรีย์เข้มข้นในอัตราส่วน 80 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ราดให้ทั่วในแปลงปลูกทุกๆ 7 วัน จะช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้พืชมีการเจริญเติบโตที่ดี แข็งแรง ให้ผลผลิตดี มีคุณภาพ และปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง 100%
นักวิจัยได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยน้ำอินทรีย์เข้มข้นจากมูลหนอนไหมอีรี่ให้แก่กลุ่มเลี้ยงไหมอีรี่บ้านสบข่าเพื่อผลิตและจำหน่ายในชุมชนแล้ว เกษตรกรผู้ที่สนใจการเลี้ยงหนอนไหมเป็นอาชีพเสริม หรือการผลิตปุ๋ยน้ำอินทรีย์เข้มข้นจากมูลหนอนไหมอีรี่ สามารถติดต่อได้ที่ สวทช.ภาคเหนือ เบอร์โทรศัพท์ 053-226-264 n







