ทะยานสุดแรงด้วยแมดฮอป
เรื่อง : กั๊ตจังนับเวลานานกว่า 10 ปีแล้วที่วัยรุ่นไทยได้เคยเห็นเครื่องแมดฮอป เครื่องที่มีหน้าตาคล้ายเครื่องพยุงขาคนป่วยแต่สามารถทำให้ผู้สวมใส่กระโดดได้สูงกว่าเดิม 2-3 เท่า เครื่องนี้มีชื่อเรียกว่า แมดฮอป (Madhop) นั่นเอง
เรื่อง : กั๊ตจัง
นับเวลานานกว่า 10 ปีแล้วที่วัยรุ่นไทยได้เคยเห็นเครื่องแมดฮอป เครื่องที่มีหน้าตาคล้ายเครื่องพยุงขาคนป่วยแต่สามารถทำให้ผู้สวมใส่กระโดดได้สูงกว่าเดิม 2-3 เท่า เครื่องนี้มีชื่อเรียกว่า แมดฮอป (Madhop) นั่นเอง
นัท เสถียร สุตตานนท์ นักเล่นแมดฮอปเล่าความเป็นมาของเครื่องเล่นนี้ว่า เครื่องเล่นนี้มีต้นกำเนิดมาจาก อเล็กซานเดอร์ โบเอค แพทย์ชาวเยอรมัน สำหรับช่วยเหลือผู้พิการทางการเดิน หากเราได้ดูการแข่งพาราลิมปิก เราอาจจะได้เห็นผู้พิการขาขาดช่วงล่างใส่เครื่องช่วยเดินที่มีลักษณะคล้ายๆ กัน พอ โบเอค ทดลองใส่ด้วยตัวเองเล่นๆ เขากลับพบว่าเครื่องนี้สามารถทำให้คนปกติใส่แล้วกระโดดได้สูงกว่าเดิม จึงกลายเป็นเครื่องเล่นใหม่ในวงการเอ็กซ์ตรีม มีชื่อเรียกอยู่หลายชื่อ ตั้งแต่ Jumping Stilts, Powerskip, Powerbocking, Flyjumper และแมดฮอปที่รู้จักกันดีในประเทศไทย เพราะเป็นชื่อแบรนด์แรกที่นำเครื่องเล่นนี้เข้ามาเผยแพร่
"เครื่องแมดฮอปสามารถเล่นได้ทุกเพศและเกือบทุกวัย ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 110 กิโลกรัม ถ้า ผู้เล่นมีน้ำหนักตั้งแต่ 20-110 กิโลกรัม ก็สามารถเล่นได้หมด โดยแบ่งเป็น 2 รุ่น คือ รุ่นเล็กไม่เกิน 50 กิโลกรัม (แบ่งได้อีก 2 ขนาด คือ รุ่นน้ำหนัก 20-40 กิโลกรัม และ 30-50 กิโลกรัม) และรุ่นใหญ่น้ำหนักไม่เกิน 110 กิโลกรัม แบ่งแยกย่อยออกไปอีก 3 ระดับ คือ 50-70 กิโลกรัม 70-90 กิโลกรัม และ 90-110 กิโลกรัม ให้เหมาะสมกับน้ำหนักของแต่ละคน สมมติว่าตัวคุณหนัก 65 กิโลกรัม หากต้องการเล่นเพื่อออกกำลังกายสนุกๆ ใช้วิ่ง ใช้เดินทาง ก็สามารถเล่นในรุ่น 50-70 กิโลกรัม เพียงแต่มีข้อห้ามอย่างเดียวก็คืออย่าเล่นเครื่องที่รองรับน้ำหนักต่ำกว่าตัวเอง เพราะแต่ละรุ่นจะออกแบบความแข็งแรงเฉพาะน้ำหนักที่กำหนด หากเครื่องรับน้ำหนักมากเกินไปจะเป็นอันตรายกับคนใส่และเครื่องเล่นเอง
"ระหว่างการเล่นก็เหมือนกับกีฬาอื่นที่ต้องมีเครื่องป้องกัน ถุงมือ สนับเข่า หมวกกันน็อกของจักรยาน เวลาขึ้นก็ต้องอาศัยบันไดในการช่วยใส่และเดิน แรกต้องอาศัยเสาหรือผนัง ฝึกการเดินทรงตัว ความรู้สึกแรกเหมือนตัวเราจะสูงขึ้นในทันที เดินตัวลอยคล้ายไม่มีน้ำหนัก ทรงตัวยากเพราะพื้นสัมผัสมีเพียงแผ่นยางเล็กๆ ที่ช่วยไม่ให้ลื่นเท่านั้น
"นั่นหมายความว่าพื้นที่ที่เราจะเล่นต้องเป็นพื้นที่ที่มีผิวขรุขระเล็กน้อย เช่น ถนนลาดยาง ลานปูนซีเมนต์ หรือสนามหญ้า ถ้าไปเล่นบริเวณที่ปูพื้นกระเบื้องผิวเรียบต้องระวังเรื่องการลื่น ขนาดเราเดินใส่รองเท้าบนพื้นกระเบื้องยังอาจจะลื่นล้มได้ นี่มีแค่แผ่นยางเล็กๆ ทรงตัวก็ว่ายากแล้วยังเจอพื้นลื่นยิ่งต้องระวังให้มาก
"พอเริ่มเดินได้สเต็ปต่อไปคือการวิ่ง ซึ่งเราจะทำได้เองหลังจากคุ้นเคยกับการเดิน อาจจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันให้ร่างกายปรับตัว จากนั้นค่อยเริ่มฝึกกระโดดอยู่กับที่ ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับคนเล่นอย่างหนึ่ง ที่ต้องรักษาสมดุลของร่างกาย แรกบอกได้เลยว่ามีหกล้มบาดเจ็บกันจนเป็นเรื่องปกติ คราวนี้ก็อยู่ที่ว่าใครจะอดทนมีใจรักที่จะเล่นมากกว่ากัน
"ความยากของการเล่นแมดฮอปนี้ อยู่ที่ความกล้าที่จะเล่นท่า และทำอย่างไรให้กระโดดได้สูงๆ เพื่อเล่นท่าที่ยากขึ้น อย่างท่ากระโดดตีลังกา ม้วนหน้า ตีลังกากลับหลัง โดยเฉพาะท่าที่ยากที่สุด คือการกระโดดกลับ ต้องอาศัยความกล้าล้วนๆ เท่านั้นครับ เพียงแค่ใจเรากล้าที่จะทำ กล้าที่จะเล่นท่า เราทำได้แน่นอน เมื่อได้เล่นแล้วความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเราได้เป็นอิสระ กระโดดได้อย่างใจต้องการ
"นอกจากความกล้าแล้วควรมีลูกเล่นและควรใส่ความคิดสร้างสรรค์เข้าไปด้วย ทุกวันนี้แมดฮอป ก็ยังได้รับความนิยมจากผู้เล่นหน้าใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าอยู่ในฐานะหนึ่งในเครื่องเล่นเสริมกีฬาชนิดอื่นๆ เพราะเครื่องแมดฮอปก็มีราคาสูงพอสมควรเมื่อเทียบกับเครื่องเล่นชนิดอื่นๆ อย่างสเกตบอร์ด จักรยาน โรลเลอร์สเกต แต่ผมบอกได้เลยว่าหากได้มาลองเล่นแล้วจะติดใจ"
เสถียร ทิ้งท้ายว่า "เดี๋ยวนี้ก็มีคนเอาเครื่องนี้ประยุกต์ใช้กับการเดินป่า เดินทางไกล โดยใช้ แมดฮอปรุ่นที่มีความสูงไม่มากแต่รับน้ำหนักได้ดี หรือมาใช้วิ่งผ่านภูมิประเทศในเส้นทางถนน ช่วยให้เบาแรงและประหยัดเวลา เพราะแมดฮอปเวลาวิ่งจะวิ่งได้เร็วกว่าการวิ่งปกติเพราะมีช่วงก้าวที่ยาวขึ้น กระโดดไปข้างหน้าได้ไกลขึ้น และซับแรงกระแทกหัวเข่าได้ดีกว่า ก็อยู่ที่ว่าใครจะเอาไปประยุกต์ใช้ทำอะไร แต่ที่แน่ๆ คุณจะได้ความสนุกมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว"


