
หยุดคิด...จึงคิดออก
เมย์ลภัส บุญสิทธิ์วิจิตรผู้อำนวยการฝ่ายการโค้ชบริษัท สลิงชอท กรุ๊ป"ยูเรก้า!" คำอุทานที่ใช้มานานนับสองพันปี เจ้าของคำพูดนี้คืออาร์คีมีดีส นักวิทยาศาสตร์ชาวกรีก ผู้ซึ่งพยายามหาคำตอบให้กับพระราชาแห่งซีราคิวส์ ในการสืบสวนว่าช่างทองได้ปลอมปนโลหะเข้าไปในมงกุฎทองคำหรือไม่
เมย์ลภัส บุญสิทธิ์วิจิตรผู้อำนวยการฝ่ายการโค้ชบริษัท สลิงชอท กรุ๊ป
"ยูเรก้า!" คำอุทานที่ใช้มานานนับสองพันปี เจ้าของคำพูดนี้คืออาร์คีมีดีส นักวิทยาศาสตร์ชาวกรีก ผู้ซึ่งพยายามหาคำตอบให้กับพระราชาแห่งซีราคิวส์ ในการสืบสวนว่าช่างทองได้ปลอมปนโลหะเข้าไปในมงกุฎทองคำหรือไม่
แต่จะไขข้อข้องใจนี้ได้อย่างไร ในเมื่อน้ำหนักมงกุฎทองคำที่ช่างทำขึ้นมามีน้ำหนักเท่ากับน้ำหนักทองคำที่ใช้จริง?
อาร์คีมีดีสครุ่นคิดหาคำตอบนานหลายวัน ยิ่งคิดก็คิดไม่ออก จนกระทั่ง วันหนึ่งเขาคงอยากผ่อนพักด้วยการแช่ตัวลงในอ่างอาบน้ำ ช่วงเวลาที่ เขาได้จุ่มตัวลงแช่น้ำนั่นเอง เขาได้สังเกตเห็นน้ำล้นจากอ่าง จึงได้กระโจน ออกมาจากอ่างและวิ่งออกไปที่ถนนตะโกนคำว่า "ยูเรก้า!" ที่มีความหมาย ว่า "ฉันพบแล้ว!"
สิ่งที่อาร์คีมีดีสค้นพบก็คือ วิธีการวัดปริมาตรของโลหะ โดยหลักการ คือน้ำที่ล้นออกมาจะมีเท่ากับปริมาตรของวัตถุที่เข้าไปแทนที่ ในที่สุดเขาก็ สามารถพิสูจน์ได้ว่าช่างทองได้ผสมโลหะเงินเข้าไปในมงกุฎของพระราชา โดยการวัดปริมาตรมงกุฎเปรียบเทียบกับปริมาตรทองคำแท้ แทนที่จะใช้เกณฑ์เดิมคือการชั่งน้ำหนัก ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้
คุณเคยได้มีภาวะ "ยูเรก้า" เช่นนี้บ้างไหมคะ
บางครั้งคุณมีปัญหาที่ขบคิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ต่อเมื่อคุณได้พาตัวพาใจกลับมาอยู่นิ่งๆ ไม่พยายามต้องคิดอะไร จู่ๆ คำตอบก็ปรากฏขึ้น ตรงหน้า
โลกธุรกิจนั้นมีจังหวะที่เร่งรีบ แต่การ "หยุด" กลับทำให้เดินก้าวต่อไปได้เร็วและมั่นคงขึ้น
เป็นไปได้หรือไม่ว่า ผู้บริหารที่มีประสบการณ์นับสิบปี อาจยังใช้การแก้ปัญหาแบบเดิมที่เคยใช้อยู่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว หรืออาจเป็นเพราะเขาติดอยู่กับการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการคิดแบบเดิม และไม่อาจออกจากวังวนนั้นได้ ในสถานการณ์ที่ต้องเร่งให้ตัดสินใจตลอดเวลา เขาจึงรู้สึกว่าจะต้องทำอะไรบางอย่างและเลือกทำในวิถีที่ถนัดคุ้นชินที่เคยทำมา โดยหวังจะให้เกิดประสิทธิภาพ
แต่เมื่อไม่เคยถอยย้อนกลับมามองปัญหาในมุมใหม่ ประสิทธิภาพที่หวังไว้ก็ไม่บรรลุประสิทธิผล จนกระทั่งเขาได้อยู่กับตนเองเพื่อมองปัญหาที่แท้จริงว่าคืออะไร
การได้เริ่มหยุดย้อนมองตนเอง หรือการสะท้อนคิด (Reflection) เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มจากการกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ จนเกิดการตระหนักรู้ในตนเอง (Self-Awareness) เพื่อกลับมามองปัญหาเดิมด้วยใจใหม่
เมื่อใจว่าง...ก็เห็นโจทย์ชัด...คำตอบก็คมชัดตาม
มาร์แชล โกลด์สมิท (Marshall Goldsmith) โค้ชผู้บริหารระดับโลกได้กล่าวในงานประชุมพันธมิตรโค้ชแห่งเอเชียแปซิฟิก (APAC2017) ว่าเขาจ้างคนให้โทรศัพท์หาเขาทุกเช้าเพียงเพื่ออยู่นิ่งๆ ฟังเขาสะท้อนความคิด สตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งแอปเปิ้ล โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรทอล์กโชว์ที่มีรายได้อันดับหนึ่งของโลก หรือแม้แต่ มาร์ค เบนิออฟ ผู้ก่อตั้งบริษัทดิจิทัลดาวรุ่ง เซลฟอร์สดอทคอม (saleforce.com) และผู้บริหารระดับสูงอีกมากมาย ล้วนเคยให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขากำหนดเวลาให้ตนเองอย่างเคร่งครัดทุกวันในการกลับมาอยู่เงียบๆ เพื่อสะท้อนคิดภายในตนเอง (Self-Reflection)
การสะท้อนคิดใช้เวลาไม่มากและเป็นกระบวนการที่เรียบง่าย โดยเริ่มจากการ "หยุดนิ่งอยู่กับปัจจุบันขณะ" กลับมาตั้งคำถามกับตนเองว่า
(1) เกิดอะไรขึ้น
(2) ฉันได้เรียนรู้อะไร
(3) ฉันจะทำอะไรต่อไป
คำถามเหล่านี้อาจดูเป็นคำถามที่ถามกันจนคุ้นชิน ต่างกันที่ใจที่ไม่เค้นหาคำตอบสุดท้าย เพียงแค่ต้องการเข้าใจสถานการณ์ให้กระจ่างชัดจากมุมมองใหม่เท่านั้น
การสะท้อนคิดที่เกิดจากการจุ่มแช่ในปัจจุบัน ก็คงไม่ต่างจากการจุ่มแช่ในน้ำของอาร์คีมีดีส ให้ใจได้พักและสะท้อนคิดจากความว่าง ซึ่งต่างจากความคิดที่เกิดจากการเร่งรีบบีบคั้น จะทำให้ได้คำตอบที่ห่างออกไปจากปัญหาที่แท้จริง n







