
สูตรความสำเร็จ ‘ชาเม่’ สินค้าดี-จริงใจลูกค้า
ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องสำหรับธุรกิจความงาม เนื่องจากผู้หญิงยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ
โดย...จะเรียม สำรวจ
ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องสำหรับธุรกิจความงาม เนื่องจากผู้หญิงยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ธุรกิจความงามจึงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับธุรกิจความงามของบริษัท ชาร์มมิ่งเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามภายใต้แบรนด์ชาเม่ ที่ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาธุรกิจมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2559 ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ชาเม่มีการเติบโตมากกว่า 1 เท่าตัว จากเดิมวางเป้าหมายรายได้ไว้ว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 150 ล้านบาท ในสิ้นปี 2559 แต่ทำได้ถึง 360 ล้านบาท
นันท์ฐณิชา ศิริปรีดาวัชร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชาร์มมิ่งเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา และปีนี้กำลังก้าวสู่ปีที่ 8 นั้น คือ การมีสินค้าที่ดีและมีความจริงใจกับผู้บริโภค ซึ่งหากย้อนไปปีแรกของธุรกิจตอนนั้นไม่ได้ทำการตลาดอะไรมากเลย เน้นการสร้างแบรนด์เป็นหลัก เพราะบริษัทต้องการให้ลูกค้าเชื่อถือและมั่นใจแบรนด์สินค้าของชาเม่ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น มีความฉลาดที่จะเลือกซื้อสินค้า
ดังนั้น กลยุทธ์การทำตลาดในช่วงแรกจึงจะเน้นไปที่การสร้างแบรนด์และการทำการตลาดแบบ “ปากต่อปาก” (WOMM หรือ Word of Mouth Marketing) แบบเพื่อนบอกเพื่อน ซื้อไปแล้วดีก็มีการบอกต่อ พอใช้ดีมีความมั่นใจก็เริ่มมีการเข้ามาสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย สิ่งนี้เองที่ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของบริษัทได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดีมาจนถึงทุกวันนี้
นันท์ฐณิชา กล่าวต่อไปว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจีดีพีของประเทศค่อนข้างแกว่งตัว แต่ธุรกิจความงามก็ยังขยายตัวในทิศทางที่ดี ด้วยการมีอัตราการเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 12% เช่นเดียวกับปีนี้ที่คาดว่าจะมีการเติบโตในระดับดังกล่าว แต่ในส่วนของรายได้บริษัทคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 120% หรือมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท ในปี 2561 เนื่องจากบริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจเข้าไปในส่วนของคอสเมติก ด้วยการเริ่มผลิตสินค้าเข้าทำตลาดในปีนี้จำนวน 3 รายการ อาทิ แป้งพัฟฟ์และลิปสติก
หลังจากนั้นในปี 2561 จะเริ่มขยายรายการกลุ่มสินค้าคอสเมติกให้มากขึ้น เน้นไปที่กลุ่มสินค้าเมกอัพเป็นหลัก เบื้องต้นวางไว้ไม่ต่ำกว่า 10 รายการที่จะนำเข้าทำตลาด เพื่อให้สามารถเปิดช็อปเป็นเคาน์เตอร์ เพื่อจำหน่ายสินค้าได้ในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า
ด้าน ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ กรรมการบริหาร บริษัท ชาร์มมิ่งเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า นอกจากจะให้ความสำคัญในเรื่องของสินค้าแล้ว การขยายช่องทางขายไปในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียนบริษัทก็จะให้ความสำคัญมากขึ้นเช่นกัน จากปัจจุบันได้เริ่มนำสินค้าเข้าไปทำตลาดในเมียนมา และ สปป.ลาวบ้างแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และจีน
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในยุโรป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในอังกฤษ ซึ่งหลังจากขยายธุรกิจในต่างประเทศดังกล่าว คาดว่าสิ้นปี 2561 จะมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ 40% จากปัจจุบันมีสัดส่วน 30%
อย่างไรก็ตาม จากผลการตอบรับที่ดีดังกล่าวทำให้ผู้บริหารทั้งสองสาวต้องสร้างโรงงานผลิตสินค้าเป็นของตัวเองในย่านลำลูกกา เพื่อรองรับกับธุรกิจที่จะขยายตัวในอนาคต







