
ทหารไทยผนึกเอฟดับบลิวดี
ต่ออายุสัญญาขายประกันชีวิตผ่านธนาคารอีก15ปี หวังดันรายได้ค่าธรรมเนียม
ต่ออายุสัญญาขายประกันชีวิตผ่านธนาคารอีก15ปี หวังดันรายได้ค่าธรรมเนียม
โพสต์ทูเดย์ - ธนาคารทหารไทย จับมือ เอฟดับบลิวดี ต่ออายุขายประกันชีวิตผ่านแบงก์ออกไปอีก 15 ปี ปั๊มรายได้ค่าธรรมเนียม
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือการเสนอขายกรมธรรม์ประกันชีวิตผ่านธนาคาร (แบงก์แอสชัวรันส์) กับบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ออกไปอีกเป็นเวลา 15 ปี เมื่อวันที่ 14 ก.ค.นี้ โดยความร่วมมือดังกล่าวจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560 เป็นต้นไป
นายบุญทักษ์ กล่าวว่า การร่วมมือในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของความร่วมมือในระยะเวลาที่ผ่านมาระหว่างธนาคารและเอฟดับบลิวดี เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าของธนาคาร และธนาคารยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ เพื่อให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ดีสุดในตลาด ที่เรียบง่ายและไม่ซับซ้อน และตรงตามความต้องการของลูกค้า
“ยอดขายเบี้ยประกันชีวิตของธนาคารที่มากกว่าการเติบโตของตลาดมากกว่า 3 เท่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การขายประกันผ่านช่องทางธนาคารโตกว่า 20% ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารเติบโตต่อเนื่องธนาคารและเอฟดับบลิวดีจึงเชื่อมั่นว่าการต่อสัญญาความร่วมมือในครั้งนี้จะนำจุดแข็งของทั้งสองธุรกิจมาสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า” นายบุญทักษ์ กล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารได้แต่งตั้งที่ปรึกษาจากธนาคารแห่งสหรัฐอเมริกา เมอร์ริล ลินช์ และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท ทาวเวอร์ส วัทสัน สิงคโปร์ ร่วมให้ความเห็นในการกำหนดเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆ ตลอดการเจรจาสัญญา
ปัจจุบันธนาคารทหารไทยได้ขายประกันผ่านธนาคารให้กับ 2 บริษัทประกัน คือ ประกันชีวิตขายให้กับ บริษัท เอฟดับบลิวดี ส่วนประกันวินาศภัยขายให้กับ บริษัท ไทยประกันภัย และบริษัท อาคเนย์ประกันภัย สำหรับการขายประกันออนไลน์ ขายให้กับ บริษัท เอ็มเอสไอจี ประกันภัย และขายผ่านเทเลเซลให้กับ บริษัท ซิกน่าประกันภัย
นายฮวิน ทัน ฟง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอฟดับบลิวดี กรุ๊ป กล่าวว่า การร่วมมือเป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของความไว้วางใจซึ่งกันและกัน บริษัทจะนำจุดแข็งของทั้งสองธุรกิจมาร่วมกันพัฒนาเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของธนาคารทหารไทยอย่างเต็มที่
“รู้สึกยินดีที่ได้สร้างพันธสัญญาที่แข็งแกร่งขึ้นในประเทศไทย และคาดหวังจะได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อดำเนินตามวิสัยทัศน์ของบริษัทในการเปลี่ยนความรู้สึกของคนที่มีต่อธุรกิจประกันชีวิต” นายฟง กล่าว







