posttoday
ซีพีออลล์พบกองทุนญี่ปุ่น ยืนยันยังแกร่ง

ซีพีออลล์พบกองทุนญี่ปุ่น ยืนยันยังแกร่ง

15 กรกฎาคม 2560

พรรณรายณ์ ติยะพิทยารัตน์ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ธนชาต ออกบทวิเคราะห์ผลการนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์)

พรรณรายณ์ ติยะพิทยารัตน์ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ธนชาต ออกบทวิเคราะห์ผลการนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ต่อกองทุนที่โตเกียวของบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ที่บริษัทยังยืนยันในความแข็งแกร่ง

บล.ธนชาต และไดวา ได้พา CPALL นำโดย จิราพรรณ ทองตันผู้จัดการทั่วไปด้านนักลงทุนสัมพันธ์ และบงกช สิทธิกรประสาธน์ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ ไปโรดโชว์ที่โตเกียว พบ 10 กองทุน เมื่อวันที่ 6-7 ก.ค. แม้ได้รับผลกระทบจากการบริโภคที่ชะลอตัวในประเทศไทย แต่ข้อมูลที่ให้แก่นักลงทุนเกี่ยวกับกลยุทธ์การเปิดสาขาใหม่ และการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ยืนยันเรื่องราวการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง

ธนชาต คาดว่า กำไรต่อหุ้นจะเติบโตเฉลี่ยในช่วง 3 ปี อยู่ที่ 20% และคงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 72 บาท/หุ้น จากการเติบโตแข็งแกร่ง มาจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม การเปิดสาขาใหม่ และอัตรากำไรขั้นต้นของทั้งเซเว่นอีเลฟเว่น และบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) ที่ดีขึ้น

ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน บริษัทไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการบริโภค ด้วยฐานยอดขายสาขาเดิมที่สูงในไตรมาส 2 ปี 2559-ไตรมาส 3 ปี 2559 ปีนี้บริษัทจึงตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมเพียงตัวเลขหลักเดียว แต่ตั้งเป้าดีขึ้นในปีหน้า สำหรับการขยายสาขาบริษัทได้ขยายสาขาเร็วกว่าที่ตั้งเป้าไว้โดยฉลองเปิด 1 หมื่นสาขาทั่วประเทศในวันที่ 11 ก.ค.(เซเว่นอีเลฟเว่น) ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเปิด 458 สาขา หรือ 65% ของเป้าที่จะเปิด 700 สาขา ในปี 2560

บริษัทมีแนวโน้มที่จะมีอัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์รวมสูงขึ้น 0.10-0.20% หนุนโดยการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานและของใช้ส่วนตัวที่ให้อัตรากำไรสูง สำหรับ MAKRO บริษัทได้ชะลอการขยายสาขาในประเทศในปีนี้ เนื่องจากมีสาขาเพิ่มเกือบ 2 เท่า ตั้งแต่ CPALL เข้าซื้อในปี 2556 เป็น 106 สาขาในปัจจุบัน แต่จะเปิดสาขาในต่างประเทศ โดยสาขาแรกที่กัมพูชาในไตรมาส 4 ปี 2560 นี้ โดยอาหารสดจะเป็นตัวหลักผลักดันยอดขายสาขาเดิม และอัตรากำไรขั้นต้น

ขณะที่ขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทยังเน้นการเพิ่มการใช้จ่ายต่อใบเสร็จโดยกระตุ้นให้คนซื้อสินค้าหลากหลายชนิดมากขึ้น และผ่านทางการมีราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น โดยจัดพื้นที่วางสินค้าให้มีพื้นที่สำหรับสินค้าที่ให้อัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้นและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม การบริโภคกาแฟเติบโตอย่างรวดเร็ว และบริษัทได้เพิ่มเคาน์เตอร์ขายกาแฟสด “All Caf?” ในร้านกว่า 1,000 สาขา/ปี จากปี 2557 จนมีสาขาที่มีเคาน์เตอร์กาแฟถึง 3,600 สาขา ด้านการเติบโตยอดขายมาจากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากกลุ่มอื่นมีความกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับการแข่งขัน ภาระหนี้สินที่สูง ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น การซื้อกิจการในอนาคต และการลดลงของอัตราจ่ายปันผล

CPALL ยืนยันว่า เซเว่นอีเลฟเว่น ขยายตัวเร็วที่สุด โดยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 65% ขณะที่การซื้อกิจการไม่น่าทำให้มีหนี้สูง และไม่มีแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพราะ 94% ของหนี้สินเป็นหนี้สินดอกเบี้ยคงที่ และบริษัทยังคงปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่านโยบายที่ 50% ของกำไร และการเติบโตของกำไรต่อหุ้นจะช่วยหนุนเงินปันผล

คำถาม-คำตอบ

1.ร้านสะดวกซื้อในไทยโตเต็มที่แล้วหรือไม่

มีร้านสะดวกซื้อกว่า 1.5 หมื่นแห่ง เทียบร้านโชห่วยดั้งเดิมหลายแสนร้านผู้ประกอบการร้านโชห่วยเดิมบางรายกลายเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของเซเว่น อีเลฟเว่น (แฟรนไชส์) และบางส่วนเป็นเจ้าของพื้นที่เช่าของร้านสะดวกซื้อ ในไทยมีศักยภาพรองรับลูกค้าที่สูงที่ 4,500 คน/ร้าน เกือบ 2 เท่าของญี่ปุ่น

2.โอกาสในการขยายสาขาของเซเว่นอีเลฟเว่น

จาก 9,788 สาขา ณ ไตรมาสแรก ปี 2560 จำนวน 44% อยู่ในกรุงเทพฯ และ 56% ในต่างจังหวัด CPALL เห็นโอกาสเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัด 60% ของสาขาทั้งหมด ในขณะที่ความเป็นเมืองได้ขยายตัวออกไป การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนใหม่ และการขยายตัวของโรงพยาบาล สถานศึกษา สนามบิน และโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งน้อยกว่า 1% ของสาขาทั้งหมด จะช่วยให้ขยายสาขาในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น

3.เป้าการขยายสาขา

มีการเปิดสาขาตั้งแต่ต้นปี โดยมีสาขาแล้วกว่า 1 หมื่นสาขา ภายในเดือน ก.ค. บริษัทมีเป้าหมายที่จะเปิดสาขาใหม่ 700 สาขา/ปี จนกว่าจะถึงเป้าหมายถัดไปที่ 1.3 หมื่นสาขา ภายในปี 2564

4.เป้าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม

ในปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตเล็กน้อยเนื่องจากฐานที่สูงในช่วงไตรมาส 2-ไตรมาส 3 ปี 2559 จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ช่วงวันหยุดยาวพิเศษในเดือน พ.ค.อากาศที่ร้อนในปีที่ผ่านมา และราคายาสูบที่เพิ่มขึ้นมีผลตั้งแต่เดือน ก.พ.

5.วิธีที่จะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น

CPALL มีเป้าหมายที่จะเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์รวมขึ้นราว 0.10-0.20% ต่อปี โดยเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงทั้งผลิตภัณฑ์ ประเภทอาหารและไม่ใช่อาหาร  โดยบริษัทจะเน้นบริการอาหารและของใช้ส่วนตัว ที่ให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าระดับเฉลี่ย

6.ธุรกิจขายส่ง MAKRO

หลังจากที่ CPALL เข้าซื้อกิจการในกลางปี 2556 MAKRO ก็ได้ขยายสาขาราว 13-14 สาขา/ปี ทำให้มีสาขาเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า เป็น 106 สาขา และได้ชะลอตัวเหลือเพียง 9 สาขา ในประเทศไทยในปีนี้ และเปิดสาขาแรกที่พนมเปญ กัมพูชา ในไตรมาส 4 ปี 2560 ในขณะที่ผู้ค้าปลีกส่วนใหญ่มีอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมเป็นลบในไตรมาสแรก ปี 2560 แต่ MAKRO มีอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมเป็นบวกที่ 2.4% ในไตรมาสแรก ปี 2560 เนื่องจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายอาหารสดที่ขายให้ลูกค้ากลุ่ม HORECA และการแข่งขันที่น้อยลง เนื่องจากบิ๊กซีหยุดขายเหมาเป็นจำนวนมากในเดือน มิ.ย.ปีก่อน CPALL ยังคงแผนขายหุ้นบางส่วนใน MAKRO

7.การแข่งขันในตลาดร้านสะดวกซื้อ

เซเว่นอีเลฟเว่น เป็นผู้นำตลาดร้านค้าสะดวกซื้อในประเทศไทย โดยมีส่วนแบ่งตลาด 65% เนื่องจากเป็นร้านค้าสะดวกซื้อที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วที่สุดที่ 700 สาขา/ปี ส่วนแบ่งตลาดจึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น บริษัทมีสาขากว่า 1 หมื่นแห่ง สูงกว่าผู้เล่นอันดับ 2 อย่างเทสโก้ เอ็กซเพรส  1,400 สาขา แฟมิลี่มาร์ทเป็นผู้เล่นอันดับ 3 มีสาขาราว 1,200 สาขา ขณะที่ ลอว์สัน และมินิ บิ๊กซี มีสาขาน้อยกว่า 1,000 สาขา ผู้เล่นรายใหม่ คือ สปาร์ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าสะดวกซื้อจากประเทศเนเธอร์แลนด์ มีสาขาน้อยกว่า 20 สาขา ในสถานบริการน้ำมันบางจาก 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท