
เร่งเคลียร์มันเส้นสต๊อกรัฐ
มอบอคส.ขายกับเจ้าของโกดังโดยตรง พร้อมเปิดประมูลล็อตสุดท้าย21ส.ค.นี้
มอบอคส.ขายกับเจ้าของโกดังโดยตรง พร้อมเปิดประมูลล็อตสุดท้าย21ส.ค.นี้
โพสต์ทูเดย์ - ชง ครม.เคาะ อคส.เจรจาขายมันเส้นเสื่อม 9.8 หมื่นตันโดยตรงถึงเจ้าของโกดัง ขณะที่ล็อตสุดท้ายอีก 3,712 ตันรอเปิดประมูล
นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้องค์การคลังสินค้า (อคส.) จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติให้ อคส.เปิดเจรจาซื้อขายมันสำปะหลังเส้นสต๊อกรัฐบาลปริมาณรวม 9.8 หมื่นตัน ให้กับเจ้าของโกดังที่เก็บมันเส้นใน 5 คลังสินค้าและผู้สนใจทั่วไป โดยมันเส้นดังกล่าวถือเป็นล็อตสุดท้ายในสต๊อกรัฐบาล ซึ่งเป็นมันเส้นเสื่อมสภาพไม่สามารถนำมาปรับปรุงเพื่อส่งออกได้ ต้องขายและใช้ภายในประเทศเท่านั้น
นอกจากนี้ กรมการค้าต่างประเทศในฐานะประธานคณะทำงานระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคงเหลือในสต๊อกรัฐบาล ยังได้นำมันเส้นปริมาณรวม 3,712 ตัน มาเปิดประมูล แบ่งเป็น การเปิดประมูลมันเส้นเป็นการทั่วไปปริมาณ 3,449 ตัน และการเปิดประมูลเพื่อจำหน่ายเข้าสู่อุตสาหกรรม 263 ตัน โดยกำหนดให้ผู้สนใจยื่นซองเอกสารคุณสมบัติเสนอซื้อในวันที่ 19 ก.ค. 2560 และเปิดให้ยื่นซองเสนอซื้อในวันที่ 21 ก.ค. 2560 ซึ่งเงื่อนไขการประมูลเพื่อเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมผู้เสนอซื้อต้องแจ้งวัตถุประสงค์และประเภทอุตสาหกรรมที่จะนำไปใช้ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการนำกลับเข้าสู่การบริโภคหรือปรังปรุงสภาพเพื่อส่งออก
“สต๊อกมันเส้นที่ได้จากโครงการแทรกแซงตั้งแต่ปี 2551/52 ปี 2554/55 และปี 2555/56 มีปริมาณคงเหลือมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน 3.48 แสนตัน โดยเมื่อปีที่แล้วได้เปิดประมูลขายไป 2.46 แสนตัน เหลือประมาณ 1.02 แสนตัน โดย 9.8 หมื่นตัน อคส.จะเจรจาขายตรงให้กับเจ้าของโกดังและผู้สนใจทั่วไป ส่วนอีก 3,712 ตัน เป็นส่วนที่กรมนำมาเปิดประมูลซึ่งหากเก็บไว้จะเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาจำนวนมาก” นายกีรติ กล่าว
นายกีรติ กล่าวถึงกรณี สส.พรรคเพื่อไทย ได้ระบุรัฐบาลเปิดประมูลข้าวไม่ชอบธรรม โดยนำข้าวที่ยังมีคุณภาพดี มาระบายให้กับภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ รวมทั้งไม่ขายข้าวในคลัง จ.อุบลราชธานี ให้กับผู้ที่เสนอราคาสูงสุดในขณะนั้นที่ราคา 11.25 บาท/กิโลกรัม (กก.) แต่หลังจากนั้นกลับนำมาขายให้กับผู้ประกอบการอาหารสัตว์ราคา 6.10 บาท/กก. และมีกระแสข่าวว่ามีเงินทอนส่วนต่างเป็น 1 หมื่นล้านบาทนั้น ข้าวล็อตดังกล่าวได้เปิดประมูลเป็นการทั่วไปในปี 2559 แต่ขณะนั้นผู้เสนอซื้อแม้จะเสนอซื้อราคาสูงสุด แต่ก็ไม่ผ่านเกณฑ์ราคาขั้นต่ำ (ฟลอร์ไพรซ์) ที่กำหนดไว้ จึงไม่ได้รับการอนุมัติขาย หลังจากนั้นได้มีการนำมาเปิดประมูลอีกครั้งในรอบปี 2560 ซึ่งข้าวดังกล่าวเริ่มมีการเสื่อมสภาพและมีการจัดแบ่งกลุ่มข้าวใหม่ทั้งระบบ จึงได้นำมาเปิดประมูลในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มิใช่คนบริโภค
“ยืนยันว่าการทำงานทุกอย่างมีขั้นมีตอนและโปร่งใส และเรื่องการตรวจสอบทางสำนักงานผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ขอข้อมูลกับทางกรมอยู่เรื่อยๆ” นายกีรติ กล่าว
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การระบายข้าวของรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้นำปัจจัยเรื่องราคาที่จะจำหน่ายได้มาเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะหากคำนึงถึงแต่เรื่องราคาที่จะได้รับเพียงอย่างเดียว ก็จะต้องกำหนดราคาขายข้าวที่จะประมูลไม่ต่ำกว่าราคาต้นทุนที่รับจำนำ แต่ได้คำนึงถึงการลดความเสียหายจากภาระงบประมาณที่ต้องจ่าย หากผู้กล่าวหามีหลักฐานว่าเป็นไปโดยมิชอบก็ควรดำเนินการตามกฎหมายไม่ควรหยิบยกขึ้นมากล่าวอ้างลอยๆ เพื่อหวังผลบางประการ







