posttoday
เรียนรู้วิถีชีวิต ผ่านการชิม ที่เวียดนาม

เรียนรู้วิถีชีวิต ผ่านการชิม ที่เวียดนาม

07 กรกฎาคม 2560

ท้องถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาขับรถมอเตอร์ไซค์เพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางกันอย่างฉวัดเฉวียน เสียงรถและเสียงแตรดังสนั่นหวั่นไหวจนได้ยินไปทั่วทุกหน ทุกแห่ง เป็นวิถีชีวิตที่แฝงไว้ด้วยความตื่นเต้น โบกมือท้าทายต้อนรับนักท่องเที่ยวเมื่อมาถึงเวียดนาม ให้ข้ามถนนและขับรถมอเตอร์ไซค์ได้อย่างปลอดภัยในถนนอันพลุกพล่าน

ท้องถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาขับรถมอเตอร์ไซค์เพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางกันอย่างฉวัดเฉวียน เสียงรถและเสียงแตรดังสนั่นหวั่นไหวจนได้ยินไปทั่วทุกหน ทุกแห่ง เป็นวิถีชีวิตที่แฝงไว้ด้วยความตื่นเต้น โบกมือท้าทายต้อนรับนักท่องเที่ยวเมื่อมาถึงเวียดนาม ให้ข้ามถนนและขับรถมอเตอร์ไซค์ได้อย่างปลอดภัยในถนนอันพลุกพล่าน

ด้วยลักษณะการทำงานของทีมงานโลก 360 องศา คือ การทำความเข้าใจปลายทางของผู้คนที่นั่นให้ได้ภายในช่วงเวลาจำกัด การได้เรียนรู้วัฒนธรรม การกิน การอยู่ของพวกเขา ช่วยบอกใบ้ให ทีมงานรับรู้ถึงวิธีคิด ประวัติศาสตร์ สภาพเศรษฐกิจ สภาพสังคม หรือแม้แต่ความเชื่อของศาสนา หากการเดินทางที่เต็มไปด้วยเรื่องราวตื่นเต้นบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ท้าทายแล้ว การได้เห็น ได้กิน ได้ชม ได้ชิม อาหาร อร่อยและหลากหลายในวิถีชีวิตของชาวเวียดนาม ถือเป็นเรื่องราวอันตื่นเต้นท้าทายไม่น้อยไปกว่ากัน

สาเหตุที่อาหารเวียดนามค่อนข้างมีความหลากหลายนั้น เพราะว่ามีความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณธัญญาหาร ลักษณะรูปร่างของประเทศที่เป็นแนวยาวทอดตัวเหนือลงใต้ มีความแตกต่างกันของภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สำเนียงการพูด และวัฒนธรรมการกิน อีกทั้งปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของเวียดนาม บ่งบอกว่าเคยผ่านช่วงเวลายากลำบากมาหลายๆ ครั้ง จึงทำให้ผู้คนคิดหาวิธีปรุงอาหาร หรือนำวัตถุดิบที่มีอยู่มาปรุงเป็นเมนูใหม่ที่อร่อย สร้างสรรค์ และได้คุณค่า

ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งน่าจะมาจากการได้รับอิทธิพลของต่างชาติ ทั้งฝั่งยุโรปและอเมริกาที่เคยเข้ามา ประกอบกับการได้รับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน โดยทางตอนเหนือได้รับอิทธิพลจากจีนที่มีพรมแดนติดกัน ส่วนทางตอนใต้ติดกับกัมพูชา ก็มีการแบ่งปันวัฒนธรรมด้านอาหารการกินเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอาหารเวียดนามหลายอย่างได้พัฒนาเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมาแล้ว เช่น "อ๊บแล" หรือ "ไข่กระทะ" ของคนไทย รับประทานคู่กับขนมปังบาแก็ต ที่คนเวียดนามเรียก "บั๋นหมี่" เวลารับประทานคู่กัน ก็เรียกว่า "บั๋นหมี่ อ๊บแล"

คนเวียดนามนิยมรับประทาน อาหารเบาๆ จำพวกเส้น ข้าวต้ม และอ๊บแล เป็นอาหารเช้า หากมีเวลาจะนั่งรับประทานที่ร้าน หากรีบร้อนจะสั่งเป็นบั๋นหมี่ ขนมปังผ่าครึ่งที่มีไส้ข้างใน เป็นฟาสต์ฟู้ดของเวียดนาม สามารถหารับประทานได้ง่าย มีส่วนประกอบของสารอาหารครบทุกหมู่ รับประทานมื้อไหนก็ได้ บั๋นหมี่ ขนมปังที่กรอบนอก นุ่มใน ยังสามารถนำไปรับประทานคู่กับอาหารจานอื่นๆ ของเวียดนามได้อีก ถ้าจะเปรียบเทียบง่ายๆ ก็คงเหมือนคนไทยนิยมรับประทานข้าวสวย คู่กับอาหารได้หลายๆ อย่างนั่นเอง

เมนูประจำชาติของเวียดนามหากเอ่ยแล้วคงไม่มีใครไม่รู้จักอีกชนิดหนึ่ง คือ เฝอ มีลักษณะคล้ายกับเส้นก๋วยเตี๋ยวของไทย แต่ขนาดของเส้นเล็กกว่า ราดด้วยน้ำซุปที่เคี่ยวมาจากเนื้อและกระดูก ได้กลิ่นหอมของเครื่องเทศ ช่วยทำให้รสชาติกลมกล่อม โรยด้วยผักหอม เช่น ต้นหอม ผักชี หรือสะระแหน่ แม้เป็นเมนูง่ายๆ ไม่มีส่วนประกอบยุ่งยาก ซับซ้อน แต่การจะทำให้อร่อยจนลูกค้า ติดอกติดใจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งแรกก็คือ น้ำซุป เฝอจะอร่อยหรือไม่อร่อยนั้นอยู่ที่น้ำซุป สูตรทำน้ำซุปของแต่ละร้านมักจะถูกเก็บเป็นความลับเสมอ แล้วก็เส้น ส่วนใหญ่ร้านดังๆ จะเป็นเส้นสด ทำเอง เพื่อให้มีความนุ่มเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และวิธีการปรุงเนื้อ แต่ละเจ้าต่างก็มีเคล็ดลับเพื่อทำให้เนื้อมีความหวาน ความอร่อยนั่นเอง

เฝอแบบดั้งเดิมจะใส่เนื้อวัวเท่านั้น เรียกว่า เฝอบ่อ ต่อมาเป็นเฝอไก่ หรือเฝอกา เฝอแต่ละที่มีเอกลักษณ์ รสชาติแตกต่างกันไป ถ้าเรารับประทานเฝอแถบทางเหนือ ฮานอย เส้นจะมีลักษณะแบนๆ กว้างกว่า ลงมาทางใต้ ไซ่ง่อน เฝอทางนี้จะมีผักต่างกันไป แล้วมีรสชาติหวานและเส้นเล็กกว่า เวลารับประทานเฝอ คนเวียดนามส่วนใหญ่จะเติมซอสพริกศรีราชา ใส่ใบโหระพา แล้วจึงบีบมะนาวตามเพื่อให้ได้รสชาติความอร่อย ถูกปากยิ่งขึ้น

เมื่อพูดถึงเรื่องเฝอ คนเวียดนามแต่ละภาคจะไม่ยอมกันเลย ถ้าเป็นคนทางเหนือก็จะบอกว่า "ต้องเฝอทางเหนือสิ คือทางฮานอย รสชาติจะกลมกล่อมละมุนละไมกว่า" ส่วนคนทางใต้ก็จะบอกว่า "ถ้าเฝอจะกินให้อร่อยต้องมากินที่ไซ่ง่อน เพราะรสชาติถึงเครื่องกว่า น้ำซุปหวานกว่า" ส่วนคนที่อยู่ทางตอนกลางอย่างเว้ ก็บอกว่า "เอ๊...ถ้าจะให้อร่อยจริงๆ ทำไมไม่ลองที่เว้ล่ะ เพราะว่าที่เว้เขามีเส้นแบบนี้ ที่เป็นเส้นกลมๆ เรียกว่า บุ๊น แล้วบุ๊นที่ขึ้นชื่อที่สุดก็คือ บุ๊น บ่อ เว้ หรือ บุ๊น บ่อ ของเมืองเว้เท่านั้น"

บุ๊น คือ เส้นหมี่สีขาว ที่คล้ายกันกับเฝอ แต่เป็นเส้นกลม ซึ่งอาจมีขนาดเส้นที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคของเวียดนาม สามารถนำไปสร้างเป็นเมนูได้อีกหลายอย่าง เช่น บุ๊นที่รับประทานกับเนื้อย่าง ก็เรียกว่า "บุ๊นฉ่า" ซึ่งนิยมรับประทานกันทางเหนือ แต่ถ้ารับประทานแบบน้ำคู่กับเนื้อวัวก็จะเรียกว่า "บุ๊นบ่อ" เป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองเว้ ในไซ่ง่อนร้านที่ขึ้นชื่อคือร้าน บุ๊น บ่อ กั๋น

คนเวียดนามบอกว่า "ถ้าคุณไปเวียดนามแล้วไม่ได้กินเฝอก็เหมือนไปไม่ถึงเวียดนาม ถ้าได้กินเฝอแต่ว่าพลาดกินบั๋นหมี่ก็เหมือนไปถึง แต่ไปถึงแค่ครึ่งเดียว แต่ถ้าได้กินเฝอ ได้กินบั๋นหมี่ แต่ยังไม่ได้จิบกาแฟเวียดนาม ก็เรียกว่าไปถึงประเทศเวียดนามจริง แต่ยังเข้าไม่ถึงจิตวิญญาณของเวียดนาม" เพื่อให้เข้าถึงจิตวิญญาณคนเวียดนาม ทีมงานโลก 360 องศา จึงไม่พลาดที่จะไปดื่มกาแฟกันที่นั่น

วัฒนธรรมการดื่มกาแฟเข้ามาสู่เวียดนามในสมัยอาณานิคมของฝรั่งเศส ช่วงกลางทศวรรษที่ 19 และมีการพัฒนาการปลูกกาแฟ จนทุกวันนี้เวียดนามกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกเมล็ดกาแฟอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยความที่ผู้คนที่นี่ชอบพูดคุยกัน ชอบสังสรรค์ ดังนั้นเวลาเลิกงานหรือว่ามีเวลาว่างก็จะออกมาพบปะ มาพูดคุย มาแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันตามร้านกาแฟที่มีอยู่ทั่วไป

วิธีการดื่มกาแฟแบบพื้นเมืองของเวียดนาม จะเสิร์ฟมาในลักษณะของการ เตรียมกาแฟมาให้ แล้วผู้ดื่มต้องเฝ้ารอกาแฟค่อยๆ หยดลงผ่านถ้วยกรองที่เรียกว่า ฟิน กาแฟที่ได้จะมีรสชาติเข้มข้นมาก มีกลิ่นหอม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ใส่นมหรือไม่ก็ได้ หากใครชอบแบบใส่นมต้องเป็นนมข้นหวานเท่านั้น เหมาะสำหรับคนมานั่งคุย นั่งดูบรรยากาศ รถราที่แล่นผ่านไปผ่านมา ดูความเปลี่ยนแปลง ดูความเคลื่อนไหวของเมือง ระหว่างรอกาแฟหยดลงถ้วยอย่างช้าๆ ทีละหยด ทีละหยด

ธุรกิจร้านกาแฟในเวียดนามยังถือว่าเป็นธุรกิจมีอนาคต ร้านกาแฟดีๆ บรรยากาศดีๆ มีอยู่ทั่วไปในไซ่ง่อน ดังเช่นที่ตึก บีเท็กซ์โก้ ไฟแนนเชียล ทาวเวอร์ เป็นอาคาร 68 ชั้น มีความสูง 262.5 เมตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำไซ่ง่อน ภายในเป็นทั้ง ร้านค้าและสำนักงานของบริษัทชั้นนำหลายแห่ง ชั้น 51 และ 52 เป็นส่วนของร้านอาหารและร้านกาแฟที่สามารถเห็นภาพของโฮจิมินห์ซิตี้ได้ในมุมสูง กว้างและสวยที่สุดทั้งเมือง

การเดินทางที่โบกมือต้อนรับท้าทายนักท่องเที่ยวด้วยความตื่นเต้นตลอดเส้นทาง เมื่อได้หยุดพักระหว่างทางนั่งเงียบๆ จิบกาแฟรสชาติมีเอกลักษณ์ ดื่มด่ำกับบรรยากาศมนต์เสน่ห์ของเมืองไซ่ง่อน ทำให้ทีมงานโลก 360 องศา ยังไม่อยากที่จะจากเวียดนามไป ครั้งหน้าเราจะพาไปชม ไปชิม เมนูเด็ดๆ แบบง่ายๆ สไตล์ไซ่ง่อน รับรองว่าทั้งสนุก ทั้งอร่อย แน่นอน

สำหรับสัปดาห์นี้ท่านสามารถติดตามชมเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้ผ่านรายการโลก 360 องศา คืนวันเสาร์นี้ เวลา 21.20 น. ทาง ททบ.5

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน