
จิวเวลรี่รายเล็กทยอยปิดตัว
ธุรกิจไลฟ์สไตล์แฟชั่น จิวเวลรี่รายเล็กส่อแววแย่ หลังเจอเศรษฐกิจชะลอ ศูนย์การค้าบีบ
ธุรกิจไลฟ์สไตล์แฟชั่น จิวเวลรี่รายเล็กส่อแววแย่ หลังเจอเศรษฐกิจชะลอ ศูนย์การค้าบีบ
นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น ผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์จากต่างประเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจแฟชั่นไลฟ์สไตล์ และแฟชั่นจิวเวลรี่ในช่วงครึ่งปีแรกที่ ผ่านมา ผู้ประกอบการระดับล่างและบนค่อนข้างน่าเป็นห่วง เนื่องจากเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ทำให้ตลาดระดับล่างได้รับผลกระทบ เพราะยอดขายลดลงและห้างค้าปลีกยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ เนื่องจากแบรนด์สินค้าไม่เป็นที่ดึงดูดลูกค้า จึงมีการปรับเปลี่ยนดึงแบรนด์ระดับกลางที่ได้รับความนิยมเข้ามาเปิดให้บริการแทน
ขณะที่แบรนด์สินค้าระดับบนได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบเศรษฐกิจพอสมควร เนื่องจากระดับราคาขายสูงเกินไป ทำให้จำหน่ายสินค้าได้ยาก จากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเล็กบางรายต้องปิดกิจการไป เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นได้ ขณะที่บางส่วนไม่มีพื้นที่ขาย หลังจากห้างค้าปลีกไม่ต่อสัญญาเช่า
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้ จะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในแบบร้านสแตนด์อะโลนมากขึ้น จากเดิมจะเน้นขยายแบบจุดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก เนื่องจากการทำตลาดรูปแบบช็อปสามารถสร้างผลกำไรได้ดีกว่าจุดจำหน่าย ซึ่งจะต้องเสียส่วนแบ่งการขายให้กับห้างค้าปลีก นอกจากนี้ยังต้องทำกิจกรรมส่งเสริมการขายในรูปแบบโปรโมชั้นลดราคาสินค้าร่วมกับห้าง ทั้งที่บริษัทไม่มีแผนที่จะทำกิจกรรมการตลาดในรูปแบบดังกล่าว
นายธนพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจในเครือเพิ่ม ด้วยการเปิดร้านแพนโดร่า 3 สาขา ร้านมารีเมกโกะ 1 สาขา ร้านแคท คิดสตัน 1 สาขา และขยายร้านทิลดา 1 สาขา ส่วนร้านโจนาธาน แอดเลอร์ ปีนี้ยังไม่มีแผนขยายเพิ่ม
นอกจากนั้น จะให้ความสำคัญกับการเข้าซื้อกิจการ และเข้าไปถือหุ้นในธุรกิจแฟชั่นไลฟ์สไตล์ เพราะนอกจากจะทำให้ธุรกิจให้แข็งแกร่งแล้ว ยังทำให้มีรายได้โตก้าวกระโดด เห็นได้จากการเข้าซื้อกิจการร้านแคท คิดสตัน ทำให้สิ้นปี 2560 นี้มีรายได้เพิ่มเป็น 1,100 ล้านบาท จากปี 2559 มีรายได้เพียง 512 ล้านบาทเท่านั้น







