
ผบ.ตร.ยันรู้ตัวผู้ต้องสงสัย
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมั่นใจจับคนร้ายฆ่ายกครัว 8 รายได้แน่ ยืนยันรู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมั่นใจจับคนร้ายฆ่ายกครัว 8 รายได้แน่ ยืนยันรู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางด่วนลงพื้นที่ จ.กระบี่ เพื่อประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน คดีฆ่านายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมครอบครัวรวม 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย โดย ผบ.ตร. กล่าวก่อนเข้าประชุมว่า ยังไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้งไป ผู้ต้องสงสัยอยู่ในสำนวนอยู่แล้ว
"อยากจะบอกใจจะขาดอยู่แล้ว อยู่ในสำนวนการสืบสวนอยู่แล้ว แต่หากบอกไปเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติจะทำงานกันลำบาก ผมมั่นใจว่าจะจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้แน่นอน เพราะหาก ผบ.ตร.ไม่มั่นใจ ประชาชนจะอยู่ได้อย่างไร" ผบ.ตร.กล่าว
ทั้งนี้ นายเชษฐ์ดนัย ถิ่นพังงา กรรมการบริหารบริษัท บริษัท กระบี่ ภูทรัพย์อนันต์ ซึ่งดำเนินการโรงโม่หินในพื้นที่ ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ได้เข้าให้การกับตำรวจตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยยืนยันในความบริสุทธิ์ และเป็นเพื่อนสนิทกับนายวรยุทธมาตั้งแต่เด็กๆ ขอให้ตำรวจตัดประเด็นบริษัทตนเองออกไป และมุ่งไปที่ประเด็นอื่น เช่น ความขัดแย้งเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือประเด็นฟ้องขับไล่ที่ดินชาวบ้าน
นายเชษฐ์ดนัย ให้การว่า ในปี 2555 โรงโม่ตรังภูทองได้รับประทานบัตรแต่ถูกชาวบ้านคัดค้าน ระหว่างการจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อม ได้ตั้งบริษัท อ่าวลึกศิลาทอง มาเช่าช่วงต่อ และมอบหมายให้นายวรยุทธเป็นตัวแทนบริษัท เป็นที่มาที่ทำให้ตำรวจสงสัยว่านายวรยุทธรับเงินจากนายทุนมาเพื่อแก้ไขปัญหาชาวบ้านคัดค้าน
อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนกองปราบปรามได้ตรวจสอบบัญชีเงินฝากและเงินกู้ของนายเชษฐ์ดนัย และผู้บริหารโรงโม่หินอีกรายหนึ่งเพื่อให้คดีเกิดความกระจ่าง
นอกจากนี้ ชุดสืบสวนกำลังรอผลการตรวจสอบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน และหัวกระสุน ที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งประกอบด้วย อาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 9 ปลอก หัวกระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 2 หัว รวมทั้งกระป๋องน้ำอัดลมจำนวน 1 กระป๋อง ที่เชื่อว่าคนร้ายที่ดื่มทิ้งไว้ เพื่อหาเบาะแสเชื่อมโยง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบสัญญาณโทรศัพท์มือถือนายวรยุทธที่คนร้ายนำไปด้วยหลังเกิดเหตุ ในพื้นที่ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ช่วงรอยต่อ จ.สุราษฎร์ธานี คาดว่า รถเก๋งโตโยต้า ยาริสของนายวรยุทธก็น่าจะถูกจอดทิ้งไว้ในพื้นที่ดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ การเก็บพยานหลักฐานในบ้านที่เกิดเหตุเป็นไปด้วยยากลำบาก เนื่องจากคนร้ายได้เก็บวัตถุพยานไปเกือบหมด โดยไม่ทิ้งร่องรอยและหลักฐานเพื่อจะสาวถึงตัวได้ นอกจากนี้พบว่า ในวันเกิดเหตุห้วงตั้งแต่เวลา 16.00 น. ที่กลุ่มคนร้ายเข้าไปในบ้านก่อเหตุสังหารหมู่จนถึงเที่ยงคืน กลุ่มคนร้ายไม่มีการใช้โทรศัพท์ในบริเวณดังกล่าวเลย
ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตุอีกว่า เดิมคนร้ายวางแผนให้ตำรวจไขว้เขว โดยใช้อาวุธปืน .38 ของนายวรยุทธยิงสมาชิกในครอบครัว เพื่อให้เข้าใจว่านายวรยุทธก่อเหตุเอง แต่เกิดความผิดพลาดเพราะภรรยานายสุทธิพงศ์ พริกดำ น้องภรรยานายวรยุทธ เดินเข้าไปตามหาบุตรสาวในบ้านจึงถูกคนร้ายควบคุมตัวไว้ ต่อมานายสุทธิพงศ์พร้อมบุตรสาวก็เข้าไปตามหาภรรยาในบ้าน จึงถูกคนร้ายควบคุมตัวไว้ทั้งหมดรวม 11 คน และถูกคนร้ายจ่อยิงจนเสียชีวิตรวม 8 ราย







