
'จีไอ'สร้างแบรนด์ชุมชน
[email protected]ในช่วง 1-2 ปีมานี้ องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างหันมาร่วมมือเชิงนโยบายต่อการส่งเสริมการทำตลาดสินค้าและบริการร่วมกัน ภายใต้แนวคิดประชารัฐที่หวังผลกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นให้เติบโตไปได้พร้อมกันในภาพรวม โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่อยู่เฉพาะในท้องถิ่นนั้นๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ)
ในช่วง 1-2 ปีมานี้ องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างหันมาร่วมมือเชิงนโยบายต่อการส่งเสริมการทำตลาดสินค้าและบริการร่วมกัน ภายใต้แนวคิดประชารัฐที่หวังผลกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นให้เติบโตไปได้พร้อมกันในภาพรวม โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่อยู่เฉพาะในท้องถิ่นนั้นๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ)
ขณะที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาอีกหนึ่งหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวโดยตรงได้ให้ข้อมูลถึง "จีไอ" ซึ่งหมายถึง เครื่องหมายที่ใช้กับสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งคุณภาพ หรือชื่อเสียงของสินค้านั้นๆ เป็นผลมาจากการผลิตในพื้นที่ดังกล่าว "จีไอ" จึงเปรียบเสมือนเป็นแบรนด์ของท้องถิ่นที่บ่งบอกถึงคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้า
ดังนั้น กรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงเร่งรณรงค์ให้เกิดการใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ไทย ซึ่งคือตราของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ออกแบบให้แก่ผู้ผลิตสินค้าจีไอ เพื่อรับรองว่าเป็นสินค้าที่มาจากแหล่งภูมิศาสตร์ที่ได้รับขึ้นทะเบียนไว้ โดยต้องปฏิบัติตามคู่มือและแผนการควบคุมนั้นแล้ว
โดยประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อขึ้นทะเบียนสินค้าชุมชน เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) คือ คุ้มครอง ชื่อสินค้าให้เป็นสิทธิเฉพาะของชุมชนที่ขึ้นทะเบียน เพิ่มมูลค่า ของสินค้าและเป็นเครื่องมือการตลาด ดูแลรักษา มาตรฐานของสินค้า และรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างความ เข้มแข็ง ให้แก่ชุมชน เพิ่มความสามัคคีเพื่อพัฒนาท้องถิ่น สนับสนุน การท่องเที่ยวชุมชนผู้ผลิตอย่างยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่น ในแหล่งที่มาและคุณภาพของตัวสินค้าให้กับผู้ซื้อ
ขณะที่ปัจจุบันมีกลุ่ม 75 สินค้าจีไอในประเทศไทย ประกอบด้วย ข้าว 9 รายการ กลุ่มอาหาร 15 รายการ ผัก/ผลไม้ 33 รายการ ผ้า (ไหม/ฝ้าย) 8 รายการ หัตถกรรม/อุตสาหกรรม 9 รายการ และไวน์-สุรา 1 รายการ
สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนที่สนใจขอขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ipthailand.go.th







